เว็บพุทธภูมิ

หมวดหลัก => พุทธภูมิ พระโพธิสัตว์ การบำเพ็ญบารมี => ข้อความที่เริ่มโดย: Wisdom ที่ กุมภาพันธ์ 20, 2012, 10:58:45 PM

หัวข้อ: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Wisdom ที่ กุมภาพันธ์ 20, 2012, 10:58:45 PM
เชิญชวนหน่อพุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยน
แนวทางการบำเพ็ญบารมีของแต่ละท่านในกระทู้นี้

 
ส่วนตัวผมปราถนาพุทธภูมิ รู้ระลึกตนว่าเป็นประเภท ศรัทธาธิกะ
ตั้งแต่ตอนเด็กๆ จากนั้นก็ปฎิบัติธรรม สร้างบารมีสืบต่อมาเรื่อย

โดยตามรอยการสร้างบารมีสายโพธิญาณ
อันมีครูบาอาจารย์ที่ผมเคารพและมีบุญสัมพันธ์เป็นแนวทาง
แนวการปฎิบัติของผมนั้น ผมเรียนกรรมฐานสายพุทธภูมิ
มาจากครูบาอาจารย์ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์
และพระอริยะ เมตตาชี้แนะอบรมสั่งสอน

"อิมินา ปุญญะกัมเมนะ พุทโธ โหมิ อะนาคะเต กาเล"
จะมั่นคงในปณิธานจนกว่าจะถึงซึ่งพระโพธิญาณ . . .

ยินดีที่ได้รู้จักครับ . . .
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Wisdom ที่ กุมภาพันธ์ 20, 2012, 11:03:26 PM
หากมีบทความธรรมะ หรือกระทู้ที่เกี่ยวข้องกับหมวดหมู่ต่างๆในเว็บพุทธภูมิ
แห่งนี้ ยินดีช่วยกันเอามาโพสตั้งกระทู้กันนะครับ เพราะเว็บเราเพิ่งเปิดใหม่
กำลังอยู่ในช่วงรวบรวมเนื้อหา และ ตามผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายนะครับ
 
มาช่วยกันครับ สร้างบารมีด้วยกัน ช่วยกัน บารมีจะเต็มไวครับ สาธุ

ยินดีต้อนรับหน่อโพธิญาณทุกๆท่าน
หากมีอะไรชี้แนะหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลในการบำเพ็ญก็ขอเชิญนะครับ

หลวงตาม้าท่านเคยสอนว่าคนปราถนาโพธิญานต้องช่วยเหลือกัน
และผู้ปราถนาโพธิญาณก็ต้องมาเรียนศึกษากับผู้บำเพ็ญโพธิญานด้วยกันครับ

ธรรมรักษา
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Arthamaat ที่ กุมภาพันธ์ 21, 2012, 11:22:31 PM
สวัสดีครับ  ขอแนะนำตัวอีกครั้งให้กับพี่ๆ น้องๆที่ปรารถนาพุทธภูมิ เหมือนกัน 

ผมชื่อโอ๊ต  ปรารถนาแบบวิริยาธิกะ   ตอนแรกทำความดีแบบไม่รู้ตัวว่าทำไปเพื่ออะไร  จนมาพบหลวงปู่ดู่ที่เวปวัดถ้ำเมืองนะ  จึงได้พบความรู้สึกว่าตัวเราก็เดินตามรอยครูบาอาจารย์มาเหมือนกัน  ปรารถนาพุทธภูมิเหมือนหลวงปู่ดู่  หลังจากครั้งนั้น ในวันหนึ่งตอนสวดมนต์ตามสายหลวงตาม้า ใกล้จะสามทุ่มแล้ว  จึงตั้งสัจจะอธิษฐานปรารถนาพระโพธิญาณต่อ  แล้วก็เริ่มทำกำลังใจให้มากยิ่งขึ้น  แล้ววันหนึ่งก็เสี่ยงอธิษฐานบารมีที่ตัวเองได้ทำมาว่า  ถ้าสร้างบารมีมามากพอที่ควรจะเดินทางต่อเพื่อเป็นช่วยเหลือสัตว์โลก  ขอให้ได้สิ่งที่เป็นมงคล 2 อย่างคือ สมเด็จองค์ปฐม  และ  พระแก้วแดง  หลังจากนั้นไม่นานได้ไปบ้านซอยสายลม ก็อธิษฐานอีกครั้ง  บังเอิญมาก ได้รูปสมเด็จองค์ปฐมจากในถังขยะ  มี 2 รูป รูปหนึ่งฉีกขาด อีกรูปอยู่ในสภาพสมบูรณ์แต่มีรอยม้วน  ขนลุกเลยทีเดียว  ในส่วนพระแก้วแดง ก็ได้มาบูชาแบบไม่คาดฝัน  เหมือนเป็นการตอกย้ำว่า  เธอปรารถนาพุทธภูมิจริง  จึงได้สิ่งที่เธออธิษฐานไว้   ทุกวันนี้แม้จะสัมผัสอะไรไม่ได้มาก  แต่มีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่า  สมเด็จองค์ปฐม และหลวงปู่ดู่  ท่านมองเราอยู่  ให้กำลังใจเราห่างๆ  ให้มีกำลังใจที่เข้มแข็ง  เพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ในวัฏฏะสงสารนี้ ครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: june ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2012, 03:21:54 AM
สวัสดีครับญาติธรรมเว็ปพุทธภูมิ ผมชื่อ จูน ครับ

ปรารถนาพุทธภูมิแบบศรัทธาธิกะครับ เมื่อก่อน(ตอนที่ระลึกชาติไม่ได้)ปรารถนาเป็นสาวกภูมิ(พระอานนท์) แต่พอมารู้ว่าตัวเองปรารถนา พุทธภูมิมาหลายภพชาติแล้วจึงตั้งจิตแน่วๆปรารถนาต่อพุทธภูมิอย่างมุ่งมั่นและจริงใจ แม้เพื่อนที่บำเพ็ญมาด้วยกันจะลาพุทธภูมิแล้วชวนเราลาด้วยก็ไม่ยอมครับ ยังปรารถนาพุทธภูมิเหมือนเดิมครับ ที่สำคัญกำลังใจเต็มเปี่ยมมากกว่าเดิมด้วยครับ ตอนนี้ก็พยายามชักชวนคนไปร่วมบุญร่วมสร้างปูชนียสถาน ทำโรงทาน  ตามความสามารถของตนและโอกาสจะเอื้ออำนวยครับ    หากมีอะไรแนะนำได้นะครับ ยินดีรับฟังทุกท่านครับ

ขออำนาจคุณพระพุทธเจ้ามีสมเด็จองค์ปฐมเป็นประธาน พระธรรม พระอริยสงฆ์ได้โปรดเบิกบุญทั้งที่สำเร็จแก่ข้าพเจ้าแล้วตั้งแต่อดีตชาติ ถึงวันนี้ข้าพพึงจะได้รับมากน้อยเพียงใดขอให้ท่านทั้งหลายได้รับเช่นเดียวกันกับข้าพเจ้าทุกประการและด้วยอานิสงค์ผลบุญนี้ ขอให้ท่านที่ปรารถนาพุทธภูมิทั้งหลายจงสำเร็จดั่งใจท่านปรารถนาทุกประการเทอญ


เป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ปรารถนาพุทธภูมิครับ

อิมินาปุญญะ กัมเมนา พุทโธ โหมิ อนาคเต กาเล

ปล. อาทิตย์ก่อนมีนิมิตว่า มีนาคตัวนึงจะเอาพระมาให้เป็นพระแก้วแดงอยู่ในใบโพธิ์ทรงเครื่องจักพรรดิ์ องค์เล็กขนาดนิ้วโป้งผู้ใหญ่ องค์จริงเป็นองค์ใหญ่มากเขาไม่สามารถให้ได้ เขาถามว่าจะเอามั๊ย  เราก็ตอบไปว่าอยากได้ แต่ไม่รู้จะเอามาทำไม เพราะที่บ้านพระเยอะมากจนแทบจะไม่มีหิ้งใส่  หากจะเป็นวาสนาบารมีก้จะน้อมรับเอาครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Arthamaat ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2012, 09:26:50 AM
สวัสดีครับญาติธรรมเว็ปพุทธภูมิ ผมชื่อ จูน ครับ

ปรารถนาพุทธภูมิแบบศรัทธาธิกะครับ เมื่อก่อน(ตอนที่ระลึกชาติไม่ได้)ปรารถนาเป็นสาวกภูมิ(พระอานนท์) แต่พอมารู้ว่าตัวเองปรารถนา พุทธภูมิมาหลายภพชาติแล้วจึงตั้งจิตแน่วๆปรารถนาต่อพุทธภูมิอย่างมุ่งมั่นและจริงใจ แม้เพื่อนที่บำเพ็ญมาด้วยกันจะลาพุทธภูมิแล้วชวนเราลาด้วยก็ไม่ยอมครับ ยังปรารถนาพุทธภูมิเหมือนเดิมครับ ที่สำคัญกำลังใจเต็มเปี่ยมมากกว่าเดิมด้วยครับ (ผมมีตาที่ 3) ตอนนี้ก็ช่วยเหลือคนไปเรื่อยๆครับ

หากมีอะไรแนะนำได้นะครับ ยินดีรับฟังทุกท่านครับ

ขออำนาจคุณพระพุทธเจ้ามีสมเด็จองค์ปฐมเป็นประธาน พระธรรม พระอริยสงฆ์ได้โปรดเบิกบุญทั้งที่สำเร็จแก่ข้าพเจ้าแล้วตั้งแต่อดีตชาติ ถึงวันนี้ข้าพพึงจะได้รับมากน้อยเพียงใดขอให้ท่านทั้งหลายได้รับเช่นเดียวกันกับข้าพเจ้าทุกประการและด้วยอานิสงค์ผลบุญนี้ ขอให้ท่านที่ปรารถนาพุทธภูมิทั้งหลายจงสำเร็จดั่งใจท่านปรารถนาทุกประการเทอญ


เป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ปรารถนาพุทธภูมิครับ

อิมินาปุญญะ กัมเมนา พุทโธ โหมิ อนาคเต กาเล

ปล. อาทิตย์ก่อนมีนิมิตว่า มีนาคตัวนึงจะเอาพระมาให้เป็นพระแก้วแดงอยู่ในใบโพธิ์ทรงเครื่องจักพรรดิ์ องค์เล็กขนาดนิ้วโป้งผู้ใหญ่ องค์จริงเป็นองค์ใหญ่มากเขาไม่สามารถให้ได้ เขาถามว่าจะเอามั๊ย  เราก็ตอบไปว่าอยากได้ แต่ไม่รู้จะเอามาทำไม เพราะที่บ้านพระเยอะมากจนแทบจะไม่มีหิ้งใส่  หากจะเป็นวาสนาบารมีก้จะน้อมรับเอาครับ


อนุโมทนาด้วยครับ 
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Kuekkonk ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2012, 03:39:44 PM
ผมอยากให้ท่านที่ปรารถนาพุทธภูมิทุกท่าน ช่วยลงชื่อ Email address เพื่อติดต่อกันครับ ผมชื่อก้อง Kuekkonkhun@gmail.com หากมีเฟซด้วยยิ่งดีครับ (ช่วยแยกจากเฟซทั่วไปนะครับไม่อยากให้ใครมาปรามาส สงสารเขา)
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: june ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2012, 05:31:52 PM
สวัสดีครับญาติธรรมเว็ปพุทธภูมิ ผมชื่อ จูน ครับ

ปรารถนาพุทธภูมิแบบศรัทธาธิกะครับ เมื่อก่อน(ตอนที่ระลึกชาติไม่ได้)ปรารถนาเป็นสาวกภูมิ(พระอานนท์) แต่พอมารู้ว่าตัวเองปรารถนา พุทธภูมิมาหลายภพชาติแล้วจึงตั้งจิตแน่วๆปรารถนาต่อพุทธภูมิอย่างมุ่งมั่นและจริงใจ แม้เพื่อนที่บำเพ็ญมาด้วยกันจะลาพุทธภูมิแล้วชวนเราลาด้วยก็ไม่ยอมครับ ยังปรารถนาพุทธภูมิเหมือนเดิมครับ ที่สำคัญกำลังใจเต็มเปี่ยมมากกว่าเดิมด้วยครับ (ผมมีตาที่ 3) ตอนนี้ก็ช่วยเหลือคนไปเรื่อยๆครับ

หากมีอะไรแนะนำได้นะครับ ยินดีรับฟังทุกท่านครับ

ขออำนาจคุณพระพุทธเจ้ามีสมเด็จองค์ปฐมเป็นประธาน พระธรรม พระอริยสงฆ์ได้โปรดเบิกบุญทั้งที่สำเร็จแก่ข้าพเจ้าแล้วตั้งแต่อดีตชาติ ถึงวันนี้ข้าพพึงจะได้รับมากน้อยเพียงใดขอให้ท่านทั้งหลายได้รับเช่นเดียวกันกับข้าพเจ้าทุกประการและด้วยอานิสงค์ผลบุญนี้ ขอให้ท่านที่ปรารถนาพุทธภูมิทั้งหลายจงสำเร็จดั่งใจท่านปรารถนาทุกประการเทอญ


เป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ปรารถนาพุทธภูมิครับ

อิมินาปุญญะ กัมเมนา พุทโธ โหมิ อนาคเต กาเล

ปล. อาทิตย์ก่อนมีนิมิตว่า มีนาคตัวนึงจะเอาพระมาให้เป็นพระแก้วแดงอยู่ในใบโพธิ์ทรงเครื่องจักพรรดิ์ องค์เล็กขนาดนิ้วโป้งผู้ใหญ่ องค์จริงเป็นองค์ใหญ่มากเขาไม่สามารถให้ได้ เขาถามว่าจะเอามั๊ย  เราก็ตอบไปว่าอยากได้ แต่ไม่รู้จะเอามาทำไม เพราะที่บ้านพระเยอะมากจนแทบจะไม่มีหิ้งใส่  หากจะเป็นวาสนาบารมีก้จะน้อมรับเอาครับ


อนุโมทนาด้วยครับ


สาธุ   โมทนาบุญเช่นกันนะครับ   :)
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Wisdom ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2012, 05:43:21 PM
อนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านด้วยความปิติอย่างยิ่ง
ปลื้มใจที่ได้เห็นหน่อเนื้อพุทธวงศ์ทั้งหลาย
มาแลกเปลี่ยนประสบการ์ณชี้แนะสมาคมกัน

ช่วยๆกันครับ พระโพธิสัตว์รุ่นพี่ทั้งหลายที่บารมี
เต็มแล้วท่านเหล่านั้นเองก็คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
เพราะเป็นประเพณีของหน่อเนื้อพุทธวงศ์มาชั่วกาลนาน

ธรรมรักษาครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Kuekkonk ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2012, 06:29:16 PM
ผมขอแนะนำว่าทุกท่านตั้งใจปฏิบัติ โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ ประกอบด้วย สติปัฏฐาน ๔
สัมมัปทาน ๔
อิทธิบาท ๔
อินทรีย์ ๕
พละ ๕
โพชฌงค์ ๗
มรรค ๘
โดยสิ่งที่จะเตือนท่านทุกๆชาติได้นั้นคือสติ ทุกลมหายใจ เท่าที่นึกได้ครับ และสิ่งที่ทำให้ท่านผ่านพ้นอุปสรรคไปได้คือกำลังใจ 
สรุป มีกำลังใจที่ดี มี สติ เตือนเมื่อกำลังใจหมดและเติมกำลังใจเข้าไป (ถือว่าผมแชร์นะครับ เพราะไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายที่จะแนะนำได้)
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Wisdom ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2012, 06:33:47 PM
ผมขอแนะนำว่าทุกท่านตั้งใจปฏิบัติ โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ ประกอบด้วย สติปัฏฐาน ๔
สัมมัปทาน ๔
อิทธิบาท ๔
อินทรีย์ ๕
พละ ๕
โพชฌงค์ ๗
มรรค ๘
โดยสิ่งที่จะเตือนท่านทุกๆชาติได้นั้นคือสติ ทุกลมหายใจ เท่าที่นึกได้ครับ และสิ่งที่ทำให้ท่านผ่านพ้นอุปสรรคไปได้คือกำลังใจ 
สรุป มีกำลังใจที่ดี มี สติ เตือนเมื่อกำลังใจหมดและเติมกำลังใจเข้าไป (ถือว่าผมแชร์นะครับ เพราะไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายที่จะแนะนำได้)

อนุโมทนาสาธุในธรรมทานครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง
ว่าสิ่งที่สำคัญเป็นลำดับต้นๆสำหรับนักบำเพ็ญบารมีทั้งหลาย
แล้วก็คือความไม่ประมาทนั้นเอง เพราะเราเป็นผู้เห็นภัยในวัฐสงสาร
การที่เราจะบำเพ็ญบ่มเพาะบารมีแก่กล้าต้องมี สติ เป็นตัวนำ เพื่อความไม่ประมาท

เพราะเมื่อประมาทเมื่อใด ก็นับว่าจะเสียเวลาไปมากในการสร้างบารมี
ทุกคืนก่อนนอนนั้นผมจะนั่งพิจารณาตนเอง
ก่อนเสมอว่าวันนี้เราได้กำไร หรือขาดทุน

ธรรมรักษา
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: june ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2012, 08:17:26 PM
ตามความเข้าใจ ภาษาพื้นบ้านของผมนะครับ

เราควรจะมีศีล อย่างน้อยก็ศีล 5 ควบคู่ไปกับสติ  ตอนแรกก็อาจจะมีสติตอนเรานึกได้ และพยายามให้มีสติอยู่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะกิน นอน เดิน นั่ง หรือยืน

ทำแบบบนี้ก็เรียกได้ว่าสติปัฏฐาน 4  สติตัวนี้จะแนบเข้ากับจิต ตามดู ตามรู้  จิตดวงนี้จะมีสติกำกับอยู่ ก้จะเข้าใจ ใคร่ควร พิจารณา ในสัมมัปทาน ๔

อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ มรรค ๘ 

กล่าวโดยย่อคือสติตัวนี้จะทำให้เรา รู้แจ้ง และเห็นภัยในวัฎสงสาร เพื่อยังเกิดความไม่ประมาทให้แก่ตัวเราเองใช่มั๊ยครับ

หากเข้าใจผิดประการใดขอให้ท่านผู้มีปัญญาชี้แจงด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Kuekkonk ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2012, 10:21:58 PM
ตามความเข้าใจ ภาษาพื้นบ้านของผมนะครับ

เราควรจะมีศีล อย่างน้อยก็ศีล 5 ควบคู่ไปกับสติ  ตอนแรกก็อาจจะมีสติตอนเรานึกได้ และพยายามให้มีสติอยู่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะกิน นอน เดิน นั่ง หรือยืน

ทำแบบบนี้ก็เรียกได้ว่าสติปัฏฐาน 4  สติตัวนี้จะแนบเข้ากับจิต ตามดู ตามรู้  จิตดวงนี้จะมีสติกำกับอยู่ ก้จะเข้าใจ ใคร่ควร พิจารณา ในสัมมัปทาน ๔

อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ มรรค ๘ 

กล่าวโดยย่อคือสติตัวนี้จะทำให้เรา รู้แจ้ง และเห็นภัยในวัฎสงสาร เพื่อยังเกิดความไม่ประมาทให้แก่ตัวเราเองใช่มั๊ยครับ

หากเข้าใจผิดประการใดขอให้ท่านผู้มีปัญญาชี้แจงด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ
ขออนุญาตก้าวล่วงนะครับ โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการเป็นธรรมอันเป็นฝักฝ่ายแห่งความตรัสรู้ คือ เกื้อกูลแก่การตรัสรู้ เกื้อหนุนแก่อริยมรรค ครับ ซึ่งพระโพธิสัตว์ต้องใช้ แต่พระโพธิสัตว์ทุกท่านที่ต้องทำคือสร้างบารมี 30 ประการให้เต็มจนล้น และการที่บารมีเต็มจนล้นนั้นต้องอาศัยจิตใจที่กล้าแข็ง กำลังใจที่เปี่ยมล้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเตือนตัวเองด้วยสติตลอดว่าจะไม่ยอมต่อนิวร และกิเลส หากมาทำให้ท้อถอย และการที่จะก้าวล่วงต่อชาติภพเป็นหลายอสงไขยนั้น ก็ต้องพึ่งออปชั่น คือ  โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ ซึ่งเท่าที่อ่านคุณjune ที่มีออปชั่นระลึกชาติได้นี่ก็เป็น 1 ในนั้น เพราะอย่างน้อยก็ทำให้เกิดศรัทธาที่กล้าแข็งจนเกิดทิฎฐิที่ถูกต้อง ทำให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องที่ดี ขออนุโมทนาด้วยครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Kuekkonk ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2012, 10:28:12 PM
อนึ่งพระโพธิสัตว์ก็มีดอกาสพลาดพลั้งตราบใดที่ยั้งไม่บรรลุ หรือเป็นพระอรหันต์ ก็ถือว่าเป็นปุถุชน ที่เป็นเหยีื่อกิเลสเสมอ ยกตัวอย่างพระพุทธองค์สมัยเป็นพระโพธิสัตว์ ที่เป็นสัตวเดรฉานก็หลายชาติ ตกนรกก็มีบ้าง แต่ไม่ลึก เว็บนี้จึงให้ประโยชน์ในการให้กำลังใจซึ่งกันและกันครับ อนุโมทนากับเจ้าของเว็บด้วย
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Kuekkonk ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2012, 10:47:14 PM
หากมีบทความธรรมะ หรือกระทู้ที่เกี่ยวข้องกับหมวดหมู่ต่างๆในเว็บพุทธภูมิ
แห่งนี้ ยินดีช่วยกันเอามาโพสตั้งกระทู้กันนะครับ เพราะเว็บเราเพิ่งเปิดใหม่
กำลังอยุ่ในช่วงรวบรวมเนื้อหา และ ตามผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายนะครับ
 
มาช่วยกันครับ สร้างบารมีด้วยกัน ช่วยกัน บารมีจะเต็มไวครับ สาธุ

ยินดีต้อนรับหน่อโพธิญาณทุกๆท่าน
หากมีอะไรชี้แนะหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลในการบำเพ็ญก็ขอเชิญนะครับ

หลวงตาม้าท่านเคยสอนว่าคนปราถนาโพธิญานต้องช่วยเหลือกัน
และผู้ปราถนาโพธิญาณก็ต้องมาเรียนศึกษากับผู้บำเพ็ญโพธิญานด้วยกันครับ

ธรรมรักษา
ผมขอแนะนำ 1 เอาชาดก ต่างๆมา เพราะมันสนุกครับ 2 เรื่องราวของพระอนุพุทธ เป็นเลิศด้านใด ทำอะไรมาถึงได้เป็น 3 เรื่องราวพุทธองค์ที่โปรดเวไนยสัตว์ทุกท่าน 3 ประวัติพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ และเชื่อมต่อความสัมพันธ์กัน 4 ประวัติพระพุทธเจ้าในอนาคต ว่าท่านใดเกิดเป็นใครมาบ้าง ฯลฯ นึกออกแล้วบอกให้อีกทีครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Wisdom ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2012, 10:55:53 PM
หากมีบทความธรรมะ หรือกระทู้ที่เกี่ยวข้องกับหมวดหมู่ต่างๆในเว็บพุทธภูมิ
แห่งนี้ ยินดีช่วยกันเอามาโพสตั้งกระทู้กันนะครับ เพราะเว็บเราเพิ่งเปิดใหม่
กำลังอยุ่ในช่วงรวบรวมเนื้อหา และ ตามผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายนะครับ
 
มาช่วยกันครับ สร้างบารมีด้วยกัน ช่วยกัน บารมีจะเต็มไวครับ สาธุ

ยินดีต้อนรับหน่อโพธิญาณทุกๆท่าน
หากมีอะไรชี้แนะหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลในการบำเพ็ญก็ขอเชิญนะครับ

หลวงตาม้าท่านเคยสอนว่าคนปราถนาโพธิญานต้องช่วยเหลือกัน
และผู้ปราถนาโพธิญาณก็ต้องมาเรียนศึกษากับผู้บำเพ็ญโพธิญานด้วยกันครับ

ธรรมรักษา
ผมขอแนะนำ 1 เอาชาดก ต่างๆมา เพราะมันสนุกครับ 2 เรื่องราวของพระอนุพุทธ เป็นเลิศด้านใด ทำอะไรมาถึงได้เป็น 3 เรื่องราวพุทธองค์ที่โปรดเวไนยสัตว์ทุกท่าน 3 ประวัติพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ และเชื่อมต่อความสัมพันธ์กัน 4 ประวัติพระพุทธเจ้าในอนาคต ว่าท่านใดเกิดเป็นใครมาบ้าง ฯลฯ นึกออกแล้วบอกให้อีกทีครับ

ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: P19D ที่ กุมภาพันธ์ 22, 2012, 11:10:49 PM
ชื่อต้าค่ะ
ตั้งความปรารถนาแบบสัทธาธิกะ
โมทนากับปณิธานและกำลังใจอันใหญ่ยิ่งในการมุ่งพุทธภูมิของทุกท่าน
หากมีข้อชี้แนะอะไร โปรดแนะนำด้วยค่ะ

19disappear@gmail
p19t@hotmail
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: june ที่ กุมภาพันธ์ 23, 2012, 01:00:46 AM
ตามความเข้าใจ ภาษาพื้นบ้านของผมนะครับ

เราควรจะมีศีล อย่างน้อยก็ศีล 5 ควบคู่ไปกับสติ  ตอนแรกก็อาจจะมีสติตอนเรานึกได้ และพยายามให้มีสติอยู่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะกิน นอน เดิน นั่ง หรือยืน

ทำแบบบนี้ก็เรียกได้ว่าสติปัฏฐาน 4  สติตัวนี้จะแนบเข้ากับจิต ตามดู ตามรู้  จิตดวงนี้จะมีสติกำกับอยู่ ก้จะเข้าใจ ใคร่ควร พิจารณา ในสัมมัปทาน ๔

อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ มรรค ๘ 

กล่าวโดยย่อคือสติตัวนี้จะทำให้เรา รู้แจ้ง และเห็นภัยในวัฎสงสาร เพื่อยังเกิดความไม่ประมาทให้แก่ตัวเราเองใช่มั๊ยครับ

หากเข้าใจผิดประการใดขอให้ท่านผู้มีปัญญาชี้แจงด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ
ขออนุญาตก้าวล่วงนะครับ โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการเป็นธรรมอันเป็นฝักฝ่ายแห่งความตรัสรู้ คือ เกื้อกูลแก่การตรัสรู้ เกื้อหนุนแก่อริยมรรค ครับ ซึ่งพระโพธิสัตว์ต้องใช้ แต่พระโพธิสัตว์ทุกท่านที่ต้องทำคือสร้างบารมี 30 ประการให้เต็มจนล้น และการที่บารมีเต็มจนล้นนั้นต้องอาศัยจิตใจที่กล้าแข็ง กำลังใจที่เปี่ยมล้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเตือนตัวเองด้วยสติตลอดว่าจะไม่ยอมต่อนิวร และกิเลส หากมาทำให้ท้อถอย และการที่จะก้าวล่วงต่อชาติภพเป็นหลายอสงไขยนั้น ก็ต้องพึ่งออปชั่น คือ  โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ ซึ่งเท่าที่อ่านคุณjune ที่มีออปชั่นระลึกชาติได้นี่ก็เป็น 1 ในนั้น เพราะอย่างน้อยก็ทำให้เกิดศรัทธาที่กล้าแข็งจนเกิดทิฎฐิที่ถูกต้อง ทำให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องที่ดี ขออนุโมทนาด้วยครับ

ขอบคุณ คุณKuekkonk มากๆนะครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Vatairat ที่ กุมภาพันธ์ 23, 2012, 09:52:11 PM
สวัสดีค่ะท่านพุทธภูมิ ทุกท่าน เป็นมาชิกที่สมัครเข้ามาใหม่ค่ะ  แนะนำด้วยนะค่ะ 
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Arthamaat ที่ กุมภาพันธ์ 23, 2012, 09:59:30 PM
สวัสดีค่ะท่านพุทธภูมิ ทุกท่าน เป็นมาชิกที่สมัครเข้ามาใหม่ค่ะ  แนะนำด้วยนะค่ะ 

ยินดีครับ  ที่ได้พบหน่อพุทธภูมิอีกท่าน 
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Kuekkonk ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2012, 12:18:09 AM
วันนี้ฝึกจิตฝึกใจกันอยู่ไหมครับ ฝากแผ่เมตตาเผื่อผมด้วยนะ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Wisdom ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2012, 01:40:34 PM
วันนี้ฝึกจิตฝึกใจกันอยู่ไหมครับ ฝากแผ่เมตตาเผื่อผมด้วยนะ

โมทนาครับ อธิษฐานช่วยเหลือและคิดถึงเพื่อนหน่อพุทธะทุกวันครับ
ทุกวัน คือการฝึกจิต และสร้างบารมี วันไหนขาดทุนเสียหายหลายแสน
หากประมาทไปเพียงแค่สักวันเดียว . . .

ธรรมรักษา
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ohm_chiangmai ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2012, 03:59:28 PM
สวัสดีพุทธภูมิทุกท่านครับ ผมแค่ปุถุชนคนธรรมดา เข้ามาเยี่ยมชมและติดตามนะครับ..อนุโมทนาสาธุนะครับ

ohm_chiangmai@hotmail.com

อะหัง ปัญญาธิกะ พุทโธ โหมิ อนาคเต ฯ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: kongkiatm ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2012, 09:11:18 PM
ขอ อนุโมทนาบุญแก่ทุกท่าน  จิตของพระโพธิสัตว์ อัศจรรย์มาก

เมื่อไม่กี่ที่ผ่านมาเรารับทุกข์มาก จึงหันเข้าปฏิบัติธรรม ทำทาน ถือศีล และนั่งสมาธิ เพียงไม่ถึงอาทิตย์ก็ได้ฌาณที่ 2 จากนั้นจิตก็เดิน วิปัสสนาญาณเอง ฆ่ากิเลสไปเพียบ จนตอนนี้ตัวเบาเลย แต่ไม่มีความเป็นพระอริยะเกิดขึ้น อาศัยกำลังของสมาธิเป็นหลัก จากนั้นได้พบอะไรที่มหัศจรรย์อีกหลายๆ อย่าง

การปราถนา พระโพธิญาณนั้น บางครั้งก็น่าท้อใจ เพราะระยะที่ยาวไกลเหลือเกินมองไม่เห็นปลายฝั่ง มันเหนื่อยนักหนา แต่คนที่ตามเรานั้นก็น่าสงสารเหลือเกิน
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: หก ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2012, 01:06:22 PM
 :) สวัสดีครับบบบ ทุกท่าน ผมก็มาขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับบบบ  ผมก็ปรารถนาพุทธภูมิเหมือนกันคร้าบบบ ผมปรารถนาสายวิริยะธิกะคร้าบบบ  คิดว่าชาตินี้คงจะเป็นการปรารถนาชาติแรกของกระผม  ผมยังมีความเลวอยู่มาก อะไรๆก็ยังไม่ค่อยรู้หรอกคร้าบบบ  รบกวนชี้แนะด้วยนะคร้าบบ  สำหรับตัวผมที่มาเจอเว็ปนี้ก็เพราะเป็นคนเล่นเว็ปลังจิตอยู่แล้ว แล้วบังเอิญมาเจอลายเซ็นต์ของคุณwisdom ก็เลยกดตามมาดูคร้าบบ   แล้วในขณะนี้ ผมก็ถือศีล 5 อยู่คร้าบบ และแนะนำธรรมะกับคนทั่วไปที่พอจะแนะนำได้คร้าบบ ช่วยคนบ้าง และก็มีการทำบุญบ้างประปรายคร้าบบ บังเอิญเกิดเป็นคนงบน้อย เลยทำได้นิดหน่อยคร้าบบบ  อิอิอิอิ  แล้วตอนนี้ผมก็กำลังฝึกกสิณอยู่คร้าบบ ยังไม่ไปถึงไหนเลยคร้าบบ แล้วผมก็ยังไปแนะนำคนอื่นอีกด้วยคร้าบบ ตัวผมเองก็ยังไม่รอดเลย  อิอิอิ   ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่านนะคร้าบบบ  ท่านศิษย์พี่ทั้งหลายย 
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Webmaster ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2012, 01:59:43 PM
:) สวัสดีครับบบบ ทุกท่าน ผมก็มาขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับบบบ  ผมก็ปรารถนาพุทธภูมิเหมือนกันคร้าบบบ ผมปรารถนาสายวิริยะธิกะคร้าบบบ  คิดว่าชาตินี้คงจะเป็นการปรารถนาชาติแรกของกระผม  ผมยังมีความเลวอยู่มาก อะไรๆก็ยังไม่ค่อยรู้หรอกคร้าบบบ  รบกวนชี้แนะด้วยนะคร้าบบ  สำหรับตัวผมที่มาเจอเว็ปนี้ก็เพราะเป็นคนเล่นเว็ปลังจิตอยู่แล้ว แล้วบังเอิญมาเจอลายเซ็นต์ของคุณwisdom ก็เลยกดตามมาดูคร้าบบ   แล้วในขณะนี้ ผมก็ถือศีล 5 อยู่คร้าบบ และแนะนำธรรมะกับคนทั่วไปที่พอจะแนะนำได้คร้าบบ ช่วยคนบ้าง และก็มีการทำบุญบ้างประปรายคร้าบบ บังเอิญเกิดเป็นคนงบน้อย เลยทำได้นิดหน่อยคร้าบบบ  อิอิอิอิ  แล้วตอนนี้ผมก็กำลังฝึกกสิณอยู่คร้าบบ ยังไม่ไปถึงไหนเลยคร้าบบ แล้วผมก็ยังไปแนะนำคนอื่นอีกด้วยคร้าบบ ตัวผมเองก็ยังไม่รอดเลย  อิอิอิ   ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่านนะคร้าบบบ  ท่านศิษย์พี่ทั้งหลายย 

ยินดีต้อนรับคุณหกครับ โมทนาด้วยในปณิธานและขอให้มั่นใจ อย่าได้ท้อ

ที่เราปราถนานั้น ไม่ใช่ความบังเอิญ หากเราไม่เคย
คิดไม่เคยปราถนามาเลยในอดีตชาติ
ก็ยากนักที่จู่ๆจะมาปราถนาในชาตินี้
ขอเป็นกำลังใจให้ครับ สาธุ . . .

ธรรมรักษา
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Attawat_Rx ที่ กุมภาพันธ์ 28, 2012, 10:33:43 PM
 :) สวัสดีครับ เรียกผมว่า "อรรถ" ละกัน

บำเพ็ญแบบศรัทธาธิกะพิเศษครับ

ยินดีที่ได้พบทุกท่านครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Arthamaat ที่ กุมภาพันธ์ 29, 2012, 10:35:35 PM
สวัสดีครับพี่อรรถ หายไปนานเลย  สบายดีน่ะครับพี่ 
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Attawat_Rx ที่ มีนาคม 01, 2012, 11:58:07 AM
ครับ แอบดูอยู่ห่างๆไม่หายไปไหนหรอกครับ ถามว่าสบายไหม คงต้องบอกว่าพออยู่ตัวไม่ถือว่าสบายมากนักครับ กรรมมันเยอะ(หุหุ)
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วชิรญาน ที่ มีนาคม 01, 2012, 01:54:34 PM
สวัสดีครับโพธิสัตว์ทุกท่าน
ผมชื่อ ตี้ เรียนมหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ ผมเคยอ่านพุทธประวัติตั้งแต่12 ขวบ น้ำตาไหลปิติ ผมปรารถนาเป็นสายปัญญาธิกะมาเนิ่นนานแล้ว ได้ศึกษาข้อปฏิบัติสายหลวงพ่อฤาษี และอยู่ภาวนากับสายหลวงปู่ชา  พอเป็นที่พึ่งตัวได้ ตอนนี้มีโอกาสสร้างบุญบารมีและชักชวนบริวารร่วมบุญกับพระกรรมฐานมากอยู่ครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Webmaster ที่ มีนาคม 01, 2012, 09:20:42 PM
สวัสดีครับโพธิสัตว์ทุกท่าน
ผมชื่อ ตี้ เรียนมหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ ผมเคยอ่านพุทธประวัติตั้งแต่12 ขวบ น้ำตาไหลปิติ ผมปรารถนาเป็นสายปัญญาธิกะมาเนิ่นนานแล้ว ได้ศึกษาข้อปฏิบัติสายหลวงพ่อฤาษี และอยู่ภาวนากับสายหลวงปู่ชา  พอเป็นที่พึ่งตัวได้ ตอนนี้มีโอกาสสร้างบุญบารมีและชักชวนบริวารร่วมบุญกับพระกรรมฐานมากอยู่ครับ

อนุโมทนาสาธุด้วยอย่างยิ่งครับ

สาธุ

ธรรมรักษา
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: june ที่ มีนาคม 03, 2012, 12:46:26 AM
สวัสดีครับโพธิสัตว์ทุกท่าน
ผมชื่อ ตี้ เรียนมหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ ผมเคยอ่านพุทธประวัติตั้งแต่12 ขวบ น้ำตาไหลปิติ ผมปรารถนาเป็นสายปัญญาธิกะมาเนิ่นนานแล้ว ได้ศึกษาข้อปฏิบัติสายหลวงพ่อฤาษี และอยู่ภาวนากับสายหลวงปู่ชา  พอเป็นที่พึ่งตัวได้ ตอนนี้มีโอกาสสร้างบุญบารมีและชักชวนบริวารร่วมบุญกับพระกรรมฐานมากอยู่ครับ

สาธุ สาธุ สาธุ โมทนานะครับ จูนก็อยู่ที่ขอนแก่นเหมือนกันครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Kuekkonk ที่ มีนาคม 06, 2012, 12:48:25 AM
จะมีใครที่ยอมสละราชบัลลังลูกและภรรยา เข้าป่า นอนวันละ 4 ชั่วโมง เดินวันละเฉลี่ย 16 กิโลเมตร เดินชี้ทางให้กับทุกคนไม่ว่ายากดีมีจนก็สอน ไม่หวังอะไร ไม่เบียดเบียน ไม่มีโทษ ผมขอกราบผู้น้ันด้วยความเคารพเหนือหัว
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Attawat_Rx ที่ มีนาคม 06, 2012, 09:42:26 AM
อ้างถึง
จะมีใครที่ยอมสละราชบัลลังลูกและภรรยา เข้าป่า นอนวันละ 4 ชั่วโมง เดินวันละเฉลี่ย 16 กิโลเมตร เดินชี้ทางให้กับทุกคนไม่ว่ายากดีมีจนก็สอน ไม่หวังอะไร ไม่เบียดเบียน ไม่มีโทษ ผมขอกราบผู้น้ันด้วยความเคารพเหนือหัว

สาธุ....แต่เอ...แบบนี้จะสุดโต่งไปไหมครับ เพราะการอยู่บ้านสงเคราะห์บุตร ภรรยา พ่อแม่ และญาติพี่น้อง นี่มันต้องมาก่อนมิใช่หรือครับ ไม่รู้นะครับเท่าที่ทราบลำดับการสงเคราะห์นี่พุทธภูมิจะลำดับความสำคัญก่อนหลังในการสงเคราห์คือ

๑. ตนเอง (เอาตนเองให้รอดหรือพอรอดก่อน ไม่งั้นจะเป็นเตี้ยอุ่มค่อม มันเสียเวลาครับ)
๒. ญาติ ได้แก่ บิดามารดา พี่น้อง ภรรยา บุตร ครูอาจารย์ พระพุทธศาสนา
๓. คนใกล้ชิด เช่น เพื่อน
๔. คนทั้่วไป
๕. สังคมทั้งสังคม (ทั้งโลก)
๖. สงเคราะห์ ๓ โลก...

โดยการสงเคราะห์นี้จะต้องลำดับก่อนหลัง ตามกำลังควาสามารถ และบารมีหรือบุญในขณะนั้น เขาจะไม่ทำเกินตัว เพราะการทำเกินตัวนั้นสุดท้ายมันได้ไม่คุ้มเสีย เป็นการทำบารมีให้พร่องไปเปล่าๆ (เกินไปก็คือไม่เต็ม ขาดไปก็คือไม่เต็ม)

เรื่องนี้จะเล่าให้ละเอียดในภายหลังนะครับ

ธรรมมะสวัสดี

หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Kuekkonk ที่ มีนาคม 06, 2012, 02:26:55 PM
อ้างถึง
จะมีใครที่ยอมสละราชบัลลังลูกและภรรยา เข้าป่า นอนวันละ 4 ชั่วโมง เดินวันละเฉลี่ย 16 กิโลเมตร เดินชี้ทางให้กับทุกคนไม่ว่ายากดีมีจนก็สอน ไม่หวังอะไร ไม่เบียดเบียน ไม่มีโทษ ผมขอกราบผู้น้ันด้วยความเคารพเหนือหัว

สาธุ....แต่เอ...แบบนี้จะสุดโต่งไปไหมครับ เพราะการอยู่บ้านสงเคราะห์บุตร ภรรยา พ่อแม่ และญาติพี่น้อง นี่มันต้องมาก่อนมิใช่หรือครับ ไม่รู้นะครับเท่าที่ทราบลำดับการสงเคราะห์นี่พุทธภูมิจะลำดับความสำคัญก่อนหลังในการสงเคราห์คือ

๑. ตนเอง (เอาตนเองให้รอดหรือพอรอดก่อน ไม่งั้นจะเป็นเตี้ยอุ่มค่อม มันเสียเวลาครับ)
๒. ญาติ ได้แก่ บิดามารดา พี่น้อง ภรรยา บุตร ครูอาจารย์ พระพุทธศาสนา
๓. คนใกล้ชิด เช่น เพื่อน
๔. คนทั้่วไป
๕. สังคมทั้งสังคม (ทั้งโลก)
๖. สงเคราะห์ ๓ โลก...

โดยการสงเคราะห์นี้จะต้องลำดับก่อนหลัง ตามกำลังควาสามารถ และบารมีหรือบุญในขณะนั้น เขาจะไม่ทำเกินตัว เพราะการทำเกินตัวนั้นสุดท้ายมันได้ไม่คุ้มเสีย เป็นการทำบารมีให้พร่องไปเปล่าๆ (เกินไปก็คือไม่เต็ม ขาดไปก็คือไม่เต็ม)

เรื่องนี้จะเล่าให้ละเอียดในภายหลังนะครับ

ธรรมมะสวัสดี

ผมก็มีความรู้น้อยครับไม่กล้าแนะนำอะไร แต่มีข้อที่จะเสนอแนะตามภูมิความรู้ผมดังนี้ครับ
ลำดับการที่จะสงเคราะห์ใครนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เรื่องที่สำคัญคือเราต้องสร้างบารมีให้เต็ม และปฏิบัติโพธิปักขิยธรรม ให้พร้อม การสร้างบารมีให้เต็มนั้นมันสร้างที่ใจ ไม่ได้ที่ข้างนอก โดยประมาณดังนี้
1. ทานบารมี คือ การไม่ยึดมั่นถือมั่น ทั้งสิงของตัวเอง ร่างกาย ตัวเอง ขัน 5 ของตัวเอง แม้แต่บุญของตัวเอง ความสบาย ต่าางๆ
2. ศีลบารมี คือ รักษาปกติของจิต ไม่ให้เบียดเบียนใคร รวมทั้งตัวเอง ด้วยชีวิต
3. เนกขัมมบารมี คือ รักความสันโดษปลอดโปล่งทางจิต (ถ้าบวช จะรู้ว่าเบาสบายปลอดโปร่ง ไม่มีภาระต้องคิดต้องทำ) และกาย สำรวม ทำให้จิตเบา เพื่อขัดเกลาความอยากและกิเลสในจิตให้เบาบาง
4. ปัญญา คือ ฝึกจิตให้เห็นตรง เห็นไตรลักษณ์ และ อริยสัจ คือ มีเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป ให้เห็นได้บ่อยๆ ทุกอย่างเป็นทุกและหาเหตุของทุกตัวเองและหาวิธิแก้ไข เผลอลืมน้อยที่สุด (มันจะมาควบคู่กับสติ)
5. สัจจะ คือ ต้องมีความจริงใจของจิตให้กับตัวเอง หากกล่าวออกมาหรือตั้งใจ  ต้องจริง ไม่โลเล
6. อฐิษฐาน คือ ต้องตั้งมั่น ไม่วอกแวก เพราะสัจจะกับอฐิษฐานจะมาใกล้กัน อยากตั้งใจแล้วต้องทำให้ได้แม้ด้วยชีวิต
7. ขันติ คือ อดทน จากในใจไม่ย่อท้อ อยากได้แต่ไม่ได้ ไม่อยากได้แต่ต้องได้ เพื่อให้ธรรมคงอยู่
8. วิริยะ คือ เพียร 4
9. เมตตา คือ ปรารถนาให้คนอื่นมีความสุข แม้เป็นสัตรู ไม่คิดเบียดเบียนแม้ด้วยชีวิต
10. อุเบกขา คือ วางเฉย ทั้งตัวเองและรอบข้าง หากช่วยไม่ได้ กรุณาไม่ได้ให้อุเบกขา ตัดใจหากเรื่องนั้นเป็นมาร กิเลสในใจ อย่าให้มีนิวรเข้ามาในจิต
    ดังนั้นเป้าหมาายอยู่ที่สร้างบารมี ไม่ได้แบ่งลำดับการสงเคราะห์ เพราะมันจะทำให้มีการแบ่งวรรณะ ทำให้เกิดทิฏฐิ ครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Kuekkonk ที่ มีนาคม 07, 2012, 11:28:52 PM
อยากให้เข้ามาคุยบ่อยๆ เยอะๆ จะได้สร้างกำลังใจให้คนอื่นด้วยครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Heroics ที่ มีนาคม 08, 2012, 07:26:03 AM
สวัสดีทุกคนนะครับ ;D

ผมเคยได้ยินหลวงตาท่านบอกว่า"เราต้องภูมิใจที่เป็นหน่อฯ"
คำพูดท่านมีความหมายลึกซึ้งมาก :)


หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Webmaster ที่ มีนาคม 08, 2012, 02:57:10 PM
สวัสดีทุกคนนะครับ ;D

ผมเคยได้ยินหลวงตาท่านบอกว่า"เราต้องภูมิใจที่เป็นหน่อฯ"
คำพูดท่านมีความหมายลึกซึ้งมาก :)




โมทนาด้วยครับ ถ้าไม่มีหน่อ ก็
จะไม่มีผลในอณาคต ครับผม สาธุ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วิริยธิกะปัญโญโพธิญาณแก้ว ที่ มีนาคม 08, 2012, 08:03:24 PM
เชิญชวนหน่อพุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยน
แนวทางการบำเพ็ญบารมีของแต่ละท่านในกระทู้นี้

 
ส่วนตัวผมชื่อ "นิก" ปราถนาพุทธภูมิ รู้ระลึกตนว่าเป็นประเภท ศรัทธาธิกะ
ตั้งแต่ตอนเด็กๆ จากนั้นก็ปฎิบัติธรรม สร้างบารมีสืบต่อมาเรื่อย

โดยตามรอยการสร้างบารมีสายโพธิญาณ
อันมีครูบาอาจารย์ที่ผมเคารพและมีบุญสัมพันธ์เป็นแนวทาง
แนวการปฎิบัติของผมนั้น ผมเรียนกรรมฐานสายพุทธภูมิ
มาจากครูบาอาจารย์ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์
และพระอริยะ เมตตาชี้แนะอบรมสั่งสอน

"อิมินา ปุญญะกัมเมนะ พุทโธ โหมิ อะนาคะเต กาเล"
จะมั่นคงในปณิธานจนกว่าจะถึงซึ่งพระโพธิญาณ . . .

ยินดีที่ได้รู้จักครับ . . .

สวัสดีครับ ทุกท่าน ชื่อโอ๋นะครับ
พึ่งทราบว่าตัวเองเป็นพุทธภูมิ เพราะ เค้าบอกเร็วๆนี้ แต่ก้ทำเรื่อยๆ กิเลสเยอะเหลือเกิน ครับเน้นรักษาอารมณ์ แล้วสวดจักพรรดิครับ
คิดเห็น ว่าทำเริ่มจากง่ายๆ ค่อยๆทำไป เรื่อยๆ อันไหนทำแล้ววางอารมณ์สบายๆ หยิบยกมาทำ เรื่อยๆ บ่อย กำลังใจจะเพิ่มเองครับ ดูอย่างหลวงปู่ดู่ ท่านอยู่ที่วัดก็ทำได้ เพียงแค่ค่อยทำนะครับ โมทนากับทุกท่านด้วยครับ พยายามเกาะนิพพานไว้ครับ ไม่ต้องกลัวเข้าก่อนครับ ติดอธิฐานยังอยู่ไม่ได้อยู่แล้ว
ที่สำคัญครับ หากพุทธภูมิไม่รักพระนิพพาน แล้วใครจะรักครับ อีกอย่างครับจริตไม่เหมือนกัน หยิบธรรมมะสัก 1ข้อมา อธฐานบารมี แล้ว พยายามรักษาให้ได้ ถ้าข้อนี้เต็ม อีก 9ข้อที่เหลือก็เต็ม บารมี 10ทัศน์ไม่ไปไหนครับ ผิดถูกอย่างไรชี้แนะด้วยครับ ยังใหม่อยู่  สุดท้ายนี้โมทนา กับพุทธภูมิทุกท่านด้วยครับ
การตั้งปรารถนา เป็นเรื่องดี เป็นสิ่งที่ยากยิ่ง....เพียงแต่ต้องค้นหาจุดที่เราทำได้ และกำลังใจเราสามารถ ทรงตัวและเพิ่มพูนได้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Kuekkonk ที่ มีนาคม 15, 2012, 10:00:50 AM
ผมขอเสนอ พระที่ปฏิบัติดีและน่าเข้าไปกราบสร้างบารมีครับ(เท่าที่ผมทราบในความคิดผมครับ)
1.หลวงพ่อกล้วย (วัดป่าธรรมอุทยาน ขอนแก่น) หลวงพ่อท่านเก่งมากใจดีเมตตาสูง และพ้นแล้ว วัดน่าอยู่ครับ ไปค้างได้เลย และเข้าหาได้ง่ายด้วย
2. หลวงปู่เก๋วัดปากน้ำ นนทบุรี
ถ้าใครมีอีกช่วยบอกด้วยนะครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Arthamaat ที่ มีนาคม 27, 2012, 09:32:34 PM
ผมมีความรู้สึกว่า  การสร้างบารมีในยุคนี้ต้องใช้ปัญญาอย่างมาก   คิดแล้วไตร่ตรองให้ดี  การกระทำบางอย่างเป็นผลดีแก่เรา  แต่ก็เป็นผลเสียอย่างมาก เพราะสังคมไม่เอื้ออำนวยให้สร้างบารมี  อย่างที่พุทธภูมิหลายๆท่านในกาลก่อนได้กระทำให้เป็นประจักษ์ไว้  บริจาคลูกเมีย ถ้าทำในสมัยนี้  บอกได้เลยว่า  จะทำให้สังคมยิ่งเสื่อมหนักลงกว่าเดิมอีก    พี่ๆ น้อง ๆ รู้สึกอย่างนั้นหรือเปล่าครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Webmaster ที่ มีนาคม 30, 2012, 04:48:01 PM
ผมมีความรู้สึกว่า  การสร้างบารมีในยุคนี้ต้องใช้ปัญญาอย่างมาก   คิดแล้วไตร่ตรองให้ดี  การกระทำบางอย่างเป็นผลดีแก่เรา  แต่ก็เป็นผลเสียอย่างมาก เพราะสังคมไม่เอื้ออำนวยให้สร้างบารมี  อย่างที่พุทธภูมิหลายๆท่านในกาลก่อนได้กระทำให้เป็นประจักษ์ไว้  บริจาคลูกเมีย ถ้าทำในสมัยนี้  บอกได้เลยว่า  จะทำให้สังคมยิ่งเสื่อมหนักลงกว่าเดิมอีก    พี่ๆ น้อง ๆ รู้สึกอย่างนั้นหรือเปล่าครับ

ยุคนี้ต้องปรับตัวแหละครับ กับการสร้างบารมีในยุคนี้
ยุคนี้ถ้ากำลังใจดีสามารถเก็บบารมีได้มหาศาลเลยละครับ

หัวข้อ: ขอแนะนำตัวครับ
เริ่มหัวข้อโดย: phanlop ที่ มีนาคม 31, 2012, 12:35:24 PM
ผมชื่อ พัลลภ ปรารถนาพุทธภูมิประเภทปัญญาธิกะ
สมัยยังบวชอยู่ไปกัมมัฏฐานที่ภูพานได้ระลึกชาติไปในสมัยพุทธกาล สมัยนั้นพระพุทธองค์ได้เสด็จมาโปรด
พระเจ้าพิมพิสาร สมัยนั้นผมได้เป็นทหารราชองครักษ์ยืนเฝ้าทางเข้ามณฑลพิธีครันแลเห็นพระพุทธองค์เสด็จ
มาตัวนี้สั่นไปหมด พระพุทธองค์เทศนาเรื่องพรหมวิหาร ๔ เมื่อพระพุทธองค์เทศนาจบได้เ้ข้าไปกราบถวายบัง
คมกับพ่อค้าชาวโกสัมพี ๒ คน พ่อค้าชาวโกสัมพี ๒ คนนี้ปรารถนาพุทธภูมิเช่นกันได้กล่าวว่า "ข้าแต่พระพุทธ
องค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้ทำผิดอาญาแผ่นดินแล้วด้วยหวังจะได้กราบนมัสการพระพุทธองค์ใกล้ๆ บัดนี้ข้าพระ
พุทธองค์ได้สิ่งสมความปรารถนาแล้วในกาลเบื้องหน้าขอข้าพระองค์ได้เป็นพระพุทธเจ้าเช่นพระองค์ด้วยเถิด"
หลังจากนั้นถูกจับขังคุกอยู่ ๑ เดือนเพื่อรอรับอาญาแต่พระเจ้าพิมพิสารทรงยกโทษให้ และทรงตรัสว่าพ่อทำสิ่ง
ที่เป็นมงคลแก่โลกแล้ว แม้ในปัจจุบันก็ยังปรารถนาพุทธภูมิทุกทิวาราตรีโดยบริกรรม พุทโธ ๆทุกลมหายใจเข้าออก
และ บางครั้งก็บริกรรม อเวราๆ ทุกลมหายใจเข้าออกเช่นเดียวกัน ท่านทั้งหลายผู้ปรารถนาพุทธภูมิมีธรรมบทใดแนะ
นำข้าพเจ้าบ้างโปรดสงเคราะห์ธรรมนั้นด้วยเถิด
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Phattaraphol.nus๛ ที่ มีนาคม 31, 2012, 12:39:04 PM
ผมปรารถนาปัญญาธิกะบารมี ขอให้ทุกท่านสำเร็จสมหวังด้วยเทอญ อนุโมทนาบุญด้วยครับ สาธุ สาธุ สาธุ           [/color]         
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: viriyathika ที่ มีนาคม 31, 2012, 02:36:38 PM
ผมเป็นผู้ปรารถนาพระโพธิญาณประเภทวิริยะธิกะ ( ตามนิมิตในความฝันที่พระรูปนึงท่านบอกผม ) แต่ผมเป็นวิริยะธิกะที่ไม่ค่อยเหมือนที่ผู้รู้หลายท่านชื่นชอบซะเท่าไหร่ และก็ทำตัวไม่ค่อยเหมาะสมแต่ก็พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะพอทำได้ เพราะบางอย่างที่ผมกำลังเผชิญอยู่ก็เกิดจากวิบากกรรมเก่าที่ผมเคยทำมาอ่ะครับซึ่งมีทั้งดีและไม่ดีคละเคล้ากันไป  ;D ;D ;D
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: phanlop ที่ มีนาคม 31, 2012, 03:32:34 PM
เรียนผู้ปรารถนาพุทธภูมิทุกท่าน ข้าพเจ้าสร้างกลุ่ม พุทธภูมิ ไว้บน facebook เพื่อการรวมตัวกันเพื่อทำประโยชน์แก่มวลมนุษย์และแลกเปลี่ยนข้ออรรถธรรมและธรรมปฏิปทาเพื่อเป็นประโยชน์แก่กาลเบื้องหน้า หากท่านใดมีความประสงค์และเตจำนงเหมือนกันสามารถเข้าไปค้นชื่อ พุทธภูมิ แล้ว add กลุ่มได้เลยครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tumtu ที่ เมษายน 02, 2012, 12:36:10 PM
สวัสดีครับเหล่าหน่อพุทธภูมิทั้งหลาย  ผมชื่อตั้มครับ ยินดีและดีใจที่ทุกท่านมีความปราถนาพุทธภูมิเพื่อรื้อขนสัตว์ไปสู่แดนนิพาน ถึงแม้หนทางจะยาวไกลและลำบากมากถึงมากที่สุดแต่ก็ขอให้ทุกท่านสมปราถนานะครับ โมทนาสาธุกับทุกๆท่านครับ

ส่วนตัวผมก็ปราถนาพุทธภูมิเหมือนกัน มีอะไรก็มาแชร์ความรู้กันนะครับร่วมด้วยช่วยกันสร้างบารมีเพื่อเหล่าเวไนยสัตว์

หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: june ที่ สิงหาคม 04, 2012, 05:48:06 AM
เชิญชวนหน่อพุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยน
แนวทางการบำเพ็ญบารมีของแต่ละท่านในกระทู้นี้

 
ส่วนตัวผมชื่อ "นิก" ปราถนาพุทธภูมิ รู้ระลึกตนว่าเป็นประเภท ศรัทธาธิกะ
ตั้งแต่ตอนเด็กๆ จากนั้นก็ปฎิบัติธรรม สร้างบารมีสืบต่อมาเรื่อย

โดยตามรอยการสร้างบารมีสายโพธิญาณ
อันมีครูบาอาจารย์ที่ผมเคารพและมีบุญสัมพันธ์เป็นแนวทาง
แนวการปฎิบัติของผมนั้น ผมเรียนกรรมฐานสายพุทธภูมิ
มาจากครูบาอาจารย์ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์
และพระอริยะ เมตตาชี้แนะอบรมสั่งสอน

"อิมินา ปุญญะกัมเมนะ พุทโธ โหมิ อะนาคะเต กาเล"
จะมั่นคงในปณิธานจนกว่าจะถึงซึ่งพระโพธิญาณ . . .

ยินดีที่ได้รู้จักครับ . . .

สวัสดีครับ ทุกท่าน ชื่อโอ๋นะครับ
พึ่งทราบว่าตัวเองเป็นพุทธภูมิ เพราะ เค้าบอกเร็วๆนี้ แต่ก้ทำเรื่อยๆ กิเลสเยอะเหลือเกิน ครับเน้นรักษาอารมณ์ แล้วสวดจักพรรดิครับ
คิดเห็น ว่าทำเริ่มจากง่ายๆ ค่อยๆทำไป เรื่อยๆ อันไหนทำแล้ววางอารมณ์สบายๆ หยิบยกมาทำ เรื่อยๆ บ่อย กำลังใจจะเพิ่มเองครับ ดูอย่างหลวงปู่ดู่ ท่านอยู่ที่วัดก็ทำได้ เพียงแค่ค่อยทำนะครับ โมทนากับทุกท่านด้วยครับ พยายามเกาะนิพพานไว้ครับ ไม่ต้องกลัวเข้าก่อนครับ ติดอธิฐานยังอยู่ไม่ได้อยู่แล้ว
ที่สำคัญครับ หากพุทธภูมิไม่รักพระนิพพาน แล้วใครจะรักครับ อีกอย่างครับจริตไม่เหมือนกัน หยิบธรรมมะสัก 1ข้อมา อธฐานบารมี แล้ว พยายามรักษาให้ได้ ถ้าข้อนี้เต็ม อีก 9ข้อที่เหลือก็เต็ม บารมี 10ทัศน์ไม่ไปไหนครับ ผิดถูกอย่างไรชี้แนะด้วยครับ ยังใหม่อยู่  สุดท้ายนี้โมทนา กับพุทธภูมิทุกท่านด้วยครับ
การตั้งปรารถนา เป็นเรื่องดี เป็นสิ่งที่ยากยิ่ง....เพียงแต่ต้องค้นหาจุดที่เราทำได้ และกำลังใจเราสามารถ ทรงตัวและเพิ่มพูนได้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน

ผมเห็นด้วยกับคุณ โอ๋นะครับ เพียงแค่ยก 1 ใน บารมี 10 เป็นที่ตั้งแห่งกำลังใจแล้ว ทั้ง 9 ก็จะตามมาเองครับ  โมทนาบุญด้วยทุกประการนะครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: june ที่ สิงหาคม 04, 2012, 05:53:19 AM
ผมขอเสนอ พระที่ปฏิบัติดีและน่าเข้าไปกราบสร้างบารมีครับ(เท่าที่ผมทราบในความคิดผมครับ)
1.หลวงพ่อกล้วย (วัดป่าธรรมอุทยาน ขอนแก่น) หลวงพ่อท่านเก่งมากใจดีเมตตาสูง และพ้นแล้ว วัดน่าอยู่ครับ ไปค้างได้เลย และเข้าหาได้ง่ายด้วย
2. หลวงปู่เก๋วัดปากน้ำ นนทบุรี
ถ้าใครมีอีกช่วยบอกด้วยนะครับ

สาธุ สาธุ สาธุ   หากมีโอกาสผมจะไปขอความเมตตาจากท่านครับ และแนะนำเพิ่มเติมสำหรับท่านที่อยู่ ขอนแก่นครับ
หลวงพ่อปรีดีย์ วัดป่ากิตติญาณุสรณ์ ภูเวียง หลวงพ่อสุบรรณ วัดถ้ำผาเกิ้ง ครับ ท่านเมตตามากๆเลยครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Webmaster ที่ สิงหาคม 05, 2012, 07:58:19 PM
สาธุครับผม
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วีรชโย ที่ สิงหาคม 23, 2012, 08:07:40 PM
มหาอนุโมทนายินดีในผู้ปราถนาพุทธภูมิทุกท่าน ขอความสำเร็จจงมีแด่ผู้มีความเพียรสร้างบำเพ็ญฯดังเช่นกระรอกโพธิสัตว์นั้นเทอญ สาธุ......
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: chaimakna ที่ สิงหาคม 23, 2012, 09:56:13 PM
ผม   มาเเนะนำ วิธี สร้างบารมี   ถ้าหากพวกคุณ ได้ เกิดในยุค ที่พระพุทธเจ้า อายุยืนมากมาก ถ้าพวกคุณเกิดในยุคนั้นก็สามารถสร้างบารมีได้มาก     ยกตัวอย่างเช่น  ถ้าพวกคุณเกิดในยุคที่มนุษย์อายุเป็น อสงไขย   เเล้วต้องบำเพ็จบารมีอีก สิบหก อสงไขย ก็เท่ากับ สิบหกชาติเอง
ถูก ผิดผม ไม่รู้ ผมเเค่พยายาม หาเเนวถ้า ให้พวกคุณ ผู้ มีใจใหญ่ทั้งหลาย ผมขอกราบพวกท่านก่อน  ส่วนการกราบรอบต่อไป พวกคุณต้องสำเร็จก่อน   ซึ่งถึงตอนนั้นผมอาจอยู่หรือไปนิพพานเเล้วก็ได้ สุดท้ายขอเตือนว่า ฟังไม่ฟังเเล้วเเต่ท่าน การเป็นโพธิสัตว์ นี้ ก็ คือ นักศึกษา จึงอย่าได้ลำพองตัว ว่าข้าเป็น อะไร ขอให้สำรวจระวังเเล้วรู้ไว้เสมอว่า เรานี้ เป็นนักศึกษา เรานี้ควรศึกษาให้มาก  ได้โปรดอย่าฟังข้าพเจ้าทั้งหมดเลย พิจารณา เองบ้าง ข้าพเจ้าไม่อย่าบาป ถูกผิดสิ่งใด ขอกราบอโหสิกรรมเเละอนุโมทนาบุญกับ ผู้ใจ ใหญ่ทั้งหลาย
chaimakna@hotmail.com  เเนะนำอะไร คุยกันได้  facebook เมฆสีทอง สวยดี
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Webmaster ที่ สิงหาคม 23, 2012, 11:12:54 PM
โมทนาสาธุกับทุกๆท่านครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: modnoy ที่ กันยายน 23, 2012, 06:34:51 PM
สวัสดีครับกัลยาณมิตร เหล่าผู้บำเพ็ญบารมีหน่อพุทธางกูลทุกๆท่าน  ผมชื่อ มด ครับ ยินดีที่ได้รู้จักทุกๆท่านครับ
หมั่นบำเพ็ญบุญกุศล รักษาจิต
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Invisible Force ที่ กันยายน 27, 2012, 06:57:01 AM
ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ ครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณ ครูบาอาจารย์ผู้มีเมตตาญาณอบรมสั่งสอนศิษย์ทั้งหลาย
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: มหาอสงไขย ที่ กันยายน 28, 2012, 03:37:44 PM
สวัสดีครับ สาธุ กับ ทุก ๆ ท่านครับ ผม เปรี้ยว ครับ 
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: เทวสิขรินท์ อมตวัฒนพงษ์ ที่ ตุลาคม 01, 2012, 10:54:48 AM
สวัสดีและอนุโมทนากับท่านทั้งหลายที่มีเจตนาแน่วแน่และดีงาม ทั้งยอมเสียสละตนเพื่อเป็นสะพานขนหมู่สัตว์ออกจากวัฏฏะสังสารครับ ผม ราม เทวสิขรินท์ อมตวัฒนพงษ์ ตอนแรกก็นึกว่าจะมีผมแค่คนเดียวที่มุ่งหมายแสวงหาแต่พระโพธิญาณ ผมไม่ทราบหรอกว่าผมบำเพ็ญอยู่ในอธิกะจำพวกไหน เพราะในชาตินี้ไม่ได้ทรงญาณใดๆ แต่จิตของผมบ่งเจตนาว่าจะไม่ยอนถอนการอธิฐานแล้ว ยอมรับว่าหน่ายสังขารสุดขีด ต้องการเข้าพระนิพพานอยู่แทบตลอดเวลา แต่บอกว่าจะต้องเป็นพระพุทธเจ้าให้ได้สักองค์หนึ่งภายในร้อยอสงไขยสุดท้ายนี้ก็จะบำเพ็ญอยู่ร่ำไปถึงไม่เห็นฝั่ง สวัสดีทุกท่านอีกครั้ง หวังว่าเราจะได้รู้จักชื่อจริง พบตัวจริง สนทนาปราศรัยกันในภพชาตินี้ หากใครได้อุบัติเป็นพระพุทธเจ้าก่อน ผมจะถวายชีวิตเป็นทานแก่พระองค์ท่านทุกๆ พระองค์ ในมหากาลพุทธสมัยนับตั้งแต่พระศรีอาริยเมตตรัยเป็นต้นไปครับ อนุโมทนาสาธุกับทุกท่านครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ตะวันดวงน้อย ที่ ตุลาคม 02, 2012, 12:50:48 AM
ผมชื่อบิวนะครับ เริ่มต้นรู้ว่าปรารถนาพุทธภูมิครั้งแรกเมื่อได้ฟังประวัติการสร้างบารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้จิตรู้ว่าเราก็ปรารถนาที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคตเหมือนกัน   ถึงแม้ว่าผมจะยังบารมีอ่อนอยู่เพียงปรารถนาในใจเท่านั้น แต่ผมก็จะขออยู่เล่าเรียนศึกษาธรรมะไปเรื่อยจนกว่าจะได้มาตรัสรู้ บางครั้งเมื่อมีความทุกข์เข้ามาก็อยากจะไปนิพพานเสียแล้วให้รู้แล้วรู้รอด การเกิดนี้มันทุกข์เหลือเกิน อยากปลอดภัยไร้กังวลจากภัยในวัฏฏสงสาร แต่เมื่อเห็นสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ก็ยังทำให้ผมอดเมตตาไม่ได้ จะขออยู่สร้างบารมี30ทัศให้เต็ม เพื่อโปรดสรรพสัตว์ให้พ้นจากวัฏฏสงสารไปพร้อมข้าพเจ้าด้วย และผมขออนุโมทนากับเหล่าพุทธภูมิทุกท่านด้วยนะครับขอให้สำเร็จสมดังประสงค์ทุกท่านเลยนะครับ สาธุ สาธุ สาธุ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: chanyanuch ที่ ตุลาคม 02, 2012, 02:16:41 AM
สวัสดีค่ะ ชื่อปุยค่ะ

เพิ่งจะเริ่มปฏิบัติธรรมอย่าง(อาจจะ)จริงจังในช่วงนี้ไม่นาน ก่อนหน้านี้ชอบทำบุญค่ะ และสวดมนต์บทชินบัญชรมาแต่เด็กแต่นานๆจะปฏิบัติสักครั้ง เคยปฏิบัติกับแม่ชีบุญนะ ที่วัดพระพุทธบาทน้อย จ.สระบุรี อยู่สามเดือน จึงได้รู้ว่าธรรมะปฏิบัติแล้วดียังไง ผลดีทางจิตใจตามมาเยอะค่ะ ใจเย็นลง ทำอะไรรอบคอบ รู้จักให้อภัยคน แล้วก็เริ่มชอบมาเรื่อยๆ พักหลังคือไม่ได้เที่ยว ไม่ดื่มเหล้า เหมือนจิตใจเรามันพร้อมขึ้นเยอะค่ะ

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีโอกาสไปวัดสาขาของหลวงตามหาบัวที่เขาใหญ่ จำไม่ได้จริงว่าวัดอะไร จำได้แต่หลวงปู่อดุลย์ แต่ไม่ได้เข้าพบท่านเลยทีเดียวเพราะท่านต้ิองขึ้นโบสถ์เลยขับรถออกมากับน้องว่าจะไปวัดอื่น หรือหาอะไรกินก่อนค่ะ

แล้วก็เจอป้ายวัดอยู่ข้างทาง น้องเลยจอดเพราะชื่อวัดเหมือนฉายาของ หลวงปู่อดุลย์ เข้าไปก็ไปกราบพระ มำบุญค่ะ อากาศดีมาก และศาลาท่าเป็นมากเงียบสงบมาก คนไม่มีเลยค่ะ เลยขออนุญาติหลวงพ่อท่านนั่งสมาธิก่อนกลับค่ะ พอนั่งไปสักพัก แปลกมากค่ะปกติจะนั่งได้ไม่นานไม่เกิน 20 นาที นี่ก็ปวดขามาก ไม่ทราบทำไม แต่นี่นั่งเกือบชั่วโมงค่ะ

แต่ช่วงที่นั่งได้เห็นเป็นภาะกุฏิไม้ และภายในมีรูปพระชราเหมือนรูปหน้าศพ(ถ้าใช้คำผิดขอขมาค่ะ) ในนิมิตเห็นสองรูป พอรูปที่เหมือนหน้าศพก็มีชื่อหลวงปู่....มปัญโญ  จำได้แค่นี้ แล้วเห็นว่าชาตะ มรณะ แต่วันที่จำไม่ได้ บอกให้รู้ว่าท่านมรณะภาพแล้ว สักแปบก็ลืมตาตื่น แล้วก็ถามลุงมรรคถายก(ถูกมั้ยค่ะ) ว่ารู้จักพระชื่อประมาณปัญโญ มหาปัญโญ อะไรมั้ย ท่านก็ว่าไม่รู้จักนะ ก็คลางแคลงใจมาตลอดจนไม่ได้คิดถึง

แล้ววันหนึ่งน้องชายสนใจเรื่องธรรมะมากก็โทรมาบอกว่า เข้าไปหาชื่อหลวงตาม้าซิ ท่านสอนดี มีแจกพระมาปฏบัติด้วย พี่น่าจะปฏิบัติได้ พอเข้าเว็บแล้วศึกษามาเห็นหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เท่านั้นแหล๊ะค่ะ ถึงบางอ้อเลยว่าหลวงปู่ที่เราเห็นในนิมิตคือท่านนี่เอง
ทุกวันนี้นั่งสมาธิ ปฏิบัติตามที่หลวงปู่ดู่ท่านสอน และหลวงตาม้าท่านสอน ปฏิบัติได้ดีมากค่ะ เวลานั่งสมาธิไม่ปวดขาทรมาน มันทรมานมากจริงๆค่ะเหมือนโดนใครหักขา หรือเอารถมาเหยียบ ตอนนี้ไม่เลยค่ะ แล้วนั่งไปเมื่อเช้าเกิดสภาวะที่รู้สึก เย็นวูบขึ้นมาที่หน้าทั้งหัวค่ะ ตัวเบามากค่ะ สบายมากเลย

แ้ล้วที่ปาฏิหารย์เพิ่งไปสัมภาษณ์งานมาค่ะ แล้วระหว่างรอก็แผ่บุญให้เจ้าที่เจ้าทาง เทวดาที่นั่น สัมภาษณ์ได้ง่ายมาก ง่ายนี่คือคุยดูเหมือนง่ายมาก งานบริษัทใหญ่และเสนอสวัสดิการให้ดีมาก บุญบารมีหลวงปู่ดู่และหลวงตาม้าสั่งสอนไว้แท้ๆค่ะ

จะพยายามรักษาและปฏิบัติให้ได้เรื่อยอย่างนี้ เพราะเชื่อและศรัทธาเหลือเกินค่ะ :)
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Webmaster ที่ ตุลาคม 02, 2012, 05:08:03 AM
อนุโมทนาสาธุบุญยิ่งกับทุกๆท่าน ปลื้มปิติ ทุกเรื่องราวการสร้างบารมีที่ได้อ่าน
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: bombon ที่ ตุลาคม 02, 2012, 08:02:06 AM
กราบฝากเนื้อฝากตัวด้วยเช่นกันครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: dowjj ที่ ตุลาคม 02, 2012, 09:14:46 AM
สวัสดีคะ

ไม่ทราบว่าแต่ละท่าน   มีที่ไปที่มาอย่างไรในการปราถนาพุทธภูมิ และ ชาตินี้ มีแนวทางการสร้างบารมีอย่างไร ทำอะไรบ้างคะ

------------------------------
อนุโมทนาสาธุกับทุกท่านคะ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: notcom07 ที่ ตุลาคม 02, 2012, 11:04:16 AM
       จิตพุทธะเมตตาค่ำจุลโลก.................ให้หมดโศกความทุกข์กำจัดเสีย
ใช้เมตตาสอนสัตว์โลกแม้อ่อนเพลีย..............ก็ต้องเพียนแลกเหนื่อยเพื่อบำเพ็ญ

ผมชื่อ น็อตนะครับ อายุ18ปี  หวังว่าผมจะได้เดิมตามรอยพวกท่านนะครับ สาธุ
ขอโมทนาบุญด้วยครับ  ชาตินี้ลูกขอถึงพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า  ชาติต่อๆไปก็ขอให้เกิดในยุคหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ หลวงปู่โต พรหมรังสี  ขอได้เกิดในยุคพระศรีอริยะเมตไตย และเกิดในยุคพระพุทธทุกพระองค์ ได้ถวายสิ่งของแก่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ จนกระทั้งได้เป็นพระโพธิสัตว์ด้วยเถิด

ผมอยากคุยกับพี่ๆที่สนใจพุทธภูมิ แอ๊ตเฟสมาได้นะครับ notcom07@hotmail.com (ใช้อีเมลล์แอ็ตเฟสได้เลยครับ)
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: june ที่ ตุลาคม 04, 2012, 04:10:55 AM
อ่่านแล้วก็ชื่นใจนะครับ  เราเป็นนักศึกษา อย่างที่บอกจริงๆ เราก็ศึกษาไปเรื่อยๆครับ จนกว่าจะจบหลักสูตร หลักสูตรนี้เรียกว่า หลักสูตรพุทธภูมิ

ในส่วนตัวผม คิดว่า พุทธภูมิที่ท่านบารมีเต็มแล้ว ก็จะต้องมาคอยสั่งสอนเราแน่นอนครับ ขึ้นอยู่กับว่าเราตั้งใจมากแค่ไหน ความดีเรามีมากแค่ไหน

ก็ต้องค่อยๆเรียนไปทีละขั้น ละตอน จนกว่าจะผ่านไปทีละขั้น ตามความสามารถครับ

ปล.ผิดพลาดประการใดชี้แนะด้วยนะครับ

jullajak@hotmail.fr ยินดีพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้กับ พุทธภูมิทุกท่านครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Invisible Force ที่ ตุลาคม 07, 2012, 12:07:03 AM
"ถ้านกตัวนี้ตายมันจึงจะเป็นของผู้ยิง .. แต่ถ้านกยังมีชีวิตอยู่เช่นนี้ จะต้องเป็นของผู้ที่พยายามรักษาชีวิตมันไว้"

สมัยหนึ่งเครั้งเจ้าชายสิทธัตถะกุมารเสร็จออกสันทนาการกับเหล่าเด็กๆ พระญาติด้วยกัน .. เจ้าชายเทวทัตเห็นหงส์ตัวหนึ่งบินผ่าน ได้ยกธนูขึ้นยิงแล้วโดนนกตัวนั้นตกลงมา .. เจ้าชายสิทธัตถะรีบไปถึงนกตัวนั้นและเห็นว่ายังไม่ตายจึงได้ทำการปฐมพยาบาลโดยการนำพืชธาตุเย็นมาตำและประคบให้บรรเทาอาการบาดเจ็บ แล้วถือนกตัวนั้นไว้ .. เจ้าชายเทวทัตเดินเข้าไปหาเพื่อขอนกตัวที่ยิงตกลงมานั้น แต่เจ้าชายสิทธัตถะไม่ทรงให้  เจ้าชายเทวทัตพยายามขออีกครั้ง เจ้าชายสิทธัตถะทรงยืนยันหนักแน่นที่จะไม่ให้พร้อมกล่าวว่า "ถ้านกตัวนี้ตายมันจึงจะเป็นของผู้ยิง .. แต่ถ้านกยังมีชีวิตอยู่เช่นนี้ จะต้องเป็นของผู้ที่พยายามรักษาชีวิตมันไว้"

(ชีวิต)นกตัวนี้จะต้องเป็นของใคร ?
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ค้นหาธรรม ที่ ตุลาคม 07, 2012, 02:04:17 AM
สวัสดีคะ อ่านแล้วก็ปลื้มใจ ตัวดิฉันเองยังไม่ทราบว่า มุ่งหวังอะไรแต่รู้ว่า ไม่ได้มุ่งนิพาน แต่เดินตามรอยพระโพธิสัตย์ โดยมิทราบมาก่อน เห็นแมลงก็ไม่ตี เห็นไส้เดือนอยู่บนถนนก็จะหยิบเค้าไปไว้ในที่ของเค้า ช่วยคนอื่นให้มีกิน มีใช้ ตัวเราเองไม่เป็นไร จนคนอื่นๆว่า แต่ไม่ค่อยมีเพื่อน พบหลวงปู่ทวดด้วยการอธิฐานจิตขอทราบครูที่ลูกจะเดินตาม พอตื่นก็ภาวนาออกมาเป็น บทหลวงปู่ทวด เกิดได้พักใหญ่ก็จะบอกกับตัวเองว่า เราเคารพหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงปู่มั่น โดยที่ไม่มีความรู้จักท่านทั้งสามเลย แต่จิตบอกแบบนี้เสมอ พอมาเจอเวปวัดถ้ำเมืองนะ ฟังบทสวดครั้งแรก สวดได้เลย เหมือนเคยสวดมานานแล้ว แต่ยังใช้ในการแผ่กุศลไม่เป็น สัพเพ ทุกวันบางครั้งตั้งแต่ตื่นนอนเลยคะ แล้วก็ได้กราบหลวงตาม้าแบบอธิฐานอีกเพราะว่าดิฉันไม่ได้อยู่เมืองไทย ไปเมืองไทยแบบจำกัดเวลา แต่แล้วก็ได้กราบท่านได้นั่งตรงหน้าท่าน ได้พระหลวงปู่ดู่จากท่าน ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีเวลาสวดมนต์งานเยอะคะ แต่จะภาวนาตลอดเวลาที่สามารถทำได้ จนวันนึงทดสอบ กำหนดจิตกราบหลวงปู่ดู่ ได้กราบแทบเท้าท่าน ท่านยิ้มแล้วองค์ก็เล็กลง เราก็เล็กเท่าท่าน แล้วก็ขยายใหญ่ พอพักเดียวกลายเป็นว่าเรากราบแทบเท้าองค์จักรพรรดิ ปางพระนิพาน ที่ทรงเครื่องงาม แต่ยังไม่ได้ประดับพลอย
มีใครพอจะสอนให้ดิฉัเดินต่อได้ไหมคะ หรือว่ามีอะไรแนะนำด้วย ดิฉันนั่งสมาธิได้ทุกแบบคะ แต่แบบมโนฯยังไม่เคยเรียน ขอบพระคุณมากคะ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Wisdom ที่ ตุลาคม 07, 2012, 03:15:38 AM
สวัสดีคะ อ่านแล้วก็ปลื้มใจ ตัวดิฉันเองยังไม่ทราบว่า มุ่งหวังอะไรแต่รู้ว่า ไม่ได้มุ่งนิพาน แต่เดินตามรอยพระโพธิสัตย์ โดยมิทราบมาก่อน เห็นแมลงก็ไม่ตี เห็นไส้เดือนอยู่บนถนนก็จะหยิบเค้าไปไว้ในที่ของเค้า ช่วยคนอื่นให้มีกิน มีใช้ ตัวเราเองไม่เป็นไร จนคนอื่นๆว่า แต่ไม่ค่อยมีเพื่อน พบหลวงปู่ทวดด้วยการอธิฐานจิตขอทราบครูที่ลูกจะเดินตาม พอตื่นก็ภาวนาออกมาเป็น บทหลวงปู่ทวด เกิดได้พักใหญ่ก็จะบอกกับตัวเองว่า เราเคารพหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงปู่มั่น โดยที่ไม่มีความรู้จักท่านทั้งสามเลย แต่จิตบอกแบบนี้เสมอ พอมาเจอเวปวัดถ้ำเมืองนะ ฟังบทสวดครั้งแรก สวดได้เลย เหมือนเคยสวดมานานแล้ว แต่ยังใช้ในการแผ่กุศลไม่เป็น สัพเพ ทุกวันบางครั้งตั้งแต่ตื่นนอนเลยคะ แล้วก็ได้กราบหลวงตาม้าแบบอธิฐานอีกเพราะว่าดิฉันไม่ได้อยู่เมืองไทย ไปเมืองไทยแบบจำกัดเวลา แต่แล้วก็ได้กราบท่านได้นั่งตรงหน้าท่าน ได้พระหลวงปู่ดู่จากท่าน ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีเวลาสวดมนต์งานเยอะคะ แต่จะภาวนาตลอดเวลาที่สามารถทำได้ จนวันนึงทดสอบ กำหนดจิตกราบหลวงปู่ดู่ ได้กราบแทบเท้าท่าน ท่านยิ้มแล้วองค์ก็เล็กลง เราก็เล็กเท่าท่าน แล้วก็ขยายใหญ่ พอพักเดียวกลายเป็นว่าเรากราบแทบเท้าองค์จักรพรรดิ ปางพระนิพาน ที่ทรงเครื่องงาม แต่ยังไม่ได้ประดับพลอย
มีใครพอจะสอนให้ดิฉัเดินต่อได้ไหมคะ หรือว่ามีอะไรแนะนำด้วย ดิฉันนั่งสมาธิได้ทุกแบบคะ แต่แบบมโนฯยังไม่เคยเรียน ขอบพระคุณมากคะ

อนุโมทนาบุญครับสำหรับการปฎิบัติในสายหลวงปู่ดู่หลวงตาม้านั้น
แนะนำให้ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watthummuangna.com/home/practice/

ธรรมรักษา
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Invisible Force ที่ ตุลาคม 07, 2012, 05:27:58 PM
สวัสดีคะ อ่านแล้วก็ปลื้มใจ ตัวดิฉันเองยังไม่ทราบว่า มุ่งหวังอะไรแต่รู้ว่า ไม่ได้มุ่งนิพาน แต่เดินตามรอยพระโพธิสัตย์ โดยมิทราบมาก่อน เห็นแมลงก็ไม่ตี เห็นไส้เดือนอยู่บนถนนก็จะหยิบเค้าไปไว้ในที่ของเค้า ช่วยคนอื่นให้มีกิน มีใช้ ตัวเราเองไม่เป็นไร จนคนอื่นๆว่า แต่ไม่ค่อยมีเพื่อน พบหลวงปู่ทวดด้วยการอธิฐานจิตขอทราบครูที่ลูกจะเดินตาม พอตื่นก็ภาวนาออกมาเป็น บทหลวงปู่ทวด เกิดได้พักใหญ่ก็จะบอกกับตัวเองว่า เราเคารพหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงปู่มั่น โดยที่ไม่มีความรู้จักท่านทั้งสามเลย แต่จิตบอกแบบนี้เสมอ พอมาเจอเวปวัดถ้ำเมืองนะ ฟังบทสวดครั้งแรก สวดได้เลย เหมือนเคยสวดมานานแล้ว แต่ยังใช้ในการแผ่กุศลไม่เป็น สัพเพ ทุกวันบางครั้งตั้งแต่ตื่นนอนเลยคะ แล้วก็ได้กราบหลวงตาม้าแบบอธิฐานอีกเพราะว่าดิฉันไม่ได้อยู่เมืองไทย ไปเมืองไทยแบบจำกัดเวลา แต่แล้วก็ได้กราบท่านได้นั่งตรงหน้าท่าน ได้พระหลวงปู่ดู่จากท่าน ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีเวลาสวดมนต์งานเยอะคะ แต่จะภาวนาตลอดเวลาที่สามารถทำได้ จนวันนึงทดสอบ กำหนดจิตกราบหลวงปู่ดู่ ได้กราบแทบเท้าท่าน ท่านยิ้มแล้วองค์ก็เล็กลง เราก็เล็กเท่าท่าน แล้วก็ขยายใหญ่ พอพักเดียวกลายเป็นว่าเรากราบแทบเท้าองค์จักรพรรดิ ปางพระนิพาน ที่ทรงเครื่องงาม แต่ยังไม่ได้ประดับพลอย
มีใครพอจะสอนให้ดิฉัเดินต่อได้ไหมคะ หรือว่ามีอะไรแนะนำด้วย ดิฉันนั่งสมาธิได้ทุกแบบคะ แต่แบบมโนฯยังไม่เคยเรียน ขอบพระคุณมากคะ

อนุโมทนาบุญครับสำหรับการปฎิบัติในสายหลวงปู่ดู่หลวงตาม้านั้น
แนะนำให้ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watthummuangna.com/home/practice/

ธรรมรักษา

สาธุครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ค้นหาธรรม ที่ ตุลาคม 07, 2012, 05:30:04 PM
ขอบพระคุณในการชี้นำคะ สาธุ
สวัสดีคะ อ่านแล้วก็ปลื้มใจ ตัวดิฉันเองยังไม่ทราบว่า มุ่งหวังอะไรแต่รู้ว่า ไม่ได้มุ่งนิพาน แต่เดินตามรอยพระโพธิสัตย์ โดยมิทราบมาก่อน เห็นแมลงก็ไม่ตี เห็นไส้เดือนอยู่บนถนนก็จะหยิบเค้าไปไว้ในที่ของเค้า ช่วยคนอื่นให้มีกิน มีใช้ ตัวเราเองไม่เป็นไร จนคนอื่นๆว่า แต่ไม่ค่อยมีเพื่อน พบหลวงปู่ทวดด้วยการอธิฐานจิตขอทราบครูที่ลูกจะเดินตาม พอตื่นก็ภาวนาออกมาเป็น บทหลวงปู่ทวด เกิดได้พักใหญ่ก็จะบอกกับตัวเองว่า เราเคารพหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงปู่มั่น โดยที่ไม่มีความรู้จักท่านทั้งสามเลย แต่จิตบอกแบบนี้เสมอ พอมาเจอเวปวัดถ้ำเมืองนะ ฟังบทสวดครั้งแรก สวดได้เลย เหมือนเคยสวดมานานแล้ว แต่ยังใช้ในการแผ่กุศลไม่เป็น สัพเพ ทุกวันบางครั้งตั้งแต่ตื่นนอนเลยคะ แล้วก็ได้กราบหลวงตาม้าแบบอธิฐานอีกเพราะว่าดิฉันไม่ได้อยู่เมืองไทย ไปเมืองไทยแบบจำกัดเวลา แต่แล้วก็ได้กราบท่านได้นั่งตรงหน้าท่าน ได้พระหลวงปู่ดู่จากท่าน ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีเวลาสวดมนต์งานเยอะคะ แต่จะภาวนาตลอดเวลาที่สามารถทำได้ จนวันนึงทดสอบ กำหนดจิตกราบหลวงปู่ดู่ ได้กราบแทบเท้าท่าน ท่านยิ้มแล้วองค์ก็เล็กลง เราก็เล็กเท่าท่าน แล้วก็ขยายใหญ่ พอพักเดียวกลายเป็นว่าเรากราบแทบเท้าองค์จักรพรรดิ ปางพระนิพาน ที่ทรงเครื่องงาม แต่ยังไม่ได้ประดับพลอย
มีใครพอจะสอนให้ดิฉัเดินต่อได้ไหมคะ หรือว่ามีอะไรแนะนำด้วย ดิฉันนั่งสมาธิได้ทุกแบบคะ แต่แบบมโนฯยังไม่เคยเรียน ขอบพระคุณมากคะ

อนุโมทนาบุญครับสำหรับการปฎิบัติในสายหลวงปู่ดู่หลวงตาม้านั้น
แนะนำให้ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.watthummuangna.com/home/practice/

ธรรมรักษา

สาธุครับ

ขอบพระคุณในการช่วยชี้ทางคะ สาธุ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: อิชย์ ที่ ตุลาคม 08, 2012, 01:35:14 AM
สวัสดีทุกท่านครับ ข้าพเจ้าอิชย์
เคยปรารถนาหลายอย่าง ทั้งนิพพาน นางแก้ว พุทธภูมิ สาวกภูมิ
เนื่องจากเคยปรารถนาอะไรเยอะแยะ เลยชอบศึกษาไว้เยอะ (แทงกั๊กว่างั้น) กระนั้นที่ไม่รู้และโง่งมก็ยังมีอีกมาก

ส่วนครูบาอาจารย์นั้น ข้าพเจ้าเคารพให้หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่เป็นที่หนึ่ง
ยินดีที่ได้รู้จักสหายธรรมทุกท่านครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: chock58@windowslive.com ที่ ตุลาคม 08, 2012, 11:13:14 AM
..ธรรมใดจะรักษาจิตโพธิสัตว์ไม่ให้ร่วงท้อถอย..
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Webmaster ที่ ตุลาคม 09, 2012, 12:05:42 AM
..ธรรมใดจะรักษาจิตโพธิสัตว์ไม่ให้ร่วงท้อถอย..

เป็นคำถามที่ดีครับ คุณ chock จะแนะนำว่าอย่างไรได้บ้าง
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ค้นหาธรรม ที่ ตุลาคม 09, 2012, 02:38:03 AM
..ธรรมใดจะรักษาจิตโพธิสัตว์ไม่ให้ร่วงท้อถอย..

เป็นคำถามที่ดีครับ คุณ chock จะแนะนำว่าอย่างไรได้บ้าง
รออ่านคำตอบ คำชี้แนะนะคะ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: chock58@windowslive.com ที่ ตุลาคม 09, 2012, 10:37:41 AM
..ทุกๆ คนครับกระผมก็ยังวาสนาน้อยปัญญาน้อยอยู่ ก็อยากจะให้ทุกท่านที่ปรารถนาเช่นนี้ลองได้แสดงความคิดเห็นกันบ้าง ผิดถูกไม่สำคัญๆที่แสดงความเห็นแห่งธรรมเครื่องรักษากำลังใจของโพธิสัตว์ในความคิดของแต่ละท่าน แลกเปลี่ยนกัน กระผมขอเชิญครับ..
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Webmaster ที่ ตุลาคม 09, 2012, 11:25:02 AM
..ทุกๆ คนครับกระผมก็ยังวาสนาน้อยปัญญาน้อยอยู่ ก็อยากจะให้ทุกท่านที่ปรารถนาเช่นนี้ลองได้แสดงความคิดเห็นกันบ้าง ผิดถูกไม่สำคัญๆที่แสดงความเห็นแห่งธรรมเครื่องรักษากำลังใจของโพธิสัตว์ในความคิดของแต่ละท่าน แลกเปลี่ยนกัน กระผมขอเชิญครับ..

โมทนาครับ แต่ที่นี้เราไม่ได้แบ่งแยกกันด้วยวาสนา แต่เรานับเอาด้วยความปราถนาดีต่อกันล้วนๆ
หากแม้นใครมีคำแนะนำดีๆ เราก็อยากฟัง เพราะการเรียนรู้จะจบก็เมื่อเป็นพุทธะแล้วเท่านั้น
ทุกวันนี้ ที่เวียนว่ายตายเกิดอยู่ ก็เพื่อเรียนรู้ และสะสมบารมี (บารมีคือกำลังใจ)
ให้บริบูรณ์ยิ่งๆขึ้นไป เพราะสังสารวัฐนี้ช่างมืดมิด หากแม้นใครสักคน
จะเป็นเทียนส่องสว่างขึ้นมาได้สักเล่ม ให้เพื่อนร่วมสังสารวัฐ
ได้เห็นแสงสว่างในความมืดมน จะนับได้ว่าเป็นมงคลอันสูงสุด

ใครมีอะไรก็แนะนำกันครับ

ธรรมรักษา
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Nattanun ที่ ตุลาคม 16, 2012, 10:49:45 AM
สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ ณัฐฐนันท์ (เพชร) ได้เริ่มเข้าทางธรรมเนื่องมาจากอยู่ๆ ก็เกิดสัมผัสพิเศษ ตอนแรกเข้าใจว่าตัวเองหลอนค่ะ แต่ว่ายังไง? ฟังไปฟังมาก็เลยรู้ว่าท่านมาสอนธรรมะให้ ตกใจเลยบวชเข้าวัดไปเลย และได้เรียนรู้หลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระส้มมาสัมพุทธเจ้ามาพอสังเขป ประมาณว่าท่านสอนอะไรให้และต้องการให้เราทำอะไรจึงจะดีกับตัวเราและผู้อื่น โดยตัวเองมีความเกี่ยวข้องกันกับพระอวโลกิเตศวร (พระแม่กวนอิม)มาตลอด ไม่ว่าจะการใช้ชีวิตเหมือนคนจีนรวมถึงเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วย จนได้รู้และเข้าใจในเรื่องราวในอดีตที่กว่าจะทำใจยอมรับและเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้รู้มา ก็กินเวลาไป7 ปี มันช่างนานเหลือเกิน เพราะบางที 7 ปีที่ผ่านมา เรายอมรับและเข้าใจในเรื่องราวต่าง ๆ ก็คงจะได้ทำงานหรือไม่ก็ได้ช่วยผู้อื่นได้มากกว่านี้ และยังมีภาระหน้าที่ทั้งทางโลกและทางธรรมให้ต้องดำเนินการต่อ จนสุดท้ายก็่มาเข้าใจเอาในเวลาที่ผ่านมานี้เอง ได้เข้าไปที่วัดท่าซุงมา 3 ครั้ง  ครั้งสุดท้ายที่เข้าไปเพื่อฝึกมโนมยิทธิ มีครูบาอาจารย์ที่นั่นแนะนำให้และให้เข้าใจสิ่งที่ตนเองประสบการณ์ จนปัจจุบันนี้เข้าใจตัวเองเป็นอย่างดี แล้วก็พร้อมจะทำหน้าที่พุทธศาสนิกชนที่ดี ตามรอยของหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อฤษีลิงดำ ท่านเป็นทั้งอาจารย์ เป็นทั้งพ่อ ขอให้ทุกคนเร่งทำความเพียร เพื่อหลุดพ้นสู่นิพพานในเร็ววันนะค่ะ
สาธุ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Webmaster ที่ ตุลาคม 16, 2012, 10:58:42 AM
อนุโมทนาสาธุๆ ขอรับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: บูรพาผู้อิสระ ที่ พฤศจิกายน 13, 2012, 10:45:11 AM
ผมบูรพา ผู้อิสระ  ขอฝากเนื้อฝากตัวกับ พุทธภูมิ  ทุกท่านด้วยครับ   และขอโมทนาบุญกับทุกๆท่านที่ปรารถนาจะรื่อข้นสัตว์ให้ข้ามพ้น วัฏสังสารนี้  สาธูๆ  พุทธธังอนันตัง  ธรรมมังจักรวาลัง  สังฆังนิพพานปัจโยโหตุ.......... (ศัทธาธิกะ แบบพิเศษ)
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: kritsana kamja ที่ พฤศจิกายน 16, 2012, 10:30:13 AM
ผมอนุโมทนากับทุกท่านครับ กับการปราถนา ...
ผมก็ปราถนาครับ แบบปัญญาธิกะ จะเน้นการทำสมาธิและการให้ทานครับ ผมรู้ตัวเองครับว่าำกำลังใจยังอ่อนอยู่ครับ แต่ก็จะพยายามไปให้ถึงเป้าหมายครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: แรกอรุณ ที่ พฤศจิกายน 16, 2012, 10:42:26 PM
แรกอรุณ พุทธภูมิเช่นกัน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ  ไม่รู้หลายท่านมีประสบการณ์อยากจะลาบ้างไหมครับ  ผมเวลาเหนื่อยจากการก้าวไปข้างหน้าตามเส้นทางของเรา  ก็แอบคิดขึ้นมาว่าจะลาหลายครั้ง  แต่ก็หักใจลงไม่ได้สักที สุดท้ายเลยยังอยู่มาถึงตอนนี้แหละนะครับ  .....อาจจะมีประสบการณ์น้อยนิดแต่ขอความกรุณาแนะนำแนวทางให้ด้วยนะครับ   :) :)   teerakane@gmail.com ครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: sit219 ที่ ธันวาคม 01, 2012, 09:54:11 PM
เคยถามเพื่อนในเฟสที่สนใจธรรมะว่า มีคนปฎิบัติธรรมที่วัดอัมพวันเป็น ปราถนาว่ามีใครอยากเป็นพระพุทธเจ้าไหม เจอด่ากับว่า เราบ้า งง ไปเลย  ท้อใจไปเหมือนกันตอนนี้ยังสับสนว่าอยากเป็นพระโพธิ์สัตว์ไหม แต่ก็อยากช่วยคนให้พ้นทุกข์เยอะๆๆๆ อยากสร้างบารมีให้เต็ม30ทัส แต่บ้างครั้งก็เกลียดคนชั่วคนเห็นแก่ตัว ยังมีเห็นแก่ตัวบ้างบ้างครั้ง โกรธง่ายหายไว ใจดีมีเมตตาแต่ปากไวไปหน่อยชอบสร้างวจีกรรมเพราะทำงานในเรือนจำชอบด่านักโทษ ติดนิสัยเก่ามาจากชาติที่แล้วเพราะชาติก่อนเป็นคนลงหวายในคุกตีไปด่าไป แต่ก็พยายามสร้างบารมี อยากตามในหลวงไปทุกชาติสร้างบารมีไปพร้อมกับท่าน
หัวข้อ: ธรรมใดจะรักษาจิตโพธิสัตว์ไม่ให้ร่วงท้อถอย ตอบคำถาม
เริ่มหัวข้อโดย: chaimakna ที่ ธันวาคม 03, 2012, 07:21:23 PM
เมตตา ศีล  สติปัญญา สมาธิ......    สติทำให้กล้าหาญเเล้วมีทุกอย่างมีสติก็มีความกล้าเวลาพึ่งตื่นนอนบ้างคนลองสังเกตุดูเอาบ้างคนนะจะไม่กล้าเท่าตื่นนอนมานานเเล้ว   มีสติก็มีความกล้า  ส่วนศีลกับสมาธิ ไม่ต้องอธิบายดีมากทำให้ไม่เสียเวลาบำเพ็จบารมี
                                                      หลักสำคัญเลยนะ ความเมตตา   ความเมตตา ทำให้เกิด พระพุทธเจ้า ได้ คบเมตตา ตัวเดียว
ตัวอื่นจะตามมานะ ศีล ความกล้า ความดี  ปัญญา มาหมดเลยครับ คบเมตตาเป็นเพือนเอาไว้   หลักนี้สำคัญมากมาก
 ถ้าคบความโทสะ ความโกรธนะ ลองสังเกตุนะ ผิดศีล ตั้งเเต่ 1-5 เลย  โทสะ เครียด กินเหล้า โทสะเเล้ว  เเค้นฆ่ามาจากโทสะเเล้ว  เกลียดมันขโมยของเลยมาจาก โทสะเเล้ว เกลียดด่า  มาจากโทสะเเล้ว มุสาเเล้วนะ  คบเลยละ ผู้ใดคบโทสะ ความโกรธไว้ ผู้นั้น ทำอะไรสำเร็จยาก
 
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ไนซ์ ที่ ธันวาคม 12, 2012, 07:39:00 PM
สวัสดีครับ ทุกท่าน ....ผมชื่อ ไนซ์ครับ.....ขออนุโมทนากับเมตตาแห่งโพธิจิตของทุกท่านที่มีต่อสรรพชีวิตในสังสารวัฏนี้ครับ.... ผมปรารถนาพุทธภูมิเช่นกัน....เห็นความเป็นมาเรื่องราวความปรารถนาของทุกท่านแล้ว...ยังกำลังใจให้กับผมเช่นกัน แม้เรื่องราวของผม ไม่ได้พิเศษเช่นพวกท่าน และยังไม่รู้แนวทาง ปฏิปทา เช่นทุกท่าน .... ทุกวันนี้ ยังไม่มีครูบาอาจารย์กับเขาเลย...แต่เข้าใจว่า พุทธภูมินั้น....ย่อมเกิดมาเพื่อเรียนรู้ธรรมยิ่งกว่าใคร เพราะเราเรียนวิชาครู การจะเป็นครู ย่อมต้องรู้ทุกสิ่ง.... แต่สิ่งที่ผมรู้ตอนนี้ มีเพียง ปัญญาจากการอ่าน ศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่เสมอเท่านั้น ยังไม่มีปฏิปทาทางการปฏิบัติเช่นคนอื่นเขา..... เดิมทีเดียวใช้ชีวิตแบบโลกๆ มานานมากกก..... แต่ผมรู้สึกว่า... ผมคิดอะไรแปลกๆกว่าคนปกติทั่วๆไปเขาคิดกัน... และมีความแปลกใจกับความรู้สึกตัวเอง..... ความคิดหนึ่งคือ....ครอบครัวของผมไม่ได้อบอุ่นเช่นครอบครัวอื่น พ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน พูดง่ายๆว่า แยกทางกัน ...เราก้ออยู่กับแม่ กับน้องสาว...แต่ไม่เคยรู้สึกว่าขาดความอบอุ่น เพียงแต่...แม่ของเรา ก้อไม่ได้มีเวลามาสั่งสอนอะไรเรา ...เราอยู่กับตัวเอง เรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง .... ลองอะไรๆทั้งดีและไม่ดีด้วยตัวเอง ไม่มีใครมาบอกว่า อะไรดี อะไรไม่ดี แต่ก้อสอนตัวเองเสมอ ... อะไรดี รักษาไว้ อะไรไม่ดีก้อละเลิกไป....มีอะไรบางอย่างที่ไม่เข้าใจติดค้างอยู่ในใจมาตลอด คอยถามตัวเองเสมอ ไม่รู้คนอื่นเค้าถามตัวเองแบบนี้ไหม....."เราเกิดมาเพื่ออะไร"....แน่นอนไม่ได้เกิดมาเพื่อทำอะไรแบบโลกๆนี้แน่ๆ....มันเกิดความคิดแบบนี้ในหัวเสมอๆ ตั้งแต่เด็กๆ ...และคอยเฝ้าตามหาสิ่งที่เราควรทำมาตลอด....แน่นอน ไม่รู้ทำไม เรามักห่วงคนอื่นเสมอ สงสารคนอื่นเสมอ แม้แต่คนที่ทำร้ายเรา...พอเราสบโอกาสเอาคืน ...เรากลับสงสารเขาจับใจ ไม่อยากทำร้ายเขา ถึงขนาดร้องไห้ออกมา....เราสงสัยตัวเราเอง ว่า...นี่เราอ่อนแอหรือเปล่า ....ก้อได้คำตอบว่า ไม่นะ ....เราก้อไม่ได้อ่อนแอ ..... ไม่ใช่คนปวกเปียกแบบนั้น เพียงแต่เราไม่ต้องการจะทำร้ายใครให้เจ็บเหมือนที่เราเจ็บเท่านั้นเอง.... สมัยเด็ก เราเคยไปเข้าศาสนาคริสต์ด้วยความบังเอิญ เราศรัทธานะ เพราะคนคริสต์เขาดูท่าทางมีความสุข เราศึกษานะ ศึกษาเหมือนแบบพุทธ ศึกษาได้ดีแบบได้เกียรติบัตรอะไรแบบนั้นเลย แต่พ่อแม่เราไม่เห็นด้วยคัดค้านหนักเลย ...เราก็เลยออกจากคริสต์ ... มีวันนึง แม่เราไปได้หนังสือกรรมฐานของ ท่านหลวงพ่อพระราชพรหมญาณมา....ปกติ เราชอบอ่านหนังสือมากอยู่แล้ว....จึงอ่านและชอบใจ บทอสุภกรรมฐาน กายคตานุสติกรรมฐาน และมรณัสติกรรมฐาน..... เป็นพิเศษ ....เล่าถึงตรงนี้ แปลกอีกอย่าง คือ ผมเป็นคนไม่กลัวอะไรเลยซักอย่าง ...แม้แต่ความตาย .. บอกตัวเองเสมอมาตลอดว่า...แม้จะตายตอนนี้ เวลานี้ ก็จะไม่อาลัยในกายสังขารนี้เลย... ปกติ ไม่เคยแขวนพระเลย ถ้าแม่ผมไม่เอามาให้แขวน และส่วนมากก้อจะ เป็นเทพมากกว่าที่แขวน ตอนนี้ที่แขวนอยู่ก็เป็น เหรียญยันต์ แต่ก็ไม่ได้ศรัทธาอะไรผู้สร้าง เพียงแต่ที่แขวน เพราะเป็นเหรียญยันต์ดวงประสูติองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า...จึงได้แขวน เพราะนี่ก็เป็นเรื่องแปลกอีกอย่างนึงของผม .... คือ ผมเข้าใจว่า คนทั่วไป เคารพศรัทธาในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในฐานะที่ท่านเป็นพระศาสดาของศาสนาพุทธ ...แต่ผมเคารพรักศรัทธาท่านในฐานะ พระพุทธบิดา ผมเรียกท่านว่า "องค์สมเด็จพ่อ" ความคิดผมเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก โดยที่ผมไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไม ทั้งๆที่ผมก็ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับท่านไปมากกว่าคนอื่นๆ คือ พระศาสดาของศาสนาพุทธ แค่นั้น.... แต่เคารพรักท่านมาก....หลังจากที่ได้อ่านหนังสือกรรมฐาน ก้อฝึกปฏิบัติแบบศึกษาด้วยตัวเอง ตามหนังสือเล่มเดียว....ก็ไม่รู้นะ รู้สึกว่า มันสงบเยือกเย็นเป็นสมาธิ เรียนหนังสือเข้าใจอะไรง่าย ...เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง... รู้สึกว่าจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิมากๆ จนรู้สึกว่า ตัวเอง กำลังยืนตัวตรงอยู่ และมองก้มต่ำลงไป เบื้องหน้าตัวเอง และเห็นตัวเองนั่งสมาธิอยู่.... เป็นประสบการณ์ที่แปลกเหลือเชื่อ .... หลังจากนั้น ก็มีภาระแบบโลกๆทำให้ชีวิตยุ่งๆจนไม่ได้ฝึกกรรมฐานอีก..... มีเรื่องแปลกทางความคิดอีกอย่างนึง ไม่ทราบเพื่อนๆเหล่าพุทธภูมิจะเป็นกันไหม คือ...ผมรู้สึกว่า ผมอยากจะบวชมากๆ ตั้งแต่เด็กๆ อยากจะบวชมาก... แต่ไม่เคยได้บวชเลย...ไม่รู้ทำไม ...เพื่อนๆ เขาบวชเณร บวชพระกันหมดแล้ว .... มีแต่ผมที่ยังไม่มีโอกาสได้บวชเรียน....แต่..เหมือนรู้สึกตัวเองเสมอว่า....หากเราบวชแล้ว เราจะครองเพศสมณะตลอดชีวิต..... นั้นยิ่งทำให้ไม่กล้าบวช เพราะคิดว่า หากเรื่องทางโลกยังไม่เรียบร้อย จะเป็นหวงในภายหลัง แต่อีกใจก็คิดว่า หวงไปทำไมกัน กายสังขารของทุกคนก็เป็นเช่นเรา บำรุงรักษาดีอย่างไร ก็ต้องดับสูญไปเป็นธรรมดา ...ทุกคนมีกรรมเป็นแดนเกิด ทุกคนมีกรรมเป็นของตน เราทำกรรมอันใดไว้ ย่อมได้รับผลกรรมเช่นนั้น ... มีเพียงทุกข์เท่านั้นที่ดับไป ... หวงใครคนใด เขาก็ต้องตายจากเราไปในซักวันนึง ไม่อาจอยู่กับเราได้ตลอดไป .... นี่เป็นเรื่องราวในวัยเด็กและสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน....ผมไม่รู้เลยว่า เราต้องทำอะไร และทำอย่างไร ไม่รู้ทิศทางของตัวเองเลย ...ไม่มีใครคอยบอก ไม่มีใครคอยสอน...จนมาถึงวันนึง....เมื่อประมาณ 2 ปี ที่ผ่านมา ...ผมก้อยังเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆ ใช้ชีวิตแบบโลกๆเหมือนคนอื่นๆคนนึง ...แต่ผมชอบไปวัดนะ มันสงบถูกจริตกับผม ... แต่ก้อชอบชีวิตแบบโลกๆเหมือนคนอื่น ใช้ชีวิต มีแฟน ก้อรักๆเลิกๆ ปกติ....วันนึง ผมได้มีโอกาส ไปร่วมบุญกฐิน...เป็นกฐินเล็กๆ ต้องต่อรถไปหลายต่อ เพราะสถานที่ๆไป อยู่บนยอดเขาสูง เป็นสำนักสงฆ์ ไกล และอยู่ในป่าลึก กว่าจะเข้าป่า ต้องผ่านหุบเขา เหว อะไรแบบนั้น ที่นั้นมีพระเพียงรูปเดียว และมีปู่พราหมณ์ ซึ่งกลุ่มคนที่ไปด้วยนั้น เคารพศรัทธา ผมไม่รู้จักท่านหรอก...เพียงแต่รู้จากคนที่ไปด้วยว่า ปู่พราหมณ์ท่าน ประมาณว่า ท่านมีญาณสามารถสื่อกับอะไรบางอย่าง ผ่านหินลักษณะแปลกๆ ของท่านได้ หลายๆคน พูดถึงก้อเกือบทั้งหมดที่ไป ก้อจะไปถามนั้นถามนี่ท่าน เรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องทอง อื่นๆ ท่านก้อตอบๆไป ....ผมก้อเลยนึกสนุกอยากถามบ้าง ก้อถามเรื่องคู่...ท่านก้อบอกว่า ผมไม่มีคู่.....ผมก้อสงสัย บอกท่านว่า แล้วที่ผมคบๆอยู่ และต่อๆไป ไม่ใช่คู่ผมบ้างเลยหรือ ทำไมถึงไม่มีหล่ะ ...ท่านบอกว่า....ผมเกิดมาในภูมิของพระโพธิสัตว์ .... ผมงงเลย ไม่เคยได้ยิน ไม่เคยสนใจ พระโพธิสัตว์คืออะไร รู้จักแต่ พระโพธิสัตว์กวนอิม แล้วมาเกี่ยวอะไรกับเรา......จึงถามท่าน ท่านบอกว่า เราเป็นพระโพธิสัตว์เกิดมาเพื่อบำเพ็ญบารมี ชาตินี้เกิดมาบำเพ็ญ จาคะทานบารมี ....ท่านบอกเราแค่นี้....เราก้องงๆ สับสน แต่ที่รู้สึกอีกอย่างนึงคือ คุ้นเคย .... หลังจากกลับมา เราก้อค้นคว้า หาข้อมูล เกี่ยวกับพระโพธิสัตว์ ยิ่งรู้มากเท่าไหร่ ก้อยิ่งรู้สึกคุ้นเคย ถูกจริต....เกิดศรัทธาอย่างมาก และก้อเริ่มทำบุญทีละเล็กละน้อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ไปเรียนกสิณกรรมฐานมา เพราะบังเอิญไปติดใจ เกิดไปเห็นพระพุทธรูปปางเปิดโลกทรงเครื่องจักรพรรดิ์ งดงามติดจิตติดใจมาก และมารู้ทีหลังว่า ปางเปิดโลกนี้ เกี่ยวพันกับเราเหล่าพุทธภูมิเป็นอย่างยิ่ง ... และพยายามจะหามาบูชามาตลอด 1 ปีเต็มๆ จนกระทั่งเจอแต่เป็นโรงหล่อที่คาดว่าจะสร้างแต่ไม่รู้จะสร้างเสร็จเมื่อไหร่ และไม่มีพิธีพุทธาภิเษกด้วย ...และเป็นบุญสัมพันธ์เป็นอย่างยิ่งที่โรงหล่อได้สร้างแล้วเสร็จเมื่อเกือบปลายเดือนที่แล้ว และผมได้มีโอกาสสร้างพระประธานปางเปิดโลกนี้ เรียกว่ามีขนาดใหญ่มากทีเดียว และได้นำพระพุทธรูปปางเปิดโลกของผมเองไปเข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกนี้ ซึ่งเป็นพิธีที่มีความศักดิ์สิทธิ๋เป็นอย่างยิ่ง เมื่อต้นเดือนนี้เอง.....ตอนนี้ก็กำลังสร้างบุญใหญ่ต่อ ด้วยได้รู้จักพี่คนนึง และได้มีโอกาสอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ถวายวัดต่างๆ ทั่วประเทศ....ตอนนี้ก้อกำลังหาแนวทางปฏิบัติอยู่ครับ เพื่อนพุทธภูมิท่านใดมีอะไรชี้แนะ ชี้นำ ก้อได้โปรดสงเคราะห์แนะนำบ้างนะครับ.....ผมก้ออีกคนนึงที่รู้สึกเบื่อหน่ายสังสารวัฏนี้เช่นกัน.... บางทีก้ออยากจะเข้านิพพานไปเลย...... แต่ไม่เคยคิดลาพุทธภูมิ แม้แต่เสี้ยววินาทีครับ ....รู้สึกว่าจิตตั้งมั่น ต่อพุทธภูมิ เป็นอย่างยิ่ง....แม้จักฆ่าผมให้ตายไปต่อหน้า ก้อจะไม่ขอลาพุทธภูมิ .... อีกอย่างไม่เคยคิดว่าตัวผมเองมีอะไรพิเศษเลย ... แต่ตอนไปเรียนกสิณ ที่สอนกสิณนั้น เค้าบอกว่า เรามีตาที่สามเป็นของเก่าติดตัวเรามา หากตั้งใจปฏิบัติ ก้อจะไปได้เร็ว.... ก็แปลกดีครับ ไม่ใช่ไม่เชื่อแต่ยังไม่ได้คืนมาก็เลยวางไว้เป็นกลางก่อนครับ ....ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านเรื่องของเราที่บรรยายซะยาวเหยียดเลยครับ ขออภัยถ้ายาวเกินไป และขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วยนะครับ ..... ปล. พวกเราเหล่าพุทธภูมิน่าจะมีการรวมกลุ่มพบเจอกันบ้างก้อน่าจะดีนะครับ เท่าที่โอกาสจะอำนวย เผื่อจะได้มีโอกาสสร้างบุญกุศลร่วมกันด้วยวิธีต่างๆ ตามแต่สมควรแก่กาลครับ สาธุครับ....
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: prajam ที่ ธันวาคม 19, 2012, 12:21:41 AM
แนะนำฟังไฟล์เสียงหลวงปู่จาม มหาปุญโญ ดูนะครับ
http://www.fungdham.com/sound/jarm.html/038 อธิษฐานบารมี เพื่อไม่ให้ท้อในการสร้างบารมี เพราะแม้ว่าสร้างมากมายขนาดไหน ก็ไม่อาจสำเร็จได้ในวันเดียว อย่าประมาทนะครับ

 
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ชมพูอุษมัน ที่ ธันวาคม 24, 2012, 11:50:40 PM
สวัสดีค่ะ ชื่อนึ่งค่ะ ปรารถนาพุทธภูมิ เพื่อรื้อสัตว์ขนสัตว์ไปพระนิพพาน ตั้งใจว่าชาตินี้ขอเป็นชาติสุดท้ายที่จะเกิดเป็นผู้หญิงค่ะ ขอถือพรหมจรรย์ตลอดชีวิต จะได้เกิดเป็นผู้ชายเสียที
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ไนซ์ ที่ มกราคม 02, 2013, 07:46:46 AM
โมทนาด้วยนะครับ คุณนึ่ง สาธุการครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วิริยธิกะปัญโญโพธิญาณแก้ว ที่ มกราคม 19, 2013, 01:39:31 PM
โมทนากับทุกท่านครับ
ผมอนุโมทนากับทุกท่านครับ กับการปราถนา ...
ผมก็ปราถนาครับ แบบปัญญาธิกะ จะเน้นการทำสมาธิและการให้ทานครับ ผมรู้ตัวเองครับว่าำกำลังใจยังอ่อนอยู่ครับ แต่ก็จะพยายามไปให้ถึงเป้าหมายครับ
มีบ้างเหมือนกันครับ
แต่ขึ้นชื่อตั้งปรารถนาแล้ว ก้ต้องค่อยๆสร้างบารมีกันแหล่ะครับ เพราะยังต้องเกิดกันอีกนาน  การเกิดเหมือนเป้นขนมหวาน ตราบใดที่บารมียังไม่เต็มก็ต้องสร้างบารมีกันต่อไป และอีกอย่างถึงบารมีเต้มก็ยังต้องลงมาอยู่เนืองๆ อยู่ไม่ได้หรอกครับ ...เพราะ จนกว่าจะตรัส โน่นละครับ
หลวงปู่ดู่ท่านยังลงมา 100ปีเกิดที เลย  จริงไหมครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Webmaster ที่ มกราคม 22, 2013, 06:06:19 PM
โมทนากับทุกท่านครับ
ผมอนุโมทนากับทุกท่านครับ กับการปราถนา ...
ผมก็ปราถนาครับ แบบปัญญาธิกะ จะเน้นการทำสมาธิและการให้ทานครับ ผมรู้ตัวเองครับว่าำกำลังใจยังอ่อนอยู่ครับ แต่ก็จะพยายามไปให้ถึงเป้าหมายครับ
มีบ้างเหมือนกันครับ
แต่ขึ้นชื่อตั้งปรารถนาแล้ว ก้ต้องค่อยๆสร้างบารมีกันแหล่ะครับ เพราะยังต้องเกิดกันอีกนาน  การเกิดเหมือนเป้นขนมหวาน ตราบใดที่บารมียังไม่เต็มก็ต้องสร้างบารมีกันต่อไป และอีกอย่างถึงบารมีเต้มก็ยังต้องลงมาอยู่เนืองๆ อยู่ไม่ได้หรอกครับ ...เพราะ จนกว่าจะตรัส โน่นละครับ
หลวงปู่ดู่ท่านยังลงมา 100ปีเกิดที เลย  จริงไหมครับ


อนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านครับ สาธุ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: narayana2514 ที่ มกราคม 23, 2013, 12:21:24 PM
สวัสดีครับ
แล้วเราจะรู้ได้ อย่างไร
จากการปฏิบัติของเราเอง
จากครูบาอาจารย์
แล้วการปรารถนานี้ ต้องมีมานานแล้ว ในอดีตชาติ หนึ่ง หนึ่งมาก่อน ตั้งใจมาก่อน และ ได้รับพุทธพยากรณ์ มาก่อน และแน่วแน่ในคำอธิษฐาน เที่ยงแท้ในพุทธภูมิ แล้วพอมาถึงกาลปัจจุบันชาติ ก็มีโอกาสได้รับรู้ ในการตั้งจิตพุทธภูมิ แต่สำคัญว่า จะรู้ อย่างไร ในกาลปัจจุบันที่เป็นตามจริง โดยที่ไม่ได้ตามกระแสโลก กระแสธรรมมารมณ์  ขอคำแนะนำด้วยครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Webmaster ที่ มกราคม 23, 2013, 06:39:12 PM
(http://files.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=2451734&stc=1&d=1358187528)

หลวงตาม้าสอนพุทธภูมิ

"พุทธภูมิ"

พุทธภูมิ หรือ พระโพธิสัตว์ คือ ผู้ที่ปรารถนาพระโพธิญาณ
ปรารถนาจะเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ในอนาคตกาลเบื้องหน้า
ผมเคยกราบเรียนถามหลวงตาม้าถึงความหมายของคำว่าพระโพธิญาณ
หลวงตาม้าท่านเมตตาตอบมาได้ใจความว่า

"โพธิญาณแปลว่าความรู้ใหญ่ ปรารถนาโพธิญาณก็แปลว่าปรารถนาความรู้ใหญ่ไง"

ผมจึงกราบเรียนถามท่านต่อไปว่า แล้วพุทธภูมินั้นควรทำอย่างไร จึงจะได้เป็น
หลวงตาท่านตอบมาง่ายๆสั้นๆเพียงแค่ว่า

"หากเป็นพุทธภูมิ ทำบุญทุกอย่างจะต้องอธิษฐานเพื่อโพธิญาณ แม้กระทั่งให้ขนมแก่มด"

"เวียนว่ายใน3ภพ"

เป็นที่รู้กันดีว่าพุทธภูมิจะต้องสั่งสมบำเพ็ญบารมีเพื่อให้ได้มาซึ่งพระโพธิญาณ
หลวงตาม้าท่านเคยกล่าวไว้ได้ใจความว่า

"ไม่ใช่ปรารถนาแล้วจะเป็นกันได้เลยนะ มันต้องทำนะ"

การสร้างบารมีของพระโพธิสัตว์ไม่ได้จบเพียงชาติเดียว หากแต่จะต้องอาศัยช่วงระยะเวลา
ในการสร้างบารมีอันยาวนาน เวียนเกิด เวียนตายมากมายไม่สามารถนับได้
ทั้งลงนรก ทั้งขึ้นสวรรค์ ทั้งมาเกิดเป็นมนุษย์ หรือทั้งไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมเคยถามหลวงตาเกี่ยวกับการที่พุทธภูมิต้องลงนรก หลวงตาท่านเมตตาตอบมาว่า

"ผู้ที่ปรารถนาพุทธภูมิ (พระโพธิสัตว์) หากเข้าถึงไตรสรณคมณ์แล้ว จะสามารถปิดอบายภูมิได้"

ศิษย์: แล้วอย่างไรถึงจะเรียกว่าเข้าถึงไตรสรณคมณ์ครับ

หลวงตา: เรามองพระพุทธรูปหรือพระ แล้วรู้สึกยังไงล่ะ

ศิษย์: ขนลุกครับ ปิติ ชอบครับ

หลวงตา: นั่นแหละ เขาเรียกว่าเข้าถึงไตรสรณคมณ์

วันต่อมาผมนึกสงสัยในเรื่องนี้อีก จึงไปถามหลวงตาอีกครั้ง

ศิษย์: หากผู้ที่เพิ่งเริ่มปรารถนาพุทธภูมิ แต่สามารถเข้าถึงไตรสรณคมณ์ได้ จะปิดอบายภูมิเลยหรือ

หลวงตาม้าท่านก็เมตตาสั่งสอนว่า

"ถ้าเพิ่งปรารถนา มันต้องลงไปชิมดูก่อนนะ ถ้าเรียนจบทั้ง3ภพก็เป็นพระพุทธเจ้าได้เลย
การสร้างบารมี เราต้องทำให้ครบ10อย่าง แต่ต้องเลือกเด่นๆสักอย่างหนึ่งในชาตินี้"
"พุทธภูมิจะต้องพยายามเป็นที่ ๑ ในทุกๆเรื่อง แม้เรื่องเรียนหนังสือก็เช่นกัน"

ความเป็น ๑ ของพุทธภูมิไม่ได้มีไว้แข่งขันชิงดีชิงเด่นกับใคร หากแต่เป็นไปเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น
เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่นได้อย่างเต็มที่ ดังเช่นที่หลวงปู่ดู่ท่านเคยกล่าวไว้ว่า

"กำลังของพุทธภูมิ มีหน้าที่จะทำให้มหาชนมีความสุข ถ้าคนเรียกร้องหรือบ้านเมืองเกิดยุคเข็ญ
ก็ต้องลงมาช่วย จะคิดเอาแต่สบายได้ยังไง นั่นไม่ใช่ความคิดของหน่อพุทธภูมิ"

การเรียนรู้ของพุทธภูมิ
หลวงตาม้าท่านเคยกล่าวถึงการเรียนรู้แนวทางของพุทธภูมิไว้ ได้ใจความว่า

"ถ้าปรารถนาจะเป็นพุทธภูมิ เราก็ต้องไปเรียนกับพุทธภูมิที่บารมีสูงๆ ท่านถึงจะสอนให้ได้
ถ้าเราไปเรียนกับพระอรหันต์ ท่านก็สอนแนวทางการสร้างบารมีของโพธิสัตว์ไม่ได้
ท่านสอนเพียงทางไปพระนิพพานเท่านั้น แต่เราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ
ว่าครูบาอาจารย์ที่เป็นพระโพธิสัตว์บารมีสูงๆนั้นอยู่ที่ไหน ปัญหามันอยู่ตรงนี้"
(หลวงตาม้าท่านพูดพร้อมกับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี)

หลวงตาม้าท่านเคยกล่าวเอาไว้ได้ใจความว่า

"ในยุคนี้เนี่ยนะ ยุคที่เกิดกลียุคเนี่ยแหละ สร้างบารมีได้เยอะนะ แต่ต้องดูที่ความจำเป็นด้วย
ฝึกกสิณนั้นก็ดีอยู่ แต่ในยุคสมัยเช่นนี้ฤทธิ์ไม่ค่อยจะเกิดประโยชน์เท่าใด ยุคนี้บุญฤทธิ์มีประโยชน์มากที่สุด"

มีอยู่ครั้งหนึ่ง หลวงตาม้าท่านพูดถึงครูบาอาจารย์หลายๆท่าน โดยที่ท่านยกมาเป็นตัวอย่างให้ฟัง
เพื่อให้เห็นถึงความยากลำบาก ในการสร้างบารมีของผู้ปรารถนาพระโพธิญาณ
และในบางครั้งที่พุทธภูมิจะต้องลงมาเกิดเป็นนักรบหรือต้องฆ่าเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา
และแผ่นดิน จากผู้รุกรานดังเช่นบูรพกษัตริย์ไทยหลายๆพระองค์ทรงกระทำมาแล้ว

ท่านกล่าวไว้ได้ใจความว่า

"หลวงพ่อดู่ท่านโดนกรรมหนักนะ ครูบาศรีวิชัยท่านก็โดนหนักเหมือนกัน
หลวงปู่ศุข(วัดปากคลองมะขามเฒ่า) สมเด็จโตก็โดนเหมือนกัน
คิดดูให้ดีๆ ไม่ใช่ของง่ายๆนะ(หัวเราะ)"

หลวงตาม้าท่านเคยถามลูกศิษย์คนหนึ่งได้ใจความว่า

"ปรารถนาพุทธภูมิเนี่ย วางแผนเอาไว้หรือยังว่าชาตินี้จะทำอะไร
วันนี้จะทำอะไร วันพรุ่งนี้จะทำอะไร ลองคิดดู"

"จะทำอะไรก็ต้องให้มันเกิดประโยชน์ ถ้าไม่เกิดประโยชน์ก็อย่าไปทำ"

(http://files.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=2451735&stc=1&d=1358187528)

หลวงตาม้าพูดถึงพุทธภูมิบารมีครึ่งหรือเกินครึ่ง

ณ คืนหนึ่งในวัดถ้ำเมืองนะ หลวงตาม้าท่านเคยพูดถึงพุทธภูมิ
ผู้ทำบารมีมาแล้วครึ่งหนึ่งหรือเกินครึ่ง ได้ใจความว่า

"บารมีเกินครึ่งนี่ยังไม่ถือว่าเยอะนะ ถือว่ายังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
จะรู้เรื่องรู้ราวจริงๆก็ตอนนู๊นล่ะ ตอนบารมีใกล้จะเต็ม"

มีน้องคนหนึ่งฝากผมกราบเรียนถามหลวงตาม้าว่า จะเป็นพุทธภูมิ ยากไหม?
หลวงตาท่านก็เมตตาตอบให้ว่า

"ไม่ยาก แต่ส่วนมากมักจะมาลา(พุทธภูมิ)กันตอนบารมีครึ่งหนึ่งเนี่ยแหละ"

หลวงตาม้าท่านเป็นพระสุปฏิปัณโณที่เอาใจใส่ในการฝึกฝนลูกศิษย์เป็นอย่างมาก
และท่านไม่เคยพูดให้ใครเสียกำลังใจแม้แต่น้อยนิด โดยปกติแล้ว
หลวงตาท่านจะไม่ค่อยพูดจนกว่าจะมีลูกศิษย์กราบเรียนถาม

แต่ถ้าขณะที่นั่งรวมๆกันหลายๆคน หากผู้ใดที่เจอปัญหาอันใหญ่หลวง
หรือกำลังหลงระเริงไปกับ โลกธรรมทั้ง8 ท่านก็จะเมตตาพูดเตือนสติขึ้นมา
แต่ท่านจะไม่เอ่ยชื่อคนผู้นั้น เพราะถ้าเอ่ยขึ้นมาแล้วล่ะก็...
ศิษย์ผู้นั้นจะต้องเกิดความรู้สึกอับอายอย่างแน่นอน เช่น
มีอยู่ครั้งหนึ่งนั่งรวมกันอยู่หลายคน อยู่ๆท่านก็พูดขึ้นมาลอยๆว่า

"...เอ้อ..คนเรานี่มันชิงดีชิงเด่นกันนะ พอมีกำลังเข้าหน่อยก็แย่งลูกแย่งเมียเขา..."

ศิษย์ผู้ที่ถูกหลวงตาพูดถึงนี้ ถึงกับสะดุ้งขึ้นมาในทันใด เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ก็เช่นเดียวกัน
ณ ตอนนั้นมีลูกศิษย์นั่งรวมกันอยู่มาก ท่านก็พูดขึ้นมาได้ใจความว่า

"...สภาพแวดล้อมก็มีส่วนนะ พระโพธิสัตว์บางองค์ติดสุข ทำให้เสียเวลาไปเลย
ที่ทำอยู่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอก แต่จะเอาแค่นั้นจริงๆหรือ? ทั้งๆที่บารมีตัวเองก็มีอยู่แท้ๆ... "
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: narayana2514 ที่ มกราคม 23, 2013, 10:42:03 PM
ขอ อนุโมทนา ครับ ความรู้ ความเข้าใจ ที่ ได้รับโอกาส รู้ ในครั้งนี้  ขอขอบคุณครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: pioneage ที่ กุมภาพันธ์ 02, 2013, 10:19:22 AM
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ผมโบว์ลิ่ง ปรารถนาปัญญาธิกะครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: nakare ที่ กุมภาพันธ์ 07, 2013, 05:28:59 PM
ขอถวายสักการะแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ผมก็เป็นผู้หนึ่งซึ่งปรารถนาจะรื้อค้นสรรพสัตว์ที่อยู่ในห้วงทุกข์ให้พ้นจากทกข์ ด้วยการบำเพ็ญตนเป็นพระโพธิสัตต์ ช่วยเหลือผู้อื่น บำเพ็ญบารมีธรรม และมุ่งหน้าสู่พุทธภูมิ ขออนุโมทนาในมหากุศลจิตของทุกท่าน ขอให้เพื่อสหธรรมมิกบรรลุถึงพุทธภูมิธรรมตามที่ท่านได้ตั้งปณิธานไว้ด้วยกันทุกท่าน เพื่อประโยชน์แก่สรรพสัตว์ทั้งหลายด้วย เทอญ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: sitthisak_rat ที่ กุมภาพันธ์ 11, 2013, 10:34:39 AM
สวัสดีกัลยาณมิตรทุกท่านครับผม หลงเข้ามาในเว็ปพุทธภมิ ก็สนใจใคร่รู้ คงจะถุกจริตกับตัวกระผม แต่ด้วยว่าอาจจะไม่เข้าข่ายในคุณลักษณะของชื่อเว็ป แต่ใคร่สน ขออนุญาติ อ่านประดับปัญญาอันน้อยของข้าพเจ้าน่ะครับ และอยากทราบว่า ว่าเฟสกลุ่ม ไหมขอรับ ถ้ามีผมขออนุญาติ เข้าร่วมกลุ่มด้วยคนน่ะขอรับ ขอบพระคุณครับ..
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วิริยธิกะปัญโญโพธิญาณแก้ว ที่ กุมภาพันธ์ 19, 2013, 08:21:05 PM
สวัสดีครับ แวะมาเยี่ยมครับ
ทุกท่าน ขออนุญาติครับ
หากมีโอกาส ลองอ่านหลวงตาสอนศิษย์เล่ม 1-5 ดูนะครับ
ช่วยให้เราค้นพบแนวทางสร้างบารมีได้อีกเยอะ
โมทนากับพุทธภูมิและ สาวกภูมิทุกท่าน ครับ
สุดท้ายก็ไปนิพพานเหมือนกัน  สาธุๆๆๆๆๆ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: สิงหนาท ที่ กุมภาพันธ์ 27, 2013, 05:31:48 AM
ขอสวัสดีและเป็นกำลังใจให้กับเพื่อน ๆ พุทธภูมิทุก ๆ ท่าน

ขออนุโมทนา ทีมงานเวปพุทธภูมิทุก ๆ คน

สิงหนาท
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: aod ที่ มีนาคม 21, 2013, 11:48:56 PM
สวัสดีครับ

ผมชื่อ กิตติชัย ปานเกิด เกิดวันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2518 ปีเถาะ เวลา 17.19 น. เริ่มปราถนาพุทธภูมิครั้งแรกตอนอายุ 15 ปี ไปวัดทำบุญกับแม่เห็นพระพุทธรูปก็เกิดจิตปราถนาทันที ตอนนั้นยังไม่ได้ศึกษาด้านนี้เลย และพระองค์ที่ๆไปทำบุญด้วยนั้นก็เป็นพระทรงฌานเห็นดูให้ผมบอกว่าตอนนี้ผมเกิพมาเพื่อใช้กรรม 3 ภพ 3 ชาติอยู่และชาตินี้เป็นชาติที่ 2 แล้ว หมดจากกรรมนี้แล้วก็จะสบาย ท่านว่าอย่างนั้น ท่านบอกว่าชาติที่ผมก่อกรรมนั้นผมเกิดเป็น จอมสุริยัน ตอนนั้นก็ไม่ได้ถามท่านว่ามีฐานะเป็นอะไร เห็นคนอื่นดีกว่าพ่อแม่ตนเองก็เลยต้องชดใช้กรรมอย่างนี้ ส่วนพ่อแม่ในชาตินั้นตอนนี้ก็บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ครับ นอกเรื่องไปเยอะแล้วขอโทษที หลังจากนั้นก็เริ่มศึกษาด้านพุทธศาสนาเรื่อยมา เคยคิดจะมุงนิพพานในชาตินี้ แต่พอเอาเข้าจริงๆก็เลิกปราถนาพุทธภูมิไม่ได้ยอมตายซะดีกว่า ถ้าจะให้เลิก ก็เลยปราถนาและสร้่างบารมีตามกำลังเรื่อยมา และจิตใต้สำนึกบอกว่าปราถนาสายศรัทธาธิกะครับ เคยลองไปเสี่ยงทายบารมีทึ่ศาลหลักเมืองกรุงเทพยกพระพุทธรูปว่าในอนาคตกาลเบื้องหน้าจะได้มีโอกาสสำเร็จหรือไม่ ปรากฏว่าสมปราถนา และครั้งต่อๆมาก็ได้ไปเสี่ยงเซียมซีที่วัด 2วัด ว่าถ้ามีโอกาสสำเร็จก็ให้ได้ใบเซียมซีที่ดีที่สุด ปรากฏว่าได้หมายเลข 1 ทั้ง2วัด และเคยมีนิมิตฝันเห็นชีปะขาวมาบอกว่าได้ปราถนาและสร้างบารมีมาได้ 11 อสงไขยแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่ได้เสี่ยงทายบารมีที่ไหนอีกเลยตั้งอยู่บนความไม่ประมาส มุ่งหน้าสร้่งบารมีตามกำลังเรื่อยมา อยากทราบว่าสิ่งผมเล่ามานี้เป็นเรื่องเพ้อเจ้อไร้สาระหรือเปล่า และถ้าเป็นเรื่องจริงช่วยแนะนำการสร้างมีเพื่อพุทธภูมิที่เหมาะสมกับผมให้ด้วยนะครับ

ขอขอบคุณมากครับที่อุตส่าห์อ่าน รบกวนช่วยตอบกลับให้ด้วยนะครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Webmaster ที่ มีนาคม 24, 2013, 09:42:29 PM
สวัสดีครับ

ผมชื่อ กิตติชัย ปานเกิด เกิดวันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2518 ปีเถาะ เวลา 17.19 น. เริ่มปราถนาพุทธภูมิครั้งแรกตอนอายุ 15 ปี ไปวัดทำบุญกับแม่เห็นพระพุทธรูปก็เกิดจิตปราถนาทันที ตอนนั้นยังไม่ได้ศึกษาด้านนี้เลย และพระองค์ที่ๆไปทำบุญด้วยนั้นก็เป็นพระทรงฌานเห็นดูให้ผมบอกว่าตอนนี้ผมเกิพมาเพื่อใช้กรรม 3 ภพ 3 ชาติอยู่และชาตินี้เป็นชาติที่ 2 แล้ว หมดจากกรรมนี้แล้วก็จะสบาย ท่านว่าอย่างนั้น ท่านบอกว่าชาติที่ผมก่อกรรมนั้นผมเกิดเป็น จอมสุริยัน ตอนนั้นก็ไม่ได้ถามท่านว่ามีฐานะเป็นอะไร เห็นคนอื่นดีกว่าพ่อแม่ตนเองก็เลยต้องชดใช้กรรมอย่างนี้ ส่วนพ่อแม่ในชาตินั้นตอนนี้ก็บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ครับ นอกเรื่องไปเยอะแล้วขอโทษที หลังจากนั้นก็เริ่มศึกษาด้านพุทธศาสนาเรื่อยมา เคยคิดจะมุงนิพพานในชาตินี้ แต่พอเอาเข้าจริงๆก็เลิกปราถนาพุทธภูมิไม่ได้ยอมตายซะดีกว่า ถ้าจะให้เลิก ก็เลยปราถนาและสร้่างบารมีตามกำลังเรื่อยมา และจิตใต้สำนึกบอกว่าปราถนาสายศรัทธาธิกะครับ เคยลองไปเสี่ยงทายบารมีทึ่ศาลหลักเมืองกรุงเทพยกพระพุทธรูปว่าในอนาคตกาลเบื้องหน้าจะได้มีโอกาสสำเร็จหรือไม่ ปรากฏว่าสมปราถนา และครั้งต่อๆมาก็ได้ไปเสี่ยงเซียมซีที่วัด 2วัด ว่าถ้ามีโอกาสสำเร็จก็ให้ได้ใบเซียมซีที่ดีที่สุด ปรากฏว่าได้หมายเลข 1 ทั้ง2วัด และเคยมีนิมิตฝันเห็นชีปะขาวมาบอกว่าได้ปราถนาและสร้างบารมีมาได้ 11 อสงไขยแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่ได้เสี่ยงทายบารมีที่ไหนอีกเลยตั้งอยู่บนความไม่ประมาส มุ่งหน้าสร้่งบารมีตามกำลังเรื่อยมา อยากทราบว่าสิ่งผมเล่ามานี้เป็นเรื่องเพ้อเจ้อไร้สาระหรือเปล่า และถ้าเป็นเรื่องจริงช่วยแนะนำการสร้างมีเพื่อพุทธภูมิที่เหมาะสมกับผมให้ด้วยนะครับ

ขอขอบคุณมากครับที่อุตส่าห์อ่าน รบกวนช่วยตอบกลับให้ด้วยนะครับ

คำตอบมีอยุ่ในคำถามแล้ว อนุโมทนาสาธุด้วยครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: เทวสิขรินท์ อมตวัฒนพงษ์ ที่ มีนาคม 24, 2013, 11:41:27 PM
ขอให้ทุกท่านเต็มที่เอาจริงเอาจังครับ ระลึกด้วยแรงปราถนาจนกระทั่งก่อนลืมตาตื่นนอน มีคำแรกที่ผุดขึ้นมาจากจิตใจ คือคำว่า "เราจะเป็นพระพุทธเจ้า" อย่างนี้ทุกวันๆ นี้ก็เริ่มเข้าทางแล้วครับ แล้วมาร(จะหมายว่าเป็นอะไรก็ตามแต่)จะมาทดสอบท่านเอง ว่าท่านจะเอาชีวิตเดิมพันแลกกับบารมีไหม มารท่านไม่อ่อนข้อให้นะครับ โดนมารลองกำลังขอให้อดทนข่มใจตัวใครตัวมัน ใครเต็มก่อนก็จะช่วยรื้อขนสรรพสัตว์ก่อน ยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะความทุกข์ไม่ปราณีใครๆ อ่านพระคัมภีร์ไม่พิจารณาอย่าพึ่งเชื่อ ว่ากี่อสงไำขย์นั้นแสนกัปล์ประมาณนี้ ทำไปเรื่อยๆ ครับ ไม่หยุดไม่หน่าย น้ำในตุ่มไม่อาจเต็มด้วยแค่ความคิดเพียงสิ่งเดียว ทำไม่ไหวทำไม่ได้แพ้มารก็ฝึกใหม่ อย่าท้อถอยโทษตัวเองนาน ล้มแต่ลุกใหม่น่าสรรเสริญ ล้มแล้วไม่ลุกนี้สิอนาถใจ ไม่มีใครปั่นจักรยานเป็นทันทีไม่มีพลาด การเสียสละให้ การไม่ละเมิดศีล ความหน่ายและสวนทางกระแสตัณหาทางโลก การสั่งสมปัญญาทั้งสาม ความเพียรกั้นชั่วละชั่วทำดีรักษาดีไว้ ความอดทนข่มใจ ความไม่มีมารยาแต่จริงใจกับทุกสรรพสิ่ง ความตั้งมั้นตั้งใจไม่ลดละเลิกเป้าหมายในกุศลบารมี ความมีไมตรีจิตที่ไร้อาณาเขตอย่างอนันต์ และใจต้องรู้นิ่งไม่หวั่นไหววางเฉยในโลกธรรมแปดได้ สิ่งนี้เป็นกิจของพวกเรา เป็นยิ่งกว่าชีวิตและวิญญาณ หากพิจารณาทุกวันจนฝังแน่ในกมลสันดานและเป็นอุปนิสัยติดตัวจนกว่าจะทำไปจนกระทั่งได้รับพยากรณ์ ถึงไม่ได้รับพยากรณ์จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดูอย่างองค์ปฐมบรมพุทธเจ้าท่านก็ยังตรัสรู้เองได้ เราต้องเชื่อในเรื่องกรรม ในเรื่องเหตุผลครับ ไม่เชื่อง่ายๆ จากเรื่องที่ถูกจารึกไว้มานานที่อาจถูกตกแต่งมาโดยใครๆ ก็ตาม เว้นแต่พิจารณาว่าเป็นจริงได้ด้วยปัญญา เต็มที่ครับท่านพระโพธิสัตว์ทุกท่าน ขอจงอย่าได้อิ่มอย่าได้หน่ายในกุศลธรรมดั่งมหาสมุทรไม่อิ่มด้วยสายมหานทีครับ ความตายจะมาถึงเราแน่นอน เพื่อโพธิญาณแล้วการทำตามกำลังยังไม่สู้เท่าการทำเต็มกำลังครับ ไหว้สาวันทามิสวัสดีทุกๆ ท่านผู้มีใจจริงและใจถึงครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: มหาอสงไขย ที่ เมษายน 02, 2013, 03:44:45 PM
สาธุครับสาธุ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: theejutha ที่ กรกฎาคม 05, 2013, 08:16:59 PM
อนุโมทนาบุญทุกท่่าน
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: june ที่ กรกฎาคม 25, 2013, 03:19:54 AM
สาธุครับสาธุ
สาธุครับสาธุ
ขอให้ทุกท่านเต็มที่เอาจริงเอาจังครับ ระลึกด้วยแรงปราถนาจนกระทั่งก่อนลืมตาตื่นนอน มีคำแรกที่ผุดขึ้นมาจากจิตใจ คือคำว่า "เราจะเป็นพระพุทธเจ้า" อย่างนี้ทุกวันๆ นี้ก็เริ่มเข้าทางแล้วครับ แล้วมาร(จะหมายว่าเป็นอะไรก็ตามแต่)จะมาทดสอบท่านเอง ว่าท่านจะเอาชีวิตเดิมพันแลกกับบารมีไหม มารท่านไม่อ่อนข้อให้นะครับ โดนมารลองกำลังขอให้อดทนข่มใจตัวใครตัวมัน ใครเต็มก่อนก็จะช่วยรื้อขนสรรพสัตว์ก่อน ยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะความทุกข์ไม่ปราณีใครๆ อ่านพระคัมภีร์ไม่พิจารณาอย่าพึ่งเชื่อ ว่ากี่อสงไำขย์นั้นแสนกัปล์ประมาณนี้ ทำไปเรื่อยๆ ครับ ไม่หยุดไม่หน่าย น้ำในตุ่มไม่อาจเต็มด้วยแค่ความคิดเพียงสิ่งเดียว ทำไม่ไหวทำไม่ได้แพ้มารก็ฝึกใหม่ อย่าท้อถอยโทษตัวเองนาน ล้มแต่ลุกใหม่น่าสรรเสริญ ล้มแล้วไม่ลุกนี้สิอนาถใจ ไม่มีใครปั่นจักรยานเป็นทันทีไม่มีพลาด การเสียสละให้ การไม่ละเมิดศีล ความหน่ายและสวนทางกระแสตัณหาทางโลก การสั่งสมปัญญาทั้งสาม ความเพียรกั้นชั่วละชั่วทำดีรักษาดีไว้ ความอดทนข่มใจ ความไม่มีมารยาแต่จริงใจกับทุกสรรพสิ่ง ความตั้งมั้นตั้งใจไม่ลดละเลิกเป้าหมายในกุศลบารมี ความมีไมตรีจิตที่ไร้อาณาเขตอย่างอนันต์ และใจต้องรู้นิ่งไม่หวั่นไหววางเฉยในโลกธรรมแปดได้ สิ่งนี้เป็นกิจของพวกเรา เป็นยิ่งกว่าชีวิตและวิญญาณ หากพิจารณาทุกวันจนฝังแน่ในกมลสันดานและเป็นอุปนิสัยติดตัวจนกว่าจะทำไปจนกระทั่งได้รับพยากรณ์ ถึงไม่ได้รับพยากรณ์จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดูอย่างองค์ปฐมบรมพุทธเจ้าท่านก็ยังตรัสรู้เองได้ เราต้องเชื่อในเรื่องกรรม ในเรื่องเหตุผลครับ ไม่เชื่อง่ายๆ จากเรื่องที่ถูกจารึกไว้มานานที่อาจถูกตกแต่งมาโดยใครๆ ก็ตาม เว้นแต่พิจารณาว่าเป็นจริงได้ด้วยปัญญา เต็มที่ครับท่านพระโพธิสัตว์ทุกท่าน ขอจงอย่าได้อิ่มอย่าได้หน่ายในกุศลธรรมดั่งมหาสมุทรไม่อิ่มด้วยสายมหานทีครับ ความตายจะมาถึงเราแน่นอน เพื่อโพธิญาณแล้วการทำตามกำลังยังไม่สู้เท่าการทำเต็มกำลังครับ ไหว้สาวันทามิสวัสดีทุกๆ ท่านผู้มีใจจริงและใจถึงครับ

สาธุ สาธุ สาธุ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ลัญจกร1988 ที่ กรกฎาคม 25, 2013, 12:54:08 PM
สวัสดครับผม ปอนด์ ครับ ปราถนาพุทธภูมิประเภทศรัทธาธิกะ ครับ ขออนุโมทนาบุญกับหน่อพุทธภูมิทุกท่านนะครับ
และผมต้องขอคำแนะนำสั่งสอนแนวทางบำเพ็ญบารมีกับทุกท่านด้วยนะครับ ผมเองยังไม่มีตัวรู้ครับแต่ปราถนาที่จะ
ช่วยรื้อขอสรรพสัตว์ให้พ้นจากทะเลแห่งทุกข์ในวัฏสงสารไปพบกับอมตแห่งความสุขคือพระนิพพานครับ ผมขอฝาก
ตัวด้วยนะครับทุกท่าน
                 "ขอความนอบน้อมแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ ผู้เป็นที่พึ่งของเทวดาและสรรพสัตว์ ทั้งหลายข้าพเจ้าจะขอมั่นคงในพระโพธิญาณไปตลอด สาธุๆๆ"
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: june ที่ กรกฎาคม 26, 2013, 03:20:45 AM
..ธรรมใดจะรักษาจิตโพธิสัตว์ไม่ให้ร่วงท้อถอย..

เป็นคำถามที่ดีครับ คุณ chock จะแนะนำว่าอย่างไรได้บ้าง

ขออนุญาตตอบตามความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ  คือ อิทธิบาท 4 และโพธิปักขิยธรรมอีก 6  หมวด ครับ รวมถึงการเห็นทุกข์ของผู้อื่น
ธรรมข้อนี้สามารถจุดประกายในดวงจิตของพระโพธิสัตว์ทุกท่านให้ตื่นขึ้นมาทำความเพียร เพื่อผู้อื่นเสมอครับ

หากผิดพลาดก็ขออภัยด้วยนะครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ลัญจกร1988 ที่ กรกฎาคม 27, 2013, 01:09:12 PM
ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำสั่งสอน มีอยู่ช่วงหนึ่งผมรู้สึกถ้อแท้หดหู่เหมิอนโดนอาวุธทุกแขนง
พุ่งมาใส่ทุกทิศทางพอหลับตาลงมองเห็นพระพุทธรูปปางเปิดโลก
จิตก็อธิฐานในพระโพธิญาณขอความเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง
ครับ(ในนิมิตที่เห็นตอนนั้นครับ)แม้หนทางจะยากเย็นและใช้เวลานานเพียงใด
ผมก็จะขอบำเพ็ญบารมีต่อไปเพื่อพระพุทธภูมิครับ

"อิมินา ปุญญะกัมเมนะ พุทโธ โหมิ อะนาคะเต กาเล"
หัวข้อ: สวัสร์ดีครับพี่ๆน้องๆ ผมชื่อสจุจธรรมครับ ได้รับหน้าที่รักษาพระศาสนาในช่วงนี้ครับช่วยแนะนำและสั่งสอนด
เริ่มหัวข้อโดย: sommai2522 ที่ กรกฎาคม 28, 2013, 02:01:18 AM
:)
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: เวโรจน์ ที่ สิงหาคม 15, 2013, 04:23:44 AM
ชื่อรุ่งครับ  ฝากตัวและหัวใจใว้ในวงการด้วยคนครับ (พูดเหมือนก๊วนอะไรซักอย่างนิ อิอิ).....
คิดถึงว่าตอนที่จะต้องสละอวัยวะน้อยใหญ่และชีวิต ก็ให้รู้สึกหวาดหวาด คงจักเจ็บปวดสุดพรรณา ;D
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: เวโรจน์ ที่ สิงหาคม 18, 2013, 06:41:09 AM
อยากให้มีสถานที่นัดพบของเหล่าบรรดาพุทธภูมิ เพื่อจะได้ผนึกกำลังจรรโลงพระพุทธศาสนา  และร่วมกันบำเพ็ญความดี(นอกเหนือจากที่ทุกท่านทำเป็นกิจวัตรโดยส่วนตัวอยู่แล้ว) ตลอดจนจุดประสงค์ใดๆที่คนปรารถนาพุทธภูมิจะพึงกระทำร่วมกัน  มีท่านใดเห็นด้วยบ้างใหมครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: กิตติ ที่ สิงหาคม 22, 2013, 07:07:24 PM
สวัสดีครับ หน่อพุทธภูมิและญาติธรรมทุกท่าน ดีใจมากที่มีเวบนี้ ได้แลกแปลี่ยนความรู้ได้เยอะมาก
เป้าหมายสูงสุดคือการรื้อขนสัตว์ออกจากสังสารวัฏ ไม่จำกัดประเภทการสร้างบารมีแบบใด
 เพราะพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีพุทธภาวะเหมือนกัน
แต่ต่างกันที่สมมุติ เช่น อายุพระศาสนา พุทธรังสี จำนวนพระเอตทัคคะ เป็นต้น
.....ขอนอบน้อมพระนิยตโพธิสัตว์ ทั้ง 10 พระองค์ และไก่ตัวพี่ที่จะสำเร็จก่อน
........หน่อพุทธภูมิและญาติธรรมทุกท่าน สามารถเข้าไปติชม  หรือแสดงความคิดเห็นได้
ในเฟสบุคที่ผมดูแลเองครับ www.facebook.com/pages/ปัญญาธิกพุทธภูมิ/152345664844227?ref=hl
ถ้าผิดที่ใดแล้วตักเตือนจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ความจริงของความรู้สึก ที่ ตุลาคม 07, 2013, 10:24:52 PM
สาธุ สาธุ บุคคลใดเมื่อดวงตาเห็นธรรม(เห็นสัจธรรม) จิตของบุคคลนั้นก็จะรู้ มองเห็นหนทางที่จะไปถึงฝั่งด้วยตนเอง หากจิตของบุคคลนั้น
พิจรณาดูให้ดี ถ้าขึ้นฝั่งได้ภายในชาตินี้มันจะมีอยู่สองเส้นทางหลัก "เส้นทางแรก"..จิตจะเกิดความเบื่อหน่าย มีความปรารถนาที่จะไปถึงฝั่งเพียงแค่องค์เดียว ไม่นำพาใครไปด้วยเพราะสิ่งที่ท่านรู้ ท่านนั้นรู้เพียงองค์เดียวไม่สามารถที่จะอธิบาย_สิ่งที่รู้ให้ใครนั้นเข้าใจได้ ท่านจึงละสังขารขึ้นฝั่งจากไปองค์เดียว   
"เส้นทางที่สอง"..จิตจะเกิดความเบื่อหน่าย แต่ในความเบื่อหน่ายนั้นมันจะเกิดความเมตตาในเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จึงทำให้ท่านนั้นต้องศึกษาเส้นทาง เมื่อจิตรู้อะไร สติมันจะเตือนให้ตั้งคำถามและหาคำตอบในสิ่งที่จิตนั้นรู้อย่างละเอียดที่สุด ท่านจะปฏิบัติเช่นนี้ตลอดเส้นทางจนกว่าท่านนั้นจะถึงฝั่ง เพื่อทำความเข้าใจในทุกขณะจิต ที่เก็บความรู้ ความเข้าใจนั้น เพราะมันจะเป็นหนทางที่จะช่วยให้คนอื่นนั้นถึงฝั่งด้วย ท่านจะช่วยผู้คน จนท่านนั้นละสังขารแล้วท่านก็ขึ้นฝั่งจากไป.. เหมือนที่พระอาจารย์มั่นท่านได้ปฏิบัติตลอดมา ทั้งสองเส้นทางนี้มันเป็นแนวทางที่พระพุทธองค์ทรงชี้ทางสั่งสอน ปรารถนาที่จะช่วยให้สัตว์โลกนั้นได้ขึ้นฝั่ง หลุดพ้นจากพันธนาการแห่งความทุกข์ทั้งปวง    แต่!มีบุคคลที่ดวงตาเห็นธรรม แล้วมองเห็นเส้นทางเล็กๆ แยกออกมาเป็นเส้นทางที่สาม และน้อยคนนักจะมองเห็น มันเป็นเส้นทางที่ไม่เหมือนเส้นทาง มันคือเส้นทางของบุคคลที่เห็นสัจธรรมแล้วจิตไม่เกิดความเบื่อหน่าย กลับมีความเมตตา สงสารมนุษย์และสรรพสัตว์ที่กำลังหลงทาง ยังคงวนเวียนอยู่ในความทุกข์,ความอยาก,ความเห็นแก่ตัว,เพื่อสนองความต้องการที่ไม่มีวันสิ้นสุด ยังไม่ปรารถนาที่จะขึ้นฝั่ง แต่ปรารถนาที่จะอยู่ช่วยสัตว์โลกให้ได้มากที่สุด ความเหนื่อย ความท้อคืออุปสรรคที่สำคัญ มันจะคอยเหนี่ยวรั้งจิตใจท่านนั้น ให้ก้าวเดินออกไปจากทางสายนี้ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับความเมตตา ความสงสารของท่านว่ามีมากเท่าไหร่ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้ความเหนื่อย ความท้อนั้นจางหายไปเร็วมากขึ้นเท่านั้น เพราะเส้นทางนี้...หนทางมันยังอยู่อีกยาวไกลนัก
        ..."จิต"นั้นเปรียบเสมือน"เรือ"...
      ...เราต้องทิ้ง"เรือ"ก่อนที่จะขึ้นฝั่ง...
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ความจริงของความรู้สึก ที่ ตุลาคม 07, 2013, 10:27:08 PM
สาธุ สาธุ ทุกสื่งทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องสมมุติ ถ้าสิ่งไหนมากระทบจนอายตนะนั้นสัมผัสได้ ก็ให้จิตแค่"รู้ตัว"ว่าอายตนะนั้นมันเกิดขึ้น เอาปัญญาเป็น"ตัวรู้"ว่าอย่าเอาใจไปยึดติด เอาสิ่งที่เกิดขึ้นวางมันไว้อยู่ข้างนอกอายตนะ ใช้ปัญญาดูความเปลี่ยนแปลงของมัน จะมีความรู้สึกเกิดขึ้นว่ามันไม่น่ายึดติดไม่อยากเก็บไว้ เพราะชีวิต,ธรรมชาติและทุกสรรพสิ่งมันคือการเปลี่ยนแปลง ในเมื่อสิ่งนั้นมีอยู่(ต้นไม้) อีกสิ่งหนึ่งก็ต้องมีอยู่(เปลือก,แก่นของต้นไม้) แล้วเวลาล่วงเลยผ่านไป(เกิดความเปลี่ยนแปลง) จนสิ่งนั้นไม่มีอยู่(ต้นไม้) อีกสิ่งหนึ่งก็ต้องไม่มีอยู่(เปลือก,แก่นของต้นไม้) สิ่งนั้นมีอยู่แล้วอีกสิ่งหนึ่งมีอยู่..ผมเรียกว่า"รูปธรรม" แล้วสิ่งไหนที่เกิดขึ้นอยู่(ความทุกข์) อีกสิ่งหนึ่งก็จะไม่เกิดขึ้นอยู่(ความสุข หรืออารมณ์อื่นๆ) ถ้าสิ่งนั้นไม่เกิดขึ้น(ความทุกข์) อีกสิ่งหนึ่งก็จะเกิดขึ้น(ความสุข หรืออารมณ์อื่นๆ) มันจะเกิดขึ้นพร้อมๆกันไม่ได้ ต้องรอให้สิ่งนั้นเปลี่ยนแปลงไป อีกสิ่งหนึ่งถึงจะเกิดขึ้นมา..ผมเรียกว่า"นามธรรม" หากจิตใช้ปัญญาดูสิ่งไหนโดยที่สิ่งนั้นอยู่นอกอายตนะ จิตมันจะรู้และเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ (เป็นความเข้าใจที่เกิดจากความรู้สึกไม่ใช่ความเข้าใจที่เกิดจากความคิดเพียงอย่างเดียว) เพราะว่าจิตนั้น"รู้ตัว"อยู่ตลอดเวลาเลยไม่ได้ยึดติดกับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นว่าเป็นตัวเรา เป็นของเรา จิตจึงเจริญด้วยปัญญาอย่างถูกต้องและยุติธรรม ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมันไม่มีความรู้สึกเข้าข้างตัวเรา ไม่มีความรู้สึกเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ใช้ปัญญาดูที่เหตุและผล อย่างเป็นกลาง เพราะความยุติธรรมมันก็จะเข้าข้าง...ความถูกต้องเสมอ...ถ้าหากผมกล่าวผิดประการใดต้องขออภัยด้วยครับ...(จากสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่)
สาธุ สาธุ ผมยินดีมากที่ยังมีบุคคลที่แสวงหาพุทธภูมิ เพราะผมรู้สึกโดดเดี่ยวในเส้นทางสายนี้ เส้นทางที่ไปถึงฝั่งมันมีหลายเส้นทาง แต่ปลายทางก็คือนิพพาน ผมเป็นคนหนึ่งที่มีเส้นทางไม่เหมือนกับพระพุทธองค์ องค์ปัจจุบัน อาจจะเป็นธรรมะในอนาคต ถ้าเป็นไปได้ก็อยากที่จะพูดคุยกับบุคคลที่ปรารถนาหน่อพุทธภูมิทุกท่าน แฟสบุ๊คผม "ความจริงของความรู้สึก คัมภีร์เวตาล" หรือโทร 0840868717 หนุ่ม สาธุ สาธุ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: watwaarram ที่ ตุลาคม 21, 2013, 01:04:03 PM
             สวัสดีครับ ผมก็เป็นหนึ่งในผู้ตั้งปรารถนาแห่งพุทธภูมิ ทีแรกคิดว่าตัวเองตั้งปรารถนาแบบปัญญาธิกะ แต่เริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าปรารถนาแบบศรัทธาธิกะครับ ถึงอย่างไรก็ขอรับสัจจะสัญญาจากท่านผู้ปรารถนาพุทธภูมิทั้งหลายครับ ถ้าผู้ใดถึงฝั่งดังปรารถนาแล้ว โปรดช่วยอนุเคราะห์กระผมให้สร้างบารมีต่อไปให้เต็มด้วยเถิดครับ หรือแม้ถ้ากระผมถึงฝั่งแห่งปรารถนาแล้ว ถ้าหากรำลึกถึงได้ กระผมก็จะช่วยท่านเหมือนกัน ขอท่านทั้งหลาย ที่เป็นหน่อแห่งพุทธวงค์อันประเสริญทั้งหลาย โปรดรับคำอราราธนาและคำปฏิญาของกระผมไวด้วยเทอญ

..วชิรมาณพ ผู้แสวงหาพระโพธิญาณ (ศรัทธาธิกะบารมี)
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tayu ที่ ตุลาคม 22, 2013, 09:53:14 AM
ข้าพเจ้าจะสวดคาถาพระจักรพรรดิ10000จบถวายหลวงปู่ดู่และถวายแด่
1พระโพธิญาณ
2การเกิดของนิตยโพธิสัตว์
3พระรัตนตรัย
4อริยสัจ4
5พระปิติทั้ง5และพระพุทธเจ้า5พระองค์
6ญาณ16
7โพชงค์7
8มรรค8
9วิปัสสนาญาณ9
10ถวายแด่พระทศพลญาณในอดีจปัจจุบันและอนาคต
ขอให้ทุกท่านร่วมอนุโมทนาด้วยคับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Arthamaat ที่ พฤศจิกายน 03, 2013, 10:03:30 AM
อนุโมทนากับทุกท่านด้วยครับ   ยังคิดถึงทุกๆท่านน่ะครับ
 
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: คมเพชร ที่ พฤศจิกายน 28, 2013, 09:04:00 PM
สวัสดีครับอนุโมทนทุกท่านนะครับ
ผมเเทบไม่ค่อยรู้อะไรเลยมีใครช่วยเเนะนำได้บ้างครับผม ขอบคุณมากครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: lit134 ที่ ธันวาคม 25, 2013, 07:46:21 PM
สวัสดีครับ ผมชื่อ ชวลิต ครับ อยู่โคราชครับ ขออนุโมทนาบุญกับทีมงานเว็บพุทธภูมิครับ ที่ทำให้พุทธภูมิทุก ๆ ท่านได้เจอกัน สาธุๆครับ
และขออนุโมทนาบุญกับพุทธภูมิ ทุกๆ ท่าน ที่ได้บำเพ็ญบารมีมาอย่างยาวนาน

ใครผ่านมาโคราช แวะมานั่งคุย หาอะไรอร่อยทานกันได้ครับ
สาธุ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Oatsil ที่ ธันวาคม 30, 2013, 09:58:22 AM
สวัสดีครับผมชื่อโอ๊ท มีอะไรแนะนำด้วยนะครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: DHAMMASAMEE ที่ มกราคม 12, 2014, 09:12:00 PM
... สวัสดีครับทุกท่าน ผมชื่อ นัย เป็นคนจังหวัดเกินร้อยครับ หลายสิบปีก่อน ได้บวชอยู่ในสายวัดหนองป่าพง โดยปฏิบัติตามแนวทางของพ่อแม่ครูบาจารย์หลวงปู่ชา สุภัทโท หลวงปู่ปาน โสนันโท และหลวงปู่พระราชพรหมยานวัดท่าซุง ตอนนั้นผมบวชอยู่กับหลวงพ่อพัฒน์ อาจาโร วัดป่าวิเวกอาศรม ตอนนั้นจำได้ว่าเป็นกลางพรรษาปี พ.ศ.๒๕๔๓ ท่านหลวงพ่อให้ผมและพระอีกสององค์กล่าวคำปรารถนาพระพุทธภูมิต่อหน้าพระพุทธรูปสมเด็จพระพุทธสิกขีทศพลสมเด็จองค์ปฐมที่หน้ากุฏิท่าน โดยปรารถนาพระพุทธภูมิแบบ " วิริยาธิกะพุทธภูมิ " โดยตกลงกันว่า องค์พี่จะเป็นพระพุทธเจ้าต้นกัป องค์กลางเป็นพระพุทธเจ้ากลางกัป ส่วนผมจะเป็นองค์สุดท้ายคอยเก็บบริวารของพี่ทั้งสองไปพระนิพพานให้หมด พอตอนออกพรรษาท่านหลวงพ่อให้ทำบุญกฐินแล้วปรารถนาพระพุทธภูมิอีกครั้ง โดยท่านอธิบายว่า " ถ้าได้ทำบุญกฐินแล้วปรารถนาพุทธภูมิ จะได้เป็นพระพุทธเจ้าสมปรารถนา " แล้วท่านก็เล่าเรื่องประวัติสมเด็จองค์พระปัจจุบัน สมัยเป็นพระโพธิสัตว์ทำบุญกฐินให้ฟัง

... สมัยที่ผมบวชอยู่ ได้รู้จักมักคุ้นกับท่านที่ปรารถนาพุทธภูมิประมาณ ๘ คน สองคนเป็นอาจารย์ผม อีก ๖ คนเป็นศิษย์ท่านหลวงพ่อพัฒน์เหมือนกัน 

... หลังจากสึกมาเป็นคฤหัสถ์แล้วท่านก็สอนไว้ว่า " ให้พยายามทำบุญกฐินทุกปี ถวายสังฆทานบ่อยๆ ทำบุญวิหารทานและธรรมทานเท่าที่มีโอกาส รักษาศีล๕ และภาวนาพุทโธเอาไว้เสมอ  และพยายามรักษาสัจจะบารมี พูดหรือคิดอะไรแล้วต้องทำให้ได้ "

... ทุกวันนี้ผมมีกระปุกออมสินวางอยู่บนโต๊ะพระ ๔ ใบ ใบแรกทำบุญใส่บาตรวิระทะโยและค่าอาหารพระ ใบที่สองทำบุญทอดกฐินในพระพุทธศาสนา ใบที่สามทำบุญค่าน้ำค่าไฟกับสงฆ์วัดท่าซุง ใบที่สี่บุญสังฆทาน วิหารทาน ธรรมทานและร่วมทำบุญทุกอย่างกับทางสงฆ์วัดท่าซุง  พอสวดมนต์เช้าเสร็จก็หยอดกระปุกละ ๑ บาท แล้วอุทิศส่วนกุศล ตอนก่อนนอนสวดมนต์เสร็จก็หยอดกระปุกละ ๑ บาท แล้วอุทิศส่วนกุศล เมื่อหยอดได้ประมาณ ๓-๔ เดือนก็จะเอาไปหยอดตู้ที่บ้านหลวงพ่อที่ซอยสายลม โดยคำอุทิศส่วนกุศลของผมมีว่าอย่างนี้ครับ

... อิทํ ปุญฺญผลํ ผลบุญใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำมาแล้ว ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน และจักบำเพ็ญต่อๆไปจนกว่าจะถึงวันที่ได้บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ ข้าพเจ้าขออุทิศถวายส่วนบุญส่วนกุศลทั้งหลายเหล่านี้ เป็นพระพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ เป็นปัจเจกพุทธบูชาแด่พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ เป็นธัมมะบูชาแด่พระธรรมอันเป็นเครื่องนำสัตว์ทั้งหลายออกจากทุกข์ และเป็นสังฆะบูชาแด่พระอริยะสงฆ์เจ้าทั้งหลาย ทั้งที่เป็นพระขีณาสพและพระเสขะบุคคลตลอดจนพระโพธิสัตว์เจ้าทุกๆ พระองค์

... ข้าพเจ้าขออนุโมทนาในส่วนแห่งกุศลผลบุญที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรม พระอริยะสงฆ์เจ้าทั้งหลาย พระโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลาย ที่ได้บำเพ็ญมาแล้วด้วยดี สาธุ
   
... อิทํ ปุญฺญผลํ ผลบุญใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำมาแล้ว ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน และจักบำเพ็ญต่อๆไปจนกว่าจะถึงวันที่ได้บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่ปู่ย่าตายาย พ่อแม่ ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ ญาติสนิทมิตรสหาย ท่านผู้มีพระคุณทั้งหลาย ภรรยา ลูกหลานบริวารทั้งหลายของข้าพเจ้า ตั้งแต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ขอท่านทั้งหลายจงได้อนุโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงได้รับประโยชน์และความสุขเช่นเดียวกับข้าพเจ้าจะพึงได้รับ ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้ด้วยเถิด
     
... และข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลทั้งหลายเหล่านี้ ให้แก่ท่านเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายที่เคยได้ล่วงเกินมาแล้วตั้งแต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ขอท่านเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงได้อนุโมทนาส่วนกุศลนี้ และขอจงได้ให้อโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้านับแต่บัดเดี๋ยวนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะเข้าถึงซึ่งพระนิพพานด้วยเถิด
     
... และข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ให้แก่ ท่านเทพเจ้าทั้งหลายที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า และท่านเทพเจ้าทั้งหลายทั่วสากลพิภพและท่านพระยายมราช ขอท่านเทพเจ้าทั้งหลายและท่านพระยายมราช จงได้อนุโมทนาส่วนกุศลนี้ และขอจงได้เป็นสักขีพยาน ในการบำเพ็ญกุศลของข้าพเจ้าในกาลวันนี้ด้วยเถิด
     
... และข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลทั้งหลายเหล่านี้ ให้แก่ท่านทั้งหลายที่ล่วงลับไปแล้ว ที่เป็นญาติก็ดี ไม่ใช่ญาติก็ดี สัมภเวสี ภูตผี ปีศาจ  เปรต อสุรกายและบรรดาท่านทั้งหลายที่รอตัดสินโทษอยู่ ณ สำนักพระยายมราช ขอท่านทั้งหลายจงได้อนุโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงได้รับประโยชน์และความสุขเช่นเดียวกับข้าพเจ้าจะพึงได้รับ ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด ถ้าหากท่านทั้งหลายยังไม่รู้จัก ขอท่านพระยายมราชและเทวดาทั้งหลาย จงบอกสัตว์เหล่านั้นให้อนุโมทนาส่วนกุศลนี้ด้วยเถิด
     
... อิทํ ปุญฺญผลํ ผลบุญใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำมาแล้ว ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน และจักบำเพ็ญต่อๆไปจนกว่าจะถึงวันที่ได้บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ ขอผลบุญทั้งหลายเหล่านี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าได้บรรลุพระอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสเป็นพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระพุทธะมหามุนีธัมมะสามีวิริยาธิกะสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้า ในอนาคต เพื่อจะปลดเปลื้องสัตว์ทั้งหลายจากวัฏฏะสงสาร เข้าสู่แดนเอกันตบรมสุข คือ พระนิพพาน
     
... ตราบใดที่ข้าพเจ้ายังเป็นผู้มีบารมียังอ่อน ยังจักต้องเร่ร่อนไปในชาติภพใดใด ขอให้มีความเคารพเลื่อมใสศรัทธาในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ มีอัธยาศัยพอใจยิ่งในการให้ทาน ในการรักษาศีล ในการเจริญภาวนา มีกรรมฐาน ๔๐ สติปัฏฐาน๔  และวิปัสสนาญาณ๙ ตั้งมั่นอยู่ในจิตทุกชาติ มีทิพจักขุญาณและปัญญาญาณคล้ายๆพระสัพพัญญู มีปฏิภาณไหวพริบสติปัญญาความรู้เฉลียวฉลาดในศาสตร์ทั้ง ๑๘ ประการ มีความสามารถพูดจาโน้มน้าวใจคนที่ทำชั่วให้กลับตัวเป็นคนดีได้ มีกำลังกายเท่ากับพญาช้างสารเจ็ดเชือก ได้เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิบ่อยๆ ได้เป็นผู้นำในการทำนุบำรุงยกยอค้ำชูพระพุทธศาสนาทั้งขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์พระปัจจุบัน  และขององค์สมเด็จพระสรรเพชญสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายที่จักมาตรัสในอนาคตให้ตั้งมั่นยั่งยืนเจริญรุ่งเรืองในทุกๆด้าน มีความสามารถสงเคราะห์คนไทยทั้งปวงให้มีความสุข และขอความขัดข้องต่างๆ ความอดอยากยากจน ความทุกข์ยากลำบากเข็ญใจ คำว่าไม่รู้ คำว่าไม่มี คำว่าไม่สามารถทำได้ คำว่าไม่สำเร็จ คำว่าพ่ายแพ้ และคำว่าความปรารถนาไม่สมหวัง ความท้อแท้เหนื่อยหน่ายคลายความเพียรในการสร้างบารมี ๓๐ ทัศ ความท้อแท้เหนื่อยหน่ายคลายความเพียรในการสร้างพระโพธิญาณและการลาพุทธภูมิ จงอย่าพึงบังเกิดมีแก่ข้าพเจ้าเลย นับตั้งแต่บัดเดี๋ยวนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะเข้าถึงซึ่งพระนิพพานด้วยเถิด


... ผลบุญใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำมาแล้ว  ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน  และจักบำเพ็ญต่อๆไปจนกว่าจะถึงวันที่ได้บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ ขอผลบุญทั้งหลายเหล่านี้  จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าเกิดและมีชีวิตอยู่ทันสมัยที่องค์สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้ากำลังประกาศพระศาสนา ขอให้ข้าพเจ้าได้พบองค์สมเด็จพระเมตไตรยบรมศาสดา และได้นอนทอดกายลงเป็นสะพานให้องค์สมเด็จพระพิชิตมารสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอริยะสงฆ์สาวกทั้งหลายได้เดินข้ามผ่าน ขอให้ได้ทำบุญถวายมหาทานแก่สงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานและได้ฟังพระสัทธรรมอันพรรณาคุณพระนิพพาน แล้วมีศรัทธาอันยิ่งใหญ่ตัดเศียรเกล้าออกบูชาองค์สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรยวิริยาธิกะสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระนิพพานธรรม   พร้อมกับกล่าวคำปรารถนาวิริยาธิกะพุทธภูมิแบบอุกฤษฏ์ ณ ที่เฉพาะพระพักตร์องค์สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า  และให้ได้รับพระพุทธพยากรณ์เป็นพระวิริยาธิกะพุทธภูมินิยตะบรมโพธิสัตว์ ณ ที่เฉพาะพระพักตร์ของสมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรยบรมศาสดาสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยเถิด  สาธุ
     

... ด้วยบุญที่ข้าพเจ้ากระทำมาแล้ว  ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน และจักบำเพ็ญต่อๆไปจนกว่าจะถึงวันที่ได้บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ  ขอผลบุญทั้งหลายเหล่านี้  จงเป็นปัจจัยให้ในกาลสมัยที่ข้าพเจ้าลงมาตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น  บังเกิดมีสิ่งเหล่านี้คือ
     

... ขอให้ข้าพเจ้าอุบัติในสารกัป  ถือกำเนิดในตระกูลแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ  ร่างกายสูงใหญ่ ๘๐ ศอก  มีอายุยืน ๑๐๐,๐๐๐ ปี  เห็นนิมิตเทวทูต คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะแล้ว  ออกมหาภิเนษกรมณ์ตอนมีอายุได้ ๑๐,๐๐๐ ปี   ด้วยยานคือปราสาท  ต้นปาริฉัตรเป็นพระศรีมหาโพธิ์  ใช้เวลาบำเพ็ญเพียรอยู่ ๗ วัน ก็ได้บรรลุพระอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ  ตรัสเป็นพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในโลก  และเป็นพระพุทธเจ้าที่อายุมากเป็นพิเศษ คือ อธิษฐานให้อายุยืนถึงกึ่งกัป  มีเมตตามากเป็นพิเศษ  มีบริษัทบริวารมากเป็นพิเศษ  มีลาภสักการะมากเป็นพิเศษ มีลาภสักการะเกิดไม่ขาดสายเหมือนคลื่นในมหาสมุทรทั้ง ๔  ในกาลที่ได้ตรัสเป็นพระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วนั้น ขอให้มีพระนามว่า สมเด็จพระพุทธะมหามุนีธัมมะสามีวิริยาธิกะสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้มีพระฉัพพรรณรังสีพุทธรัศมีสว่างไสวแผ่ซ่านไปหาที่สุดมิได้ทั้งกลางวันกลางคืน และสว่างอยู่ตลอดอายุพระศาสนา มีฉัตรแก้ว ๙ ประการ  ๙  ชั้น กว้าง ๙  โยชน์ สูง ๙ โยชน์ กางกั้นอยู่เสมอ เวลาย่างเดินขอให้มีดอกบัวผุดรองรับทุกย่างก้าว  ในกาลที่ประกาศพระธรรมจักรนั้น  บรรดาฝูงมนุษย์ เทวดา และพรหมทั้งหลาย ๑๖ อสงไขย ได้ดื่มกินซึ่งน้ำอมฤตรส  คือ พระสัทธรรม  เห็นพระนิพพานอันมิรู้แก่รู้ตาย  มีพระอรหันตขีณาสพปฏิสัมภิทาญาณ  ๑ โกฏิ แวดล้อมอยู่เสมอ   พระศาสนาพระธรรมวินัยตั้งอยู่ ๑๐๐,๐๐๐ ปี หลังจากปรินิพพาน ตลอดศาสนายุกาลข้าพเจ้านั้นไม่มีเดียรถีย์มาเบียดเบียนพระศาสนาให้มัวหมอง  ผู้คนทุกทวีปน้อยใหญ่ในโลกนับถือพระพุทธศาสนาทั้งหมด  ส่วนใหญ่ ๙ ใน ๑๐ ส่วน เป็นพระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณ เข้าถึง พระนิพพานหมด
     

... ในกาลที่ข้าพเจ้าตรัสเป็นพระวิริยาธิกะสัพพัญญูพุทธเจ้านั้น ขอให้มนุษย์ทั้งหลายมีร่างกายสูงใหญ่ได้ ๘๐ ศอก อายุยืนได้ ๑๐๐,๐๐๐ ปี หน้าตารูปกายทรวดทรงงดงาม ผิวกายละเอียดเป็นสีเหลืองคล้ายทองคำ มนุษย์ทุกคนมีศีล ๕ และ กรรมบถ ๑๐ ประจำใจ ทุกคนร่ำรวย มีความสุขกายสุขใจ  ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน  มีต้นกัลปพฤกษ์เกิดทุกหนทุกแห่งในโลก   และต้นกัลปพฤกษ์นี้ตั้งอยู่ตลอดอายุพระศาสนา  ผู้คนทั้งหลายได้อาศัยต้นกัลปพฤกษ์นี้ประพฤติเลี้ยงชีวิตอยู่เป็นสุขตลอดชีวิต  และมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำท่าข้าวปลาอาหาร แก้วแหวนเงินทอง  รัตนะทั้ง ๑๐ ประการ กองอยู่เดียระดาษทั่วโลก ผู้คนทั้งหลายไม่ต้องประกอบอาชีพอะไร มุ่งแต่เจริญสมถะกัมมัฎฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน เพื่อยกตนออกจากวัฏฏะสงสารกันถ้วนหน้า  สมัยนั้นฝนตกทุก ๕ วัน ๗ วัน  อากาศเย็นสบายเหมือนดาวดึงสเทวโลก ผู้คนมีเมตตาจิตต่อกัน  สัญจรไปมาทางน้ำและทางบก  ไม่มีผู้ร้ายโจรขโมย
     

... ในกาลนั้นขอให้มีพระเจ้าจักรพรรดิเป็นศาสนูปถัมภกพระศาสนาของข้าพเจ้า  ผู้คนทั้งหลายไม่มีความประมาท  มีจิตเคารพต่อพระรัตนตรัยแน่นแฟ้นไม่เสื่อมคลาย  มีพระพุทธานุสติ  พระธัมมานุสติ พระสังฆานุสติเป็นอารมณ์  มีจิตน้อมไปในพระนิพพานอยู่เนืองนิจ  มนุษย์ชายหญิงทั้งหลายเมื่อกายแตกแล้วเข้าถึงพระนิพพานกันทุกคน  ผู้ปฏิบัติธรรมเจริญสมถะกัมมัฎฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน  พอจิตเข้าถึงอัปปนาสมาธิแล้วถอนมาพิจารณาวิปัสสนาญาณนิดหน่อยก็สามารถบรรลุพระอรหัตผลเป็นพระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณได้โดยง่ายตลอดพระศาสนายุกาลของข้าพเจ้า           
     

... ตลอดศาสนายุกาลของข้าพเจ้า  สามารถรื้อสัตว์ขนสัตว์ทั้งหลายจากวัฏฏะสงสาร ทั้งฝูงมนุษย์ เทวดาและพรหมทั้งหลาย  ไปพระนิพพานมากมายเท่ากับเม็ดกรวดเม็ดทรายที่มีอยู่ในโลกใบนี้ทั้งหมด ให้อบายภูมิ เทวโลก และพรหมโลกร่อยหรอ บนเมืองแก้วกล่าว คือ พระนิพพาน แน่นขนัดยัดเยียดไปด้วยพระอรหันต์เถิด สาธุ


... ข้าพเจ้าขอตั้งสัตยาธิษฐานอ้างเอาพระบารมี องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ มีองค์สมเด็จพระพุทธสิกขีทศพลสมเด็จองค์ปฐมเป็นประธาน พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์  พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย พระโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลาย คุณครูบาอาจารย์ทั้งหลายสืบๆ กันมา มีหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค  หลวงปู่พระราชพรหมยาน  วัดท่าซุง พ่อแม่ครูบาจารย์หลวงปู่มั่น  ภูริทัตโต วัดป่าหนองผือ ครูบาจารย์เฒ่าหลวงปู่ทองรัตน์ กันตสีโล  วัดป่าบ้านคุ้ม  หลวงปู่กินรี  จันทิโย วัดป่ากัณตะศิลาวาส หลวงปู่ครูบาวัง  ฐิติสาโร ถ้ำชัยมงคลภูลังกา  หลวงปู่ชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง หลวงพ่ออภิญญา อาจาโร วัดป่าวิเวกอาศรม เป็นที่สุด พรหมและเทวดาทั้งหมด ปู่ย่าตายายทั้งหลาย พ่อแม่ทั้งหลาย ท่านผู้มีพระคุณทั้งหลาย ญาติสนิทมิตรสหาย ภรรยา ลูกหลานบริวารทั้งหลายของข้าพเจ้า จงมีจิตเมตตาโปรดช่วยอุ้มชูอนุเคราะห์สงเคราะห์ เกื้อหนุน เกื้อกูล แนะนำ ตักเตือน สั่งสอน และช่วยส่งเสริมในการสร้างบารมีทั้ง ๓๐ ทัศ ของข้าพเจ้าทุกภพทุกชาติ จนกว่าบารมีเต็มเปี่ยมบริบูรณ์สมบูรณ์ ครบถ้วน  ๑๖ อสงไขย กำไรแสนกัป  และจนตราบเท่าได้สำเร็จแก่พระอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณตรัสเป็นพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในโลกด้วยเถิด สาธุ ฯ. 

... ขอขอบพระคุณทีมงานเว็บพุทธภูมิและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ที่ให้โอกาสได้สนทนากับพุทธภูมิท่านอื่น มีอะไรก็แนะนำได้นะครับ ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Ninoman ที่ มกราคม 16, 2014, 02:50:30 PM
สวัสดีคับ ผมชื่อโน่คับ ผมเป็นอีกคนที่ไม่คิดถึงเรื่องพุทธภูมิมาก่อน กระทั่งได้ศึกษาพระธรรม และพระพุทธประวัติ ทำให้เกิดความสงสัย และอยากรู้ขึ้นมาในใจตลอด เริ่มต้นด้วยการอธิษฐานเพื่อสำเร็จพระอรหันต์ก็คงดีมากแล้วสำหรับตัวเอง แต่ยิ่งนานวันจนได้บวชเลยขออธิษฐานถึงพุทธภูมิ ทั้งที่ยังไม่ได้เห็นได้ด้วยจิตนี้แต่อย่างใด แต่สิ่งเดียวที่ตั้งมั่นในใจคือพุทธภูมิ และไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าจะมีผู้ที่ปรารถนาพุทธภูมิ จำนวนมากขนาดนี้ ณ ตอนนี้ ยินดีครับ และคงต้องขอคำแนะนำจากทุกท่านเพื่อบำเพ็ญบารมีต่อไปครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Waytal ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2014, 01:45:52 PM
สวัสดีครับ ขออนุโมทนากับผู้ปราถนาพุทธภูมิทุกท่านด้วยครับ ขอให้สำเร็จสมปราถนาทุกๆ คน ผมพึ่งเป็นสมาชิกใหม่ครับ ไม่ได้ปราถนาพุทธภูมิ แต่ปราถนาเพียงปัจเจกพุทธภูมิครับ ถ้ามีบุญได้สมดังปราถนาในอนาคตข้างหน้า เราคงได้สงเคราะห์บารมีให้พระโพธิสัตว์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งในอนาคต ขออนุโมทนาครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Parintip ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2014, 03:53:12 PM
เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เราได้ปรารถนาพุทธภูมิหรือไม่ และบำเพ็ญบารมีมาแบบไหน ขอบคุณค่ะ

ใจตัวเองตอนนี้รู้แต่ว่าเคารพและศรัทธาหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู หลวงตาม้า มากๆค่ะ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: DHAMMASAMEE ที่ มีนาคม 18, 2014, 02:31:34 PM
... ได้ยินครูบาอาจารย์ของผมท่านบอกไว้ว่า

... ผู้ปรารถนาพุทธภูมิที่สร้างบารมีมาพอสมควรแล้ว บารมีเก่าที่เคยทำมาแต่ครั้งอดีตจะมาดลใจให้ชอบใจในพระโพธิญาณเอง  และการบำเพ็ญบารมีมาแบบไหนนั้น ความชอบใจที่เกิดจากส่วนลึกของจิตจะบอกกับเราเอง ว่าเราสร้างมาอย่างใด วิริยาธิกะ สัทธาธิกะ ปัญญาธิกะ

... ถ้าไม่แน่ในใจก็จุดธูป ขอพระบารมีพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ พระโพธิสัตว์ทุกๆ พระองค์ ช่วยชี้ทางสว่างในการสร้างพระพุทธภูมิแก่ลูกด้วยเถิด
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ปารมี แสงกาญจนวนิช ที่ มีนาคม 28, 2014, 06:34:05 PM
สวัสดีครับ ผมชื่อปารมี ผมปฏิบัติธรรมมาระยะหนึ่งแล้ว วันนี้ผมได้อ่านบทความหนึ่งมีข้อความตอนหนึ่งที่หลวงปู่ดู่กล่าว ปรากฎว่าสิ่งที่ผมทำได้มีแต่หน่อพุทธวงศ์เท่านั้นที่ทำได้ ผมสงสัยครับว่า"หน่อพุทธวงศ์"นั้นเจาะจงลงไปว่าเป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือว่าเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าก็ได้ครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วิริยธิกะปัญโญโพธิญาณแก้ว ที่ เมษายน 22, 2014, 06:38:57 PM
บุญใดที่ทุกท่านทำ อดีต ปัจจุบัน อนาคต ขอโมทนา
เพื่อกาลข้างหน้าสำเร็จโพธิญาณ สาธุ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: another ที่ เมษายน 28, 2014, 07:39:55 PM
พระพุทธเจ้าทั้งปวง ทรงละนิวรณ์5 ตั้งมั่นดีในสติปัฏฐาน4 ตรัสรู้พระอนุตระสัมมาสัมโพธิญานอันประเสริฐ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: another ที่ เมษายน 28, 2014, 09:20:34 PM
นำเอาโพธิปักขิยธรรมเข้าช่วย ควบคู่กับการศึกษาชาดกและพระพุทธพจน์
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: another ที่ เมษายน 28, 2014, 09:27:08 PM
พิจารณามรณะสติไม่ให้เห็นผิดและช่วยเป็นกำลังขับให้เห็นจุดมุ่งหมายอย่างถ่องแท้
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Phattaraphol.nus๛ ที่ พฤษภาคม 05, 2014, 10:39:22 AM
  อนุโมทนาบุญ ทุกท่านด้วยครับ  สาธุ สาธุ สาธุ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: another ที่ พฤษภาคม 06, 2014, 10:14:55 PM
เว็บเพจนี้เป็นศูนย์รวมของผู้ปรารถนาพุทธภูมิใช่ไหมครับ ผมกำลังต้องการกัลยาณมิตรมาร่วมกันปฏิบัติธรรม หากผู้ปรารถนาพุทธภูมิได้มารวมตัวกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาคงจะเป็นการรวมตัวที่น่าทึ่งทีเดียว ขอเชิญชวนครับ wings.aurora@gmail.con
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: another ที่ พฤษภาคม 06, 2014, 10:16:10 PM
wings.aurora@gmail.com (ขออภัยครับ พิมพ์ผิด)
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วิริยธิกะปัญโญโพธิญาณแก้ว ที่ พฤษภาคม 20, 2014, 07:43:48 PM
โมทนากับทุกท่านด้วยครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วิริยธิกะปัญโญโพธิญาณแก้ว ที่ พฤษภาคม 20, 2014, 07:49:59 PM
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะครับ ขึ้นชื่อว่าพุทธภูมิแล้ว
หนทางยังอีกยาวไกล ยังต้องสร้างกันอีกเยอะ (บางท่านอาจใกล้เต็มแล้ว)
ผมเองปรารถนา วิริยะธิกะ ขอฝากกระแสกับทุกท่านครับด้วย สาธุ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tutong ที่ มิถุนายน 08, 2014, 04:04:38 PM
ขอโมทนากับความดีของทุกท่านที่ปรารถนาพุทธภูมิ
ผมเองเมื่อตอนเริ่มรู้สึกพอใจในการปรารถนาพุทธภูมิ(ชีวิตนี้)ต้องการในสายปัญญาธิกะ
แต่พอได้ศึกษาดีๆแล้วได้ตั้งใจอธิฐานใหม่ขอปรารถนาพุทธภูมิในสายวิริยาธิกะครับ
เพราะอยากจะให้มนุษย์ในยุคที่ผมจะได้ตรัสรู้อายุยืนมีโรคเบียดน้อยอย่างเดียวกับยุคพระศรีอาริย-เมตไตรโยและขอให้ยุคที่ผมได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นหมดเดียรถีย์
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ฮ.นกฮูกตาโต ที่ มิถุนายน 12, 2014, 02:19:44 AM
สวัสดีครับ ผมชื่อโต ผมยังเด็กอยู่..ยังไม่เข้าใจอะไรมาก
ปรารถนาพุทธภูมิวิริยธิกะ เคยรับการพยากรณ์แล้ว
รู้ตัวนานแล้ว แต่ปฎิเสทตัวเองเพราะไม่เชื่อ ถามตัวเองมานานว่าเกิดมาทำใม?
ชีวิตลำบากมาตั้งแต่เด็ก อุปสรรคเยอะมากมาย ตอนนี้ใกล้วิกฤิตครั้งใหญ่
ยังสับสนหาทางออกให้ตนเองไม่ได้ ขอผู้รู้ช่วยชี้ทางที..อยากเดินให้ถูกทาง(ผมเชื่อว่าจะต้องผ่านมันไปได้)
การเกิดมาครั้งนี้จักมาสร้างบารมีครั้งใหญ่..
..โลกนั้น มนุษย์อายุเป็นแสนปี..
...ธรรมนั้น สืบกันนับล้านๆปี..
     ขออนุโมทนาบุญกับพุทธภูมิพระโพธิ์สัตว์และพระมหาโพธิ์สัตว์ทุกท่าน
ขอให้ทุกท่านสำเร็จตามประสงค์และศรัทธา..สาธุ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ขง ที่ มิถุนายน 15, 2014, 11:27:53 PM
สาธุๆ ครับ ผมปรารถนาแบบ วิริยาธิกะบารมี พิเศษในด้านผู้เป็นเอกแห่งกษัตราธิราชทั้งหลาย ( พระเจ้าจักรพรรดิ)


มีปัญหาอะไรผมสวดมนต์ขอพร พระท่านทุกวันครับ จนกว่าปัญหาจะหมดไป

ถ้าปัญหาเยอะๆ ก็ไปจุดธูปเทียนบูชาพระ แล้วสวดมนต์ขอพรทุกวันครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Jittanuphap ที่ มิถุนายน 17, 2014, 02:44:37 PM
สวัสดีครับ ขออนุโมทนาบุญบารมีกับท่านทั้งหลายครับ
ผมปราถนาพุทธภูมิสายวิริยาธิกะครับ ทางเดินมันเหนื่อยยากลำบากและไกลแสนไกลบางครั้งก็ท้อแต่ไม่เคยที่จะลาครับเพราะเมื่อมองไปรอบๆกายของเรายังมีพ่อแม่พี่น้องเพื่อนฝูงที่ยังหลงทางอยู่จึงอยากที่จะนำพาพวกเขาทั้งหลายให้พ้นทุกข์ครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tutong ที่ มิถุนายน 20, 2014, 06:04:53 PM
เราทุกท่านปรารถนาพุทธภูมิก็เพราะต้องการให้ตนเองและผู้คนที่เราจะสงค์เคราะห์เขาได้นั้นได้เข้าถึงซึ่งนิพพานนะครับและอีกบางส่วนก็อยากดีและเก่งเหมือนพระพุทธเจ้าท่านใช่ไหมครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tummasawaddee ที่ กันยายน 30, 2014, 10:47:19 PM
ขอร่วมอนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วยนะครับ  -/\-
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: suwicharn ที่ ตุลาคม 01, 2014, 07:20:03 PM
ชื่อ สุวิชาญ ครับ
เรื่องราวที่เชื่อมโยงกันอย่างไม่น่าเชื่อเรื่อง พุทธภูมิ
1. ได้ไปเที่ยวที่วัดท่าซุงเป็นครั้งแรกละได้รับการเรียนเรื่องพระนิพพาน
2. ได้ไปสวดมนต์ข้ามปีที่ วัดเกตุมวดี เป็นสถานที่พระโพธิสัตว์ไปอธิฐานบารมี
แต่ข้าพเจ้ากลับอธิฐานให้ถึงซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบัน
3. ถัดจากนั้นไม่นานก็มีอะไรดลใจให้ไปที่วัดถ้ำเมืองนะ
4. ด้วยความสงสัยจึงอธิฐานกับรูปลักษณ์หลวงปู่ทวด
และทำการเสี่ยงทายโดยการยกช้าง โดยนึกถึงบารมีพระศริอารย์
ผมออกมาคืน ผมเคยปรถนาเป็นพุทธภูมิ

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ผมมานั่งนึกดูผมก็ยัง งง
แต่ทุกวันนี้ผมสวดจักรพรรดิ์ในใจทุกวัน
Mail ; suwicharn.sri@gmail.com
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐนันท์ ที่ ตุลาคม 03, 2014, 03:49:45 PM
เจริญพร   อาตมาพระณัฐนันท์  จกฺกธมฺโม  ปรารถณาพุทธภูมิแบบวิริยะธิกะ    เรื่องจากปีที่แล้ว หลังจากที่กลับมาสนใจสวดมนต์ไหว้พระอีกครั้ง    ก็ตามหาเส้นทางของตนเองว่าจะไปทางไหน    ตอนแรกอยากจะเป็นสาวกภูมิ   โดยต้องการสำเร็จปฏิสัมภิทา 4     แต่พอผ่านมาสักระยะก็เกิดปรารถณาพุทธภูมิเสียดื้อๆ   หลักจากศึกษาประวัติหลวงพ่อปานวัดบางนมโค  หลวงปู่ดู่   และหลวงพ่อฤาษีลิงดำ    ก็ยิ่งรู้สึกว่า  ตัวเองต้องการเป็นพระพุทธเจ้า  และต้องเป็นแบบเดียวกับพระศรีอาริยะเมตไตรด้วย มันรู้สึกอยากรู้สึกชอบยังไงไม่รู้    แล้วก็พาลจำเรื่องได้ว่าหลายสิบปีก่อน   จู่ๆก็พูดขึ้นเองคนเดียวว่า   วันนึงเราจะเป็นพระพุทธเจ้า   ก็เป็นเรื่องที่แปลกดีว่าทำไมจึงพูดอย่างนั้น  (ขณะนั้นอยู่คนเดียว  พ่อแม่ไม่ได้อยู่ในบ้าน)

จึงอธิษฐานเช่นนี้เรื่อยมาจนกระทั่งอาตมาอุปสมบทเป็นภิกษุก่อนเข้าพรรษา 1 เดือนในช่วงที่ผ่านมานี้เองจนถึงปัจจุบัน
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Thanaphot Mahajakkapat ที่ ธันวาคม 17, 2014, 02:59:20 AM
   สวัสดีพี่น้องทุกท่านนะครับ ผมชื่อกอล์ฟนะคับ อายุ 23 ปี ก่อนอื่นก็ขอคารวะทุกคนนะครับ โดยเฉพาะลูกหลานของพ่อองค์ปฐม พ่อฤาษีลิงดำ หลวงปู่ปาน หลวงปู่ดู่ และศิษหลวงตาม้าทุกคนนะครับผมขอกราบคารวะเป็นพิเศษเพราะถือว่าเราเป็นพี่น้องกัน ตั้งแต่เด็กๆผมมักจะตั้งคำถามตัวเองเสมอว่าเราเกิดมาทำไม เกิดมาเพื่ออะไร เคยบวชเณรและสนใจพระธรรม โดยส่วนตัวจะเป็นคนขี้สงสารมาก ยิ่งเวลาเห็นขอทานหรือสัตว์ที่เจ็บป่วย(สงสารจนน้ำตาคลอเลย) พอโตมาก็เริ่มถูกกิเลสย้อมเมาจนเกือบจะเสียผู้เสียคน ห่างหายจากธรรมะไปอย่างสิ้นเชิง

      จนเข้ามหาวิทยาลัยก็ทำบาปกรรมเอาไว้เยอะเลย ศีล 5 ขาดสะบั้นเลย (ส่วนใหญ่คือกาเม และปานาติบาต) และกรรมก็ตามสนองมาเรื่อยๆ ทีนี้อยู่มาวันหนึ่งผมย้ายหอใหม่ก็นึกอยากห้อยพระเครื่อง (ข่าวว่าหอนี้ผีดุมาก 555) เลยกลับบ้านมาหาพ่อและถามหาพระสักองค์ พ่อก็หาโน่นหานี่มาให้เลือก แต่ผมติดใจองค์ที่พ่อห้อยเลยถามว่านี่พระอะไร พ่อเลยบอกว่าเหรียญท้าวเวสสุวรรณของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ตอนนั้นยังไม่รู้จักหลวงพ่อแต่เคยได้ยินชื่อมาบ้าง ประกอบกับอยากบูชาท้าวเวสสุวรรณด้วยเลยขอพระองค์ที่พ่อห้อยซะเลย(อยู่หอคนเดียวอยากมีท่านมาอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งท่านปู่เวสสุวรรณจะช่วยปกป้องผู้ที่ปฏิบัติธรรมจากภูติผีปีศาจน่ะครับ) จนวันหนึ่งมีเหตุการณ์ที่ทุกข์หนักที่สุดในชีวิต (เด๋วค่อยเล่านะครับเพราะมันยาว ลองฟังเพลงความเจ็บยังคงหายใจของออฟ ปองศักดิ์ดูครับ อารมณ์ประมาณนั้น) ไม่รู้จะหันไปพึ่งใครก็มีเพื่อนคอยปลอบใจเป็นกำลังใจ จนเพื่อนก็ได้นำมาเข้าหาธรรมะอีกครั้งหนึ่ง และเพื่อนเป็นศิษย์พ่อฤาษี พอผมได้ลองฟังคำสอนของพ่อเท่านั้นล่ะผมติดใจเลย และตั้งใจศึกษาคำสอนของพ่อฤาษีมาตลอด จนได้เข้าใจเรื่องนิพพานมากยิ่งขึ้นและเริ่มสนใจทำกรรมฐานมาก ต่อมาไม่นานก็เริ่มสวดมนต์มากขึ้น และเกิดความศรัทธาพ่อองค์ปฐมมากตอนได้ฟังคำสอนที่พ่อฤาษีเล่าว่าได้เจอองค์ปฐมครั้งแรกเป็นอย่างไร (พ่อฤาษีเป็นลูกท่านองค์ปฐม) ก็ได้สนใจค้นคว้าหาข้อมูลขององค์ปฐม จนไปทำอีท่าไหนก็ไม่รู้ไปผมก็จำไม่ค่อยจะได้ แต่เอาเป็นว่าได้พบเจอเข้ากับบทสวดมหาจักรพรรดิ์ (น่าจะเป็นเพราะหารูปองค์ปฐมแล้วไปเจอรูปองค์พระปางมหาจักรพรรดิ์ เห็นสวยดีเลยคลิ๊กเข้าไปดู หลังจากนั้นก็ค้นกูเกิ้ลว่า องค์ปฐมบรมมหาจักรพรรดิ์ เลยเจอบทสวด) และรู้สึกชอบบทสวดบทนี้มาก อานิสงมากมายหลายประการ จึงจดจำมาสวด ต่อมาก็นึกอยากหาพระของหลวงปู่ดู่ เพราะเราสวดคาถาท่าน เลยอยากมีท่านมาบูชา แต่เอ๊ะ เราห้อยพระแล้วนี่ เลยนึกออกว่าตอนเด็กพ่อเคยให้แหวนพระมาใส่ จึงคิดว่าตอนนี้เราต้องการแหวนหลวงปู่ดู่ พอกลับมาบ้านถามพ่อว่ามีไหมก็ปรากฏว่ามี และใส่ได้พอดีนิ้วเลยก็เลยได้วัตถุมงคลอีกชิ้นมาบูชา (ซึ่งตอนหลังก็นึกอยากได้พระหลวงปู่ทวดมาก คิดถึงหลวงปู่ทวดทั้งวัน แล้วเย็นวันนั้นก็ได้มาทันทีเลยครับ เป็นพระจากงานตักไข่วันเกิดหลวงตาม้า พอดีร่วมบุญไว้ พอได้มาผมก็ซื้อลูกปัดใสแล้วมาร้อยกับเชือกสีทองเป็นประคำ 108 เม็ดทำเป็นสายห้อยพระหลวงปู่ทวด และใช้นับสวดมนต์ไปในตัว ส่วนเหรียญท้าวเวสสุสรรณก็พกติดตัวตลอด ใส่กระเป๋าไว้ไม่ได้ห้อย ต่อมาก็มีลูกแก้วจักรพรรดิ์ กับองค์พยาครุฑทองมาพกติดตัว)

      ซึ่งต่อมาผมก็สวดคาถามหาจักรพรรดิ์มาตลอดประกอบกับศึกษาธรรมะของหลวงพ่อฤาษีเป็นประจำ และหมั่นนั่งสมาธิสวดมนต์เป็นนิจ จนอยู่ดีๆดันนึกอธิษฐานหน้าพระพุทธรูปว่าอยากตรัสรู้ธรรมทั้งหมดที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ว่า "ธรรมใดที่องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าตรัสรู้ ขอให้ข้าพเจ้าตรัสรู้ธรรมนั้นด้วยเถิด" ไปๆมาๆได้ยินคนพูดว่าอยากเป็นพระพุทธเจ้า แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก(คิดว่าเรื่องของเขา) ผมก็หมั่นทำบุญปล่อยปลา ทำทาน สวดมนต์นั่งสมาธิมาตลอด จนได้มาลองฟังคำสอนของหลวงตาม้า (ถาม-ตอบ) ก็ติดใจ ชอบฟังมาจนทุกวันนี้ อยู่มาวันหนึ่งในใจก็ดันคิดว่าเราจะเป็นพระพุทธเจ้า เราจะช่วยเหลือสัตว์โลกให้พ้น ทุกข์ (ผมมองไปทางไหนในโลกก็เจอแต่ความทุกข์) ทีนี้ก็เริ่มศึกษาเกี่ยวกับพุทธภูมิ ไปไปมามาก็อธิษฐานเลยว่า ขอให้ได้ตรัสรู้ ขอให้ได้เป็นพระพุทธเจ้า ก็เริ่มตั้งใจศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธภูมิมากขึ้นและศึกษาคำสอนของหลวงตาม้ามากขึ้น (สลับกับฟังคำสอนของท่านพ่อฤาษี) แต่อย่างที่รู้กันว่าพ่อฤาษีท่านลาพุทธภูมิ (ผมก็อธิษฐานว่า พ่อครับ พ่อลาแต่ผมไม่ลานะครับ ผมขอไปต่อนะ)     
 
       แรกๆก็คิดว่าเราไม่ต้องการไปนิพพาน เราต้องการบำเพ็ญบารมีและช่วยเหลือสัตว์โลก แต่อนิจจัง ด้วยความที่ร่างกายผมเจ็บป่วยอยู่เป็นนิจและผมรู้สึกเหนื่อยหน่ายและเบื่อกับร่างกายนี้มาก เพราะมันมีแต่ทุกข์ มันเจ็บมันปวดไปหมด (ตอนนี้ที่เป็นมากคืออาการปวดข้อทั้งร่างกาย) ประกอบกับชีวิตรักที่น้ำเน่าเหมือนละคร เล่าสั้นๆคือ "แฟนอายุเยอะกว่า แฟนเป็นคนมีเงินแต่ผมจน ก่อนมาเจอเธอผมต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยมาตลอดครับ (เคยทำทั้งงานกลางวันและงานกลางคืน) แฟนท้อง ดีใจเรากำลังมีลูก แต่พอถึงวันคลอดกับมีผู้ชายอีกสองคนมาปรากฏตัวว่าเป็นพ่อของเด็ก เรื่องราวสุดดราม่าก็เกิดขึ้น และแล้วเรื่องราวก็ผ่านพ้นไป กว่าจะจบได้ก็นานพอดู สุดท้ายแฟนตัดชายอื่นได้ (ผมต้องอยู่เหมือนตายมานานเลยนี่ก็เวรกรรมผมทำบาปกับผู้หญิงไว้เยอะ) และผมเป็นพ่อเด็ก แต่ก็อนิจจังอีก ครอบครัวแฟนไม่ยอมรับผม ไม่ต้องการผม ซึ่งทุกวันนี้ผมยังไม่เคยเจอลูกตัวเองเลย ได้แต่เห็นในรูปที่แฟนส่งมา แฟนก็มาหาบ้างแต่ไม่ได้พาลูกมาด้วยเนื่องจากเหตุผลบางประการ (ผมเรียนยุ มข แฟนเป็นหมอเปิดคลินิกยุที่ขอนแก่น แต่พอท้องแก่ก็ต้องกลับไปอยู่บ้านที่ กทม ไม่ค่อยได้ลงมาขอนแก่น) ซึ่งทุกวันนี้แฟนก็กลับมาทำงาน แต่ไม่ได้เอาลูกมาด้วย อาศัยไปกลับ ขอนแก่น-กทมทุกวันศุกร์ กลับไปหาลูก แล้วกลับมาทำงานวันจันทร์ พวกผมก็อยู่ด้วยกัน 2 คน แต่ด้วยความที่ผมเด็กกว่ามากจึงโดนด่าเป็นประจำ แหะ แหะ" รวมความคือชีวิตผมตอนนี้ไม่มีความสุขจริงๆ มันเห็นแต่ทุกข์ แต่ก็มีธรรมะนี่ล่ะเป็นที่พึ่ง และด้วยร่างกายที่เจ็บป่วยนี่ด้วย (คือกายก็ทุกข์มากถึงขั้นเดินไม่ได้ ลุกจากที่นอนไม่ไหว ใจก็ทุกข์) ผมจึงเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาอย่างชัดเจน เห็นอริยสัจมากพอสมควร (เป็นทุกข์ผมเลยหาทางพ้นทุกข์ จึงศึกษาอริยสัจ 4) จนผมเข้าใจตามคำสั่งสอนของพ่อฤาษีอย่างชัดเจนว่าไอ้ขันต์ 5 นี่มันเลว ขึ้นชื่อว่าร่างกาย ขึ้นชื่อว่าการเกิดมันไม่มีอะไรดีเลย ต่อให้เป็นเทวดาก็ไม่แคล้วต้องมาเกิดใหม่ บางองค์ลงจากสวรรค์ไปนรกเลยก็มี ทุกวันนี้จึงเข้าใจเลยว่า นิพพาน คือบรมสุขอย่างแท้จริง "ผมต้องการไปนิพพานอย่างยิ่ง"

      บางทีผมก็เกิดเบื่อ อยากลาพุทธภูมิ อยากไปนิพพาน ไม่อยากเวียนว่ายตายเกิดแล้ว แต่ใจก็คิดว่าเราคงจะเสียใจ เสียดายเป็นที่สุดถ้าเราไปโดยไม่ฉุดช่วยเหลือเหล่าสัตว์โลกทั้งหลาย เพราะยังมีอีกหลายคน หลายตน หลายตัว ที่ยังหลงอยู่ ยังไม่พบพระธรรม ผมจึงตัดสินใจเด็ดขาดเลยว่า "ต่อให้เราต้องทุกข์ ต้องเหนื่อยอีกสักแค่ไหนก็ตาม ก็จะอดทนเพื่อเหล่าพี่น้องสัตว์โลกทั้งหลาย เพื่อจะพาทุกคนไปด้วยกัน ความสุขของพี่น้องผู้ร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็คือความสุขของผม"

     กล่าวสรุปสำหรับเส้นทางสายพุทธภูมิของผมก็คือ มีคำสอนท่านพ่อฤาษี หลวงพ่อปาน และพ่อองค์ปฐมเป็นแนวทางเพื่อความหลุดพ้น ซึ่งพ่อองค์ปฐมท่านจะย้ำสอนเสมอว่าให้หมั่นระลึกใน อานาปานุสติ จิตตานุสติ และพรหมวิหาร 4 ซึ่งผมได้นำคำสอนนี้ล่ะมาเรียบเรียงเป็นคาถา 1 บท
" พุทโธ องค์ปฐม สัมมาสัมพุทธัสสะ พุทโธ ธัมโม สังโฆ อานา จิตตัง สติเม เมกะมุอุ พระอรหัง พุทโธ นะโมพุทธายะ (เมกะมุอุ คือพรหมวิหาร 4) "
ซึ่งคาถานี้ทำการอธิษฐานจิตต่อหน้าองค์พระพุทธรูปแล้ว ต่อมาก็คือมีหลวงปู่ดู่และหลวงตาม้าเป็นครูด้านโพธิสัตว์และการบำเพ็ญบารมี ซึ่งผมก็ได้เรียบเรียงคาถาอัญเชิญเทวดาในแบบฉบับของตน เพื่อใช้สวดเอง โดยใช้คำสอนของหลวงปู่ที่ว่า พลังงานไม่เคยหายไปจากโลก และรูปเป็นสื่อของนาม คือรูปเป็นช่องทางการสื่อพลังของภพภูมิต่างๆทั้ง มนุษย์ วิญญาน เทวดา พรหม พระอรหัน พระโพธิสัตว์ พระปัจเจกพระพุทธเจ้าและพระพุทธเจ้า (คือแค่เรานึกถึงชื่อพวกท่าน ท่านก็มองเห็นเราแล้ว เพราะชื่อของท่านเป็นสื่อของท่าน) จึกเรียบเรียงคาถาดังนี้
"สะมันตา จักกะวาเฬสุ อัตราคัจฉันตุ เทวะตา
 อะหัง วันทามิ เทวา จาตุมหาราชิกา มหาราชา ท้าวเวสสุวรรณโณ ท้าววิรุฬหโก ท้าววิรูปักโข ท้าวธตรโฐ พุทโธ นะโมพุทธยะ
 อะหัง วันทามิ เทวา จาตุมหาราชิกา ครุฑายักขะคันธัพพะนาคา
 อะหัง วันทามิ เทวา ดาวดึงสเทวโลก องค์อินทร์และเทพยดาทั้งหลาย
 อะหัง วันทามิ เทวา ยามา พระสยามเทวาธิราชและเทพยดาทั้งหลาย
 อะหัง วันทามิ เทวา ดุสิตตา ท้าวสันดุสิตและเทพยดาทั้งหลาย
 อะหัง วันทามิ เทวา นิมมานรดี ท้าวสุนิมมิตเทวาธิราชและเทพยดาทั้งหลาย
 อะหัง วันทามิ เทวา ปรนิมมิตสวัสดี ท้าวปรนิมมิตเทวราช ท้าวปรนิมมิตสวัสดีมาราธิราชและเทพยดาทั้งหลาย
 อะหัง วันทามิ เทวา พรหมา
 อะหัง วันทามิ พระอรหังสัมมา ปะรินิพพุตัมปิ
 อะหัง วันทามิ ทูระโต อะหัง วันทามิ ธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะโส พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ"
 คาถานี้ก็ทำพิธีอธิษฐานจิตแล้วเช่นกัน และเป็นคาถาบูชาเทวดา ที่ผมใช้เองเพื่อสื่อถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบเอ่ยนาม เอ่ยตำแหน่งท่านเลยโดยเฉพาะ ส่วนเรื่องการอธิษฐานจิตนี้ ลูกศิษย์สายหลวงปู่ดู่จะเข้าใจ หลักการเดียวกันกับการปลุกเสกพระของหลวงปู่ และการอธิษฐานจิตสร้างลูกแก้วจักรพรรดิ์ของท่าน ซึ่งลูกศิษย์ก็สามารถทำเองได้แต่ต้องอาราธนาบารมีหลวงปู่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดทั้งมวลอันมีบารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและภูติพระพุทธเจ้าเป็นที่สุด ซึ่งหลวงปู่ท่านจะเมตตารวมบารมีให้เรา (พุทธมนต์แต่ละบทสิ่งที่สำคัญที่สุดคือกำลังใจของผู้สวด สำหรับผมถือว่าใช้ได้ดีเพราะผมศรัทธาในคาถา และศรัทธาในหลวงปู่ดู่มาก)

      แม้อาจเคยอยากลาพุทธภูมิแต่ก็ไม่คิดจะลา กลับยิ่งทำให้กำลังใจมากขึ้นด้วยซ้ำ ทุกวันนี้อธิษฐานออกเสียงต่อหน้าพระพุทธรูปตลอด ต่อหน้าผู้คนก็ออกเสียงตลอด ใครอาจมองว่าแปลกก็ช่าง ผมตั้งสัจจะอธิษฐานแน่วแน่ และให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายมาร่วมเป็นพยานเสมอ(อธิษฐานหลังสวดคาถามหาจักรพรรดิ์) ส่วนแนวทางก็จะเป็นวิริยะธิกะ เพราะอยากจะเอาสัตว์โลกไปนิพพานด้วยให้มากที่สุด (และอยากเอาอย่างพ่อ 555 พ่อองค์ปฐม กับพ่อฤาษี รวมถึงหลวงปู่ดู่ด้วย) ทุกวันนี้ก็ภวานาไม่ขาด รักษาศีล 5 เป็นเบื้องต้นโดยระมัดระวังอย่างมาก และช่วงที่แฟนไม่อยู่ด้วยจะถือศีล 8 ทำบุญทำทานก็หมั่นทำสม่ำเสมอ ไหวว้พระบูชาข้าวพระทุกวัน คั้งใจไปกวาดพุทธสถานคือลานพระพุทธชินราชทุกวันมีแค่วันที่ติดธุระจริงๆถึงไม่ได้ไป(ถ้ามีเวลามากก็จะถูพื้นด้วย) แล้วก็โมทนาบุญกับคนบุญเป็นประจำ และวิชาโปรดของผมคือวิชาจักรพรรดิ์เปิดโลกของหลวงปู่ดู่ครับ แผ่เมตตาปรับภพภูมิ

     ท้ายที่สุดจะพูดถึงเรื่องการวางกำลังใจของผมนะครับ ทุกวันผมจะไหว้บูชาพระด้วยชีวิต และตั้งสัจจะว่าจะทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อพระศาสนา ต่อเทวดาและภพภูมิทั้งหลาย และต่อสัตว์และมนุษย์ทั้งหลาย ตั้งใจจะใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อพระศาสนา เพื่อเป็นสื่อให้เทวดาและภพภูมิทั้งหลายได้โมทนาบุญ โดยเน้นการสร้างบุญด้วยการภวนาแล้วแผ่เมตตาเป็นหลัก (แต่ก็ตั้งใจบำเพ็ญบารมี 10 ทัศให้ครบถ้วนเสมอ) คือเน้นปฏิบัติให้มากๆเข้าไว้ ตามคำสอนของหลวงปู่ดู่คือ "เวลาเหลือไม่มากแล้ว ให้เร่งปฏิบัติ" และ "ไม่ปฏิบัติแค่นาทีเดียวก็ถือว่าขาดทุนกับการที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์" รวมกับคำสอนของพ่อฤาษีคือ "ผู้ใดมีกรรมฐานอยู่ในทุกขณะชีวิต ผู้นั้นเป็นศิษเอกชั้น 1 ของข้า (อาจไม่ตรงตามที่ท่านว่าแต่ผมเข้าใจอย่างนี้) " และที่สำคัญผมไม่ยินดีในการเกิดในอบาย เกิดเป็นมนุษย์ เทวดา หรือพรหมอีกแล้ว ผมต้องการไปนิพพานจุดเดียว (ถึงแม้จะยังต้องเกิดอีกก็เถอะ แต่ก็เกิดเพื่อสร้างบารมี)

     สรุปนะครับ การวางกำลังใจที่สำคัญของผมคือ ศึกษาให้มาก(คัดเฉพาะเรื่องที่คิดว่าจำเป็นสำหรับเราทั้งทางโลกและทางธรรม) ปฏิบัติธรรมให้มาก บำเพ็ญบุญบารมีให้มาก อธิษฐานทุกวันเพื่อโพธิญาน เพื่อความเป็นพระพุทธเจ้าจุดเดียว อธิษฐานออกเสียงให้ดัง ให้ฟังชัด ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นพยาน มอบชีวิตนี้แก่พระศาสนา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โพธิญานและพระนิพพาน (ย้ำว่าต้องวางกำลังใจด้วยชีวิตเลยนะครับ ผมค่อยๆทำมาจนมันซึมเข้าไปในจิตใต้สำนึกแล้ว) และสองสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญสำหรับผมนะครับ คือ

1.พระคาถามหาจักรพรรดิ์และศาสตร์ของหลวงปู่ดู่ (เป็นศาสตร์เร่งบุญบารมี ช่วยเหลือภพภูมิ ผูกมิตรและสร้างบริวารไปในคราวเดียวกัน) เราจะสัมผัสได้เลยครับว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวตอนสวด และยิ่งตอนสัพเพ แล้วบอกให้ภพภูมิโมทนาบุญนี่ยิ่งสัมผัสได้เลยครับแล้วพวกเขารับรู้และโมทนาบุญจากเรา

2.มุ่งไปนิพพานจุดเดียว ไม่ยินดีในการเวียนว่ายตายเกิด ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วนอกจากนิพพาน (ถึงแม้จะยังต้องเกิดอยู่เพื่อบำเพ็ญเพียรแต่ผมก็วางกำลังใจอย่างนี้) คือตั้งใจปฏิบัติให้มันถึงนิพพานในชาตินี้เลย เข้าใกล้นิพพานให้ได้มากที่สุด คือเราจะเป็นพระพุทธเจ้านะ เราต้องจริงจังกับนิพพานเป็นที่สุด เพื่อที่เราจะได้ไปสั่งสอนผู้อื่นต่อไป โดยที่ผมวางกำลังใจแบบนี้ได้เพราะคำสอนของท่านพ่อฤาษีลิงดำ และบวกกับความทุกข์ทั้งหลายที่ได้รับ จนทำให้จิตมันเห็นธรรม มันเห็นอริยสัจของมันเองครับ เป็นปัจจัตตัง (ต้องขอบคุณความทุกข์จริงๆ)

ปล.ผมเชื่อว่ามีพี่น้องหลายคนที่มีกำลังใจเช่นเดียวกันกับผมและอาจมากกว่าผม ณ ที่นี้ผมมาเพื่อเล่าประสบการณ์ และแนะนำตัวเองให้รู้จักครับ หากพิมพ์อะไรผิดพลาดตกหล่นก็ขออภัยนะครับ สุดท้ายนี้ขอโมทนาบุญกับทุกท่าน ทุกรูป ทุกนาม ทุกประการ และประโยชน์สุขใดผมจักได้รับจากการบำเพ็ญบุญทั้งหลายจากอดีตชาติจนปัจจุบันชาติ ของท่านทั้งหลายจงโมทนา และได้รับประโยชน์สุขเช่นเดียวกับผมทุกประการ สาธุครับ
หัวข้อ: สวัสดีครับRe: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วชิรวงศ์ ที่ ธันวาคม 23, 2014, 07:33:12 PM
ผมเป็นเด็กอายุ16ปีเมื่อก่อนปรารถนาหลายอย่างเช่นสาวกภูมิปัจเจกภูมิแต่มันก็รู้สึกว่ามันไม่ตรงกับเรามันไม่ใช่ปัจจุบันนี้ก็ปรารถนาพุทธภูมิประเภทศรัทธาธิกะ
ปล.ผมชื่อเอ็มนะครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: watwaarram ที่ มกราคม 18, 2015, 02:57:09 PM
              เราได้เห็นสัตว์ทั้งหลาย ได้ตายไปต่อหน้าบ้าง ได้เห็นซากบ้าง หรือได้ฟังข่าวมาบ้าง เราอยากช่วยสัตว์เหล่านั้นให้พ้นจากทุกข์ เราได้ตั้งจิตแผ่เมตตาไปยังสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น แล้วเราก็ตั้งจิตปรารถนาว่าจะช่วยขนสัตว์เหล่านั้นข้ามพ้นจากความตายให้ได้ เราไม่หวั่นไหว ไม่ย่อท้อ ยังคงยึดมั่นในหนทางแห่งพระโพธิญาณนั้นอยู่ เราปรารถนาช่วยเหลือสัตว์ทั้งหลายที่กำลังทุกข์อยู่ ที่กำลังทนทรมานอยู่ในทุก ๆ ที่ ใน ภพภูมิทั้งหลาย ด้วยมุ่งหวังว่าขอให้สัตว์ทั้งหลายจงพ้นจากทุกข์ทั้งมวล พบพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ พาตนพ้นทุกข์ไป แล้วถ้าไปไม่ถึงฝั่งนั้นแล้วเราจักอาสาพาท่านข้ามไป ด้วยแขน ขา เลือด เนื้อ หัวใจ ปิยทาน ที่เราพึงสละออกบริจาค เมื่อถึงพุทธภูมิแห่งเรา เราขอฝากคำมั่นถึงท่านพุทธภูมิทั่งหลาย หากท่านทั้งหลายได้สำเร็จพระโพธิญาณก่อนเรา ฝากท่านจงเป็นที่พึ่งให้เหล่าสัตว์ทั้งหลายด้วยเทอญ เมื่อถึงเวลาแห่งเรา เราก็จะพาสัตว์ข้ามฝั่งแห่งพระนิพพานไปให้ได้เช่นกัน
                 วชิรมาณพ (ศรัทธาธิกะบารมี)
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: JO-The Searcher ที่ กุมภาพันธ์ 09, 2015, 06:07:15 PM
ผมรู้ตัวว่า ปรารถนาพระโพธิญาณ ตั้งแต่เรียนมหา'ลัย เข้าหาครูบาอาจารย์สายปฎิบัติสายหลวงปู่มั่น และสายหลวงปู่ดู่(คือหลวงตาม้า)
ก็ได้คำตอบคำแนะนำจากท่านทั้งหลาย ในสิ่งที่เราปรารถนาว่า ไม่ใช่ความเพ้อฝัน จินตนาการไปเองและก็ยังรู้ตัวดีว่ากิเลสหนา ปัญญายังน้อย ยังต้องสะสมทำเหตุเพื่อผลที่ตนปรารถนาไปอีกยาวนานตามคำอธิษฐานของตนในอดีตจนถึงปัจจุบันชาติ
●หลวงปู่จันทา ถาวโร เคยไปกราบท่านเมื่อหลายปีก่อน ทั้งที่วัดท่านและที่อื่น ท่านบอกผมเคยปรารถนาสร้างบารมีมา แต่คาพระโพธิญาณ ในสมัยพุทธกาลก็เคยบวชเป็นพระ และคาความปรารถนาอยู่
●หลวงปู่เพียร วิริโย เคยกราบท่านเพียงครั้งเดียว ไม่รู้จักท่านมาก่อน เห็นท่านที่สวนแสงธรรม เมื่อหลายปีก่อน มีโอกาสดี ได้ถวายทาน

ทานเล็กๆน้อยๆในสิ่งที่มีติดตัวในขณะนั้น อธิษฐานเป็นภาษาบาลีในใจ ไม่ได้ออกปากมาดังๆเพื่อสิ่งสูงสุดที่ปรารถนา แค่ในใจ แต่

ท่านกลับรู้วาระจิตครับ ท่านบอกมาสั้นๆว่า"พระโพธิสัตว์"

●หลวงปู่สังข์ สังกิจโก ศรัทธาท่านมานานและได้ทำบุญถวายทานแด่มือท่านทั้งทานเฉพาะองค์ท่านและสังฆทาน

ท่านรู้ถึงความปรารถนาของผมและท่านเคยเมตตาบอกไว้ว่า ยังต้องรอคิวอีกนานหลายองค์ :)

● หลวงตาม้า ท่านเมตตาตอบคำถามที่สงสัยและท่านพูดถึงเรื่องพลังงานที่สื่อตอบรับถึงกันให้ท่านรับรู้ ระหว่างท่านกับผม

● และครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆ เช่น หลวงปู่บัวทอง ที่อุดร Etc.ทว่าตนเองยังไม่รู้ไม่เห็นอะไรอีกมากครับ มีนิมิตเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจจะเห็น ก็คิดว่าเป็นศิริมงคลดี บางอย่างไม่เคยรู้มาก่อน แต่เห็น พอมาเช็คดู มันก็จริง อัศจรรย์ใจดี แต่ก็ไม่ได้ทะนงตัวว่าสิ่งนี้จะทำให้เรามีปัญญาตัดกิเลสได้ ทุกวันนี้ก็ยังแสวงหาอยู่ ยังไม่ใช่เศรษฐีทั้งทางโลกทางธรรม ยังต้องขวนขวายอะไรอีกหลายอย่าง ทั้งโลกและธรรมควบคู่กันไปอีกหลายภพชาติครับ
 อนุโมทนาสาธุการกับความปรารถนาและการสร้างเหตุที่ดีงาม ในทุกๆบุญกุศลของท่านครับ

สาธุๆๆอนุโมทนามิ :)

สาธุๆๆสรรพทานังเม ปริสุทธัง สัมมาสัมโพธิญาณะปัจจะโยโหตุ เมอนาคเตกาเล

อิทังเม ปุญญะพลัง พุทโธโหมิ เมอนาคเตกาเล

 อิมังสัจจะวาจังอธิษฐามิ
 ทุติยัมปิ อิมังสัจจะวาจังอธิษฐามิ
 ตะติยัมปิ อิมังสัจจะวาจังอธิษฐามิ
พุทธังอธิษฐามิ
ธัมมังอธิษฐามิ
สังฆังอธิษฐามิ
 พุทโธสุโข ธัมโมสุโข สังโฆสุโข
 พุทโธสุคะโต ธัมโมสุคะโต สังโฆสุคะโต
 พุทธังประสิทธิเม ธัมมังประสิทธิเม สังฆังประสิทธิเม
พุทธังประสิทธิเต ธัมมังประสิทธิเต สังฆังประสิทธิเต


หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ciradhivat ที่ กุมภาพันธ์ 10, 2015, 11:43:02 PM
1.นับแต่นี้เป็นต้น ขอผลบุญช่วยอุดหนุน
ได้ใกล้ชิดทำบุญ กับพระพุทธคุณผู้เลิศเลอ
2.ปัจเจกฤาษี สอนธรรมชี้นำเสนอ
บัณฑิตนายธรรมเธอ ขอเราเห่อเฝ้าฟังธรรม
3.ขอให้ได้ทำทาน ด้วยอาหารที่เลิศล้ำ
เงินทองบำรุงธรรม ด้วยใจป้ำและศรัทธา
4.ขอเหล่าพาลอย่าใกล้ ขอจิตใจอย่าใฝ่หา
ขอแตกฉานในวิชชา ปฏิสัมภิทาญาณฤทธี
5.ขอเราจงมั่งคั่ง อย่างพระอนุรุทธ์ที่
อยากได้สิ่งใดมี ตลอดปีจนนิพพาน
6.ขอเราจงสำเร็จ ได้ถือเพศอย่างศรีอาริย์
สำเร็จโพธิญาณ ได้เป็นสัมมาสัมพุทธเจ้า
7.ขออธิษฐานตั้งจิต ได้พิษฐานต่อหน้าพระพุทธเจ้า
ได้รับการพยากรณ์ว่าตัวเรา คือพระโพธิเจ้าผู้เที่ยงแท้
8.ปฏิสัมภิทาญาณทั้งสี่ อภิญญาฤทธีทั้งห้า
สมาบัติทั้งแปดนี้ จงสำเร็จทุกภพชาติเฮย
จงอาศัยจิตข้าจนกว่านิพพานเทอญ

สุทินนัง วะตะ เม ทานัง อาสวะขยะวะหัง โพธิญาณัง โหตุ สาธุ
เราเคยอธิษฐานคำเหล่านี้ต่อ หน้า พระอรหันต์สาวก
ในศาสนาพระสมณโคตมะสัมมาสัมพุทธเจ้านี้
ปรารถนาพุทธภูมิสาย ปัญญาธิกะ ไม่เน้นสาวกมากมาย
ขอแค่เป็นให้เร็วที่สุด ชอบไม้สะเดาเป็นไม้ตรัสรู้
ชอบอายุ หนึ่งร้อยถึงห้าพันปีเป็นประมาณ
ชอบเกิดในวรรณะผู้ปกครองกษัตริย์หรือพราหมณ์

ตอนนี้กำลังฝึกสมาธิ ขั้นรูปฌาณเพื่อ ข่มราคะ,โทสะ,โมหะไม่ให้ครอบงำจิตใจ
หากสำเร็จก็จะลองเข้านิพพาน ลาเลยฮะฮะ
ถ้าไม่ได้นิพพานในชาตินี้ คงได้เป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าสมใจอยากแน่
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: DHAMMASAMEE ที่ มีนาคม 24, 2015, 10:50:51 PM
... สาธุ สาธุ สาธุ ขออนุโมทนากับทุกท่านที่มีจิตปรารถนาพุทธภูมิ ปรารถนาจะเปลื้องสัตว์จากวัฏฏสงสาร เข้าสู่แดนเอกันตบรมสุข คือพระนิพพานทุกท่านทุกคนครับ

... การเดินทางครั้งนี้ลำบาก และต้องใช้ระยะเวลายาวนาน นับเป็นแสนๆ ชาติ กว่าจะสำเร็จได้ ขอให้ทุกท่านสมความมุ่งมาดปรารถนาทุกท่านครับ   
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: watwaarram ที่ มีนาคม 25, 2015, 01:46:32 PM
             เมื่อชีวิตมีความตายเป็นที่สุด ความทุกข์ ความเจ็บป่วย เข้ารุมเร้าทำให้ต้องทนกับชีวิตในสงสาร
             เรา.... ได้เห็น ได้ยิน ได้ัฟัง ว่าคนโน้นตายบ้าง คนนี้ตายบ้าง ได้เห็นสัตว์ตายบ้าง ความสงสารก็เกิดขึ้นเต็มหัวใจ
             เรา..ระลึกได้ว่า เราจักช่วยพวกเขา จะช่วยให้ได้ ในขณะนั้น เราก็แผ่เมตตาจิตไปยังสัตว์ทั้งหลาย ให้สัตว์เหล่านั้นพ้นจากความทุกข์ พร้อมกันตัวสัจจะอฐิษฐานมั่นในใจไว้ว่า สักวันไม่ว่าสัตว์เหล่าใด เราจักช่วยเหลือสัตว์ทั้งหลายที่กำลังทุกข์อยู่ ให้พ้นจากทุกข์ด้วยพระสัพพัญญุตญาณให้จงได้ 
        นับแต่นี้ เราจักไม่ไหวหวั่น ไม่ท้อถอย ในการที่จะสร้างหนทางแห่งการตรัสรู้ธรรม อันนำสัตว์ออกจากสงสาร อันหาที่สุดประมาณไม่ได้นั้น ให้จงได้ในสักวันหนึ่ง
       ขอความอนุเคราะห์จากท่านทั้งหลาย หากท่านได้ตรัสรู้ธรรมก่อน ขอท่านโปรดเป็นที่พึ่งแห่งเราด้วยเถิด แม้เราได้ตรัสรู้ก่อนเราก็จะเป็นที่พึ่งของท่านเช่นกัน
     (วชิระมาณพ ศรัทธาธิกะบารมี)
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tutong ที่ มีนาคม 29, 2015, 12:16:37 AM
ตัวผมโพสมา2กระทู้แล้วในหัวข้อนี้แต่ลืมแนะนำชื่อ เรียกผม"ตุ๊โต้ง"นะครับเป็นชื่อที่แม่เรียกผมหรือจะเรียก"โต้ง"เฉยๆก็ดีไปอีกแบบ  ;D 55 ในการตัดสินใจตอนนี้ผมขอบำเพ็ญในสายวิริยาธิกะ ต้องการพิเศษคือสมัยที่ผมได้สำเร็จโพธิญาณนั้นขอให้โลกหมดเดียรถีย์ และให้มนุษย์ในสมัยนั้นอายุขัย๘๐,๐๐๐ปี ไม่มีโรคร้ายเบียดเบียน                          ไม่มีการผิดคู่ครองและการนอกใจกันของสามีภรรยา ไม่มีการข่มขืน  ไม่มีการทำผิดศีลข้อกาเมฯ ไม่มีบัณเฑาะว์ กระเทย ดี้ทอมและพวกลักเพศทั้งหลาย หญิงก็เป็นหญิงแท้และชายก็เป็นชายชาตรี       ไม่มีสัตว์นรกมาเกิด ทุกคนมีศีลธรรมไม่มีคนอ้วนคนผอม ทุกคนมีรูปร่างสวยงามแบบเดียวกับมนุษย์ยุคพระศรีอาริยเมตไตรโย :D 
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วิริยธิกะปัญโญโพธิญาณแก้ว ที่ เมษายน 06, 2015, 06:49:58 PM

ผมชื่อโอ๋ ครับ และโมทนาบุญกับทุกท่าน โพธิสัตว์ทุกพระองค์ ที่ทำมาแล้วตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน และที่ตั้งความเพียร
ผมขอโมทนาครับ
บุญใดที่ทำ ขอเป็นปัจจัยเพื่อโพธิญาณเทอญสาธุ

หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: napat pinkky ที่ เมษายน 08, 2015, 10:53:23 PM
สวัสดีค่ะ ชื่อพิ้งค์นะคะ อายุ 17 ปี     พอดีเป็นคนชอบหาความรู้เกี่ยวกับธรรมมะอ่านค่ะ รู้สึกว่าสนุกดี อ่านไปอ่านมา มาเจอเรื่องพุทธภูมิค่ะ และก็ได้ศึกษาไปเรื่อยๆจนถึงสาวกภูมิ ได้ข้อสรุปที่ไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกหรือเปล่าค่ะ รบกวนช่วยให้ความรู้กับหนูด้วยนะคะ คือประมาณว่า จิตของเราเกิดขึ้น แล้วพอกาลเวลาผ่านไปเรื่อยๆเราก็จะเริ่มรู้จักวัฏสงสาร ตัวหนูเองเข้าใจว่าทางหลุดพ้นจากวัฏสงสารนี้เกิดขึ้นได้สามทาง คือต้องเป็นพุทธภูมิ ปัจเจกภูมิ หรือไม่ก็สาวกภูมิอย่างใดอย่างหนึ่ง ถึงจะสามารถหลุดพ้นได้ หนูเข้าใจถูกหรือเปล่าคะ และถ้าหนูเข้าใจถูกหนูยังไม่รู้เป้าหมายตัวเองเลยว่าจะเป็นแบบไหน หนูไปหาความรู้ของปัจเจกภูมิมา เค้าบอกว่าปัจเจกภูมิจะมีลักษณะอยากเอาชนะ อยากเป็นผู้นำคน และก็ก่อกรรมทำเข็ญมากมาย  จะทำเรื่องต่างๆแข่งกับพุทธภูมิ ต้องชดใช้กรรมอย่างแสนสาหัส และก็ไม่มีเมตตาหรือปราถนาที่จะสอนธรรมใครจนเมื่อเบื่อหน่ายที่จะต้องรับผลของกรรม ก็จะหาทาง
พ้นทุกข์  ตัวหนูเองเป็นคนมีลักษณะอยากเอาชนะ อย่างเป็นผู้นำคนอื่นๆ อยากอยู่ในตำแหน่งสูงสุด เช่นเป็น นร. ก็
อยากจะเป็นประธานนักเรียน แล้วเวลาหนูสวดมนต์
ก็สงสัยว่าทำไมทุกคนต้องสรรเสริญพระพุทธเจ้าขนาดนี้ (แต่ไม่ได้อิจฉาหรือมีจิตคิดไม่ดีต่อท่านนะคะ แค่สงสัยว่า
ทำไมต้องสรรเสริญท่านขนาดนั้น แม้จะรู้อยู่แล้วว่า "ก็ท่านเป็นผู้ชี้ทางหลุดพ้น") หนูกลัวว่าหนูจะเป็นปัจเจกภูมิค่ะ
 แม้จุดจบจะดี แต่ระหว่างทางต้องได้รับความทุกข์อย่างมาก หนูไม่อยากเป็นอย่างนั้นเลยค่ะ แต่หนูก็ไม่ใช่คนที่ไม่มีเมตตานะคะ หนูฟุ้งซ่านเกินไปหรือเปล่าคะ จะตำหนิก็ได้ค่ะ แต่เพราะความไม่ทราบจริงๆค่ะ อีกคำถามนึงนะคะแล้ว
แล้วสาวกภูมินี่ถ้าไม่ได้เกิดในสมัยพุทธกาล แต่ว่าบรรลุมรรคผลนิพพานเป็นพระอรหันต์ในสมัยถัดมา ยังเรียกว่า
สาวกภูมิไหมคะ คำถามสุดท้ายและท้ายสุดจริงๆนะคะหนูสามารถบรรลุธรรมได้ โดยไม่ต้องไปเกิดเป็นทั้งสามภูมินี้ได้ไม๊คะ ขอบพระคุณสำหรับทุกๆคำตอบ คำติเตียน และคำแนะนำนะคะ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Design.zine2014 ที่ เมษายน 30, 2015, 11:26:06 AM
มีพุทธภูมิท่านไหนที่อยากลาบ้างไหมคะ ตอนนี้เราสับสนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเราสามารถมองเห็นอดีตของตัวเองไป4-5ชาติ ทำให้เรากลัวเรื่องกรรมเป็นอย่างมาก ไม่อยากเกิดดับอีกแล้ว แต่เพราะเราเคยอธิฐานภูมิมาหลายชาติ เวลาจะลามันพูดไม่ออก อีกใจนึงก้อกลัวว่ามันยาวนานเหลือเกิน เคยสงสัยว่าเราจะเป็นพระโพธิสัตว์แบบไหน แต่อยู่ก้อมีเสียงคนตอบมาว่าเป็น ปัญญาพุทธกะ แบบเราอยู่คนเดียวในห้องก้อไม่รู้ว่าจริงหรือป่าว ถ้าจริงแปลว่าเราต้องสร้างบารมี 16อสงไขย กว่าจะเป็นนิยะโพธิสัตว์ หลังจากนั้นต่ออีก4อสงไขยกว่าจะเป็นพระพุทธเจ้า ชั่งยาวนานเหลือเกิน อีกอย่างอาจารย์ของเราท่านก้อลาแล้ว ขนาดบารมีท่านสูงกว่าเรามากมายนัก ตอนนี้สับสนมากคะ ขอคำแนะนำและชี้แนะหน่อยคะ ขอบคุณคะ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วิริยธิกะปัญโญโพธิญาณแก้ว ที่ พฤษภาคม 05, 2015, 04:04:00 PM
ถ้ายังไม่ทราบว่า เป็นพุทธภูมิ สาวกภูมิ ปัจเจกภูมิ ปฏิบัติไปก่อน เมื่อถึงเวลาเราจะรู้เอง ถ้าพุทธภูมิบารมีอ่อนทำอะไรก็สำเร็จอยาก
ผมเองบารมีก็อ่อน ต้องลองทำซ้ำแล้ว ซ้ำอีก กว่าจะผ่านยากอยู่ แต่ตั้งใจไปเรื่อย สร้างบารมี สวดมนต์ ไหว้พระ เดี๋ยวมันก็เต็มเอง บารมี แปลว่า กำลังใจ
ขอทุกท่านเจริญในธรรม
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Arthamaat ที่ พฤษภาคม 08, 2015, 09:39:48 PM
โมทนากับทุกท่านด้วยครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Sukhon Pholngam ที่ มิถุนายน 03, 2015, 03:18:01 AM
สวัสดีค่ะดิฉันชื่อ สุคนธ์  ผลงาม
     อายุ 54 ปี จำความได้ก็เหมือนจะถือศีลกินเจความรู้สึกกินไม่เหมือนพี่น้องเขาเป็นคนกินยากบางครั้งก็โดนพ่อแม่ตีเอาเพราะความกินยาก ไม่กินปลาไหล ปลาที่เหมือนงู สัตว์ที่แปลกๆเพราะพ่อแม่กินหมดเพราะความยากจน เนื้อ วัว ควาย ก็ไม่กิน พ่อแม่เป็ดเลี้ยงเป็ดก็ไปเก็บไข่มาต้มกิน ต่อมาโตเป็นสาว ก็ตั้งสัจจะว่า
1.ไม่อยากได้สามีหลายคน
2.ไม่อยากให้ลูกกำพร้า (มี 2 คน)
3.ไม่อยากเป็นแม่น้อยใคร
     เจอมาหมด ทุกข์ใจมากๆตอนที่เป็นเมียน้อยเขา(ตอนนี้เริ่มถือศีลกินเจแล้วเข้าพรรษาก็วัดทุกวันพระสวดบทชินปัญชร และสวดบทพระแม่กวนอิม 84 ภาค พระแม่กวนอิมพันมือพันตา)ก็เลยหักดิบเข้าบวชชีพราพณ์ (มูลนิธิอัมรีรักษ์ ดอยสะเก็ด 1) ตั้งสัจจะ บวช 12 วัน (พระคุณแม่)สวดขมากรรม 109 จบทุกวันขอให้ชีวิตดีขึ้นจากการผิดศีลข้อกาเมและตั้งสัจจะกิน มังสาวิรัตตลอดชีวิต ชีวิตเริ่มดีขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือ
เริ่มทำบุญมากขึ้นสร้างหนังสวดมนต์แจกสมทบปัจจัยสร้างพระธาตุวัดที่ อ.แม่ริม สมทบปัจจัยสร้างสถานปฏิบัติธรรม ที่วัดเวียงแหงฯลฯประมาณปี2550 ได้ตั้งสัจจะเดินสายทำบุญจริงๆ(รถไฟฟรี) บริจาคสร้างห้องน้ำให้พระใช้ สร้างประตูวิหาร สร้างกุฏิให้เจ้าอาวาทวัดสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพราะเป็นสถานที่เกิด สร้างบริวารพระแม่กวนอิม ที่วัด จ.พิษณุโลก(ตอนนั้นบวชชีพรามณ์กินเจ)ได้ตั้งสัจจะอธิษฐานขอขมา กษัตรทุกๆพระองค์ (ในยุคพระนเรศวรด้วย)ที่สู้รบกับพม่า และก็ได้ฝันเห็นแสงเข้าหน้าผาก มัน ปิดติมากๆบอกไม่ถูกตกเช้าพระอาจารย์ก็ได้ให้เม็ดมุกเท่าแสงที่เข้าหน้าผาก และได้เอ่ยว่า แสงใครเอ่ย ทำให้เราสดุ้งตกใจ พระอาจารย์รู้ได้ไงว่าเราฝัน เม็ดมุกที่เราได้มาถ้าเอาไปใส่ในแก้วน้ำเอาไปตั้งที่มีแสงพระอาทิตย์ก็จะเห็นเป็นรูปแป๊ะยิ้มก็คือพระศรีนั้นเองเราเอาไปทำ ล๊อกเก็ตห้อยคอจนถึงทุกวันนี้ ทำบุญต่อไป จ.สุพรรณ บริจาคสมทบสร้างเมนที่เผาคนตาย คิดว่าทุกคนก็ต้องตายเราก็ต้องตายเพื่อในอนาคตเราก็เผาเหมือนกัน และดีใจมากที่ได้ไปสร้างพระให้พ่อ แม่ สามี ลูก 2คน กับวัดหลวงพ่อสดวัดปากน้ำกับคุณยายรัตนะอุกาสิกาจันท์ (ได้ฝันเห็นแสงนิธิเม็ดมุกมาต่อไขสันหลังเราในฝันแสงที่ต่อไขสันหลังมันบอกไม่ถูกมันเกิด ปิติมากๆเลย นี่คือ ปิดติที่ 2 ของเรา ต่อจากนั้นมาได้ไปบริจาคร่างกายถ้าเราตายก็ได้เป็นประโยชน์ ที่ ร.ร.ประชานุเคราะห์ จ.เชียงใหม่ ต่อมาชีวิตเราก็ดีขึ้นตามลำดับขึ้นมาเรื่อยๆไม่ทิ้งการสวดมนต์ภาวนาและได้แต่งงานกับสามีต่างประเทศอยู่กันจนทุกวันนี้ ชีวิตต่างแดนก็ลุ่มๆดอนๆเพราะภาษาและวัฒนธรรมต่างกัน ก็มีท้อบ้างเป็นธรรมดาแต่ก็ไม่ถอยศึกษาธรรมเรื่อยมาความหมายแปลว่าอะไร เพราะไม่มีครู ครูดีๆท่านก็มรณภาพไปหมดเกิดไม่ทัน ก็ยังมานั่งคิดนอนคิดว่าจะทำยังไงจะไปทางไหนเดินไม่ถูก อยู่มาวันหนึ่งได้ไปออกกำลังกายเช่นเคยและได้ตั้งสัจจะอธิษฐาน ตั้ง นะโม 3 จบ ว่าข้าพเจ้าขอเอาพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์มาเป็นครูบาอาจารย์ เชื่อไม๊ อยู่ดีๆก็มีลมเข้ามาที่ใบหน้าและเสียงใบไม้ที่ต้นไม้ดังกริ่งๆทั้งๆที่ก่อนหน้าไม่มีเค้าว่าจะมีลมเลยมันทำให้เรามีปิติมากๆเลย นี่คือ ปิติที่ 3 และมันทำให้เรามีกำลังใจสู้ต่อไป  เสาะหาดูประวัติครูบาอาจารย์ อยู่มาวันหนึ่งก็มาเจอหลวงตาม้าบนอินเตอร์เน็ต ชื่อก็แปลกสอนก็ไม่เหมือนใครมันน่าสนใจมากการสอนธรรมมะก็ไม่เหมือนใครมันง่ายๆ สบายๆธรรมชาติก็ติดตามดูเรื่อยมาท่านก็เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ทวดซึ่งเราก็สวดท่านมาอยู่แล้วเราเริ่มสวดบทไตรสรณคมน์ก่อนตามแนวทางของหลวงปู่
ทวด หลวงปู่ ดู่ หลวงตาม้า เดือนพ.ค. 2557 เพราะมันง่ายดี ก็ฝันแต่เรื่่อง ร้ายเกี่ยวกับเรามาตลอดก็ตั้งสัจจะว่าเรื่องร้ายๆก็ขอให้ออกมาให้หมดๆเพราะหลวงตาม้าท่านบอกว่าเราใช้กรรมในฝัน ต่อมาก็ฝันแต่ไปแผ่บุญให้คนตาย ดีใจมากๆฝันได้ไปทำบุญกับหลวงตาม้าในวันคล้ายวันเกิดของท่านและ ปิติสุดๆฝันได้ไปกราบหลวงปู่ ดู่และสถานที่ท่านปฏิบัติธรรมของท่าน ท่านยังให้หินงอกมาในฝัน ท่านยังบอกอีกว่า หินนี้สามารถงอกได้ด้วย ปิติที่สุดๆ (ปิติ ที่ 4) ข้าพเจ้าก็ได้ตั้งสัจจะอธิษฐานและได้ปฏิบัติมา
1.บวชในเป็นจักรพรรดิ(เหมือนหลวงตาม้าท่านสอน ท่านเป็นอะไรเราก็เป็นอันนั้น)
2.กราบพระก่อนนอนและตื่นนอน สวดบทจักรพรรดิ 21 จบ สวดบทไตรสรณคมน์ 21 จบ สัพเพ 21 จบ ภาวนา แผ่เมตตา โมทนาบุญ ตามแนวทางของหลวงปู่ทวด หลวงปู่ ดู่ หลวงตาม้า ตามแนวทางพระพุทธศาสนาด้วยอาการ ยืน เดิน นั่ง นอน และที่นึกได้ตลอดทั้งวันจนกว่าข้าพเจ้าจะเข้าสู่นิพพาน
3.ขอเป็นหน่อพุทธภูมิ เป็นโพธิญาณ
4.ขอเป็นผู้ที่มีประโยชน์ต่อ โอปาติกะ มนุษย์และสัตว์ ผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวพันกันต่อผู้ที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันจากอดีตปัจจุบันอนาคตในการเวียนว่ายตายเกิดจนกว่าจะสำเร็จเข้าสู่พระนิพพาน สาธุ สาธุ สาธุ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: วัชราพรหมมุนี ที่ สิงหาคม 01, 2015, 04:35:30 AM
 สวัสดีครับ
 ผมชื่อ เดชสิทธิ์ ศรินทุ ครับ เรียกเอ้ ก็ได้ครับ กันเองดี ฝากใจไว้กับพี่ๆเพื่อนๆด้วยครับ
ผมปรารถนาพระศรัทธาธิกะ ครับ คำว่าพุทธเจ้า นั้นระลึกพูดออกมาจากปาก ให้ครูและเพื่อนในห้องเรียนชั้นป.1 ฟังและอึ้งทีหน้าชั้นเรียนมาแล้ว แม้ไม่รู้อะไรมากมายนัก แต่พูดออกมาประสาเด็กเองตอนนั้น  ก่อนเข้าโรงเรียน ป้ากับคุณตา ต้องมาปลุกออกจากนั่งละเมอทำสมาธิตอนตีสี่ บ่อยๆ
นั่งหลังตรงแหน่วเอง ขาซ้ายทับขวา นิ้วโแ้งจรดกัน แบบมาตรฐาน โดยที่ไม่มีใครเคยสอนให้ แต่คงละเมอ เพราะปลุกแล้วกลับมานอนต่อยังไม่รู้ตัว  เอาแค่นี้แหละครับ สวัสดีครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tummasawaddee ที่ พฤศจิกายน 12, 2015, 06:37:05 PM
สวัสดีครับทุกท่าน ก่อนอื่นขอ อโมทนาบุญกับทุกๆท่านในความปราถนาซึ้งพระนิพพาน จะเป็น พุทธภูมิ สาวกภูมิ ปัจเจกภูมิ ครับขอให้สำเร็จทุกท่านตามตั้งใจน่ะครับผม สาธุ
ผมชื่อ เก่ง ปราถนา พุทธภูมิแบบวิริยะธิกะครับ ตอนนี้ก็อาศัยลองผิดลองถูกสอบถามครูบาอาจารย์หาอ่านธรรมมะของครูบาอาจารย์ สวดคาถามหาจักรพรรดิ์
และตั้งความปราถนาในทุกๆวันครับผม

พุทธธังอธิฐานมิ ธัมมังอธิฐานมิ สังฆังอธิฐานมิ
ขอทุกบุญกุศลทุกการกระทำทุกความดีน้อมนำส่งให้ข้าพเจ้าสำเร็จโพธิญาณเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าวิริยะธิกะในอนาคตกาล เถอญ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: พัชระ สอง ที่ มีนาคม 01, 2016, 08:06:37 AM
สวัสดีครับ ผมเองก็เป็นอีกคนที่ปราถนาพุทธภูมิ (ผมขื่อพัชระ) เหมือนกันครับ เมื่อตอนเด็กผมก็แปลกใจอยู่ว่าทำไม ตนเองถึงชอบเรื่องราวพระพุทธเจ้า ชอบฟัง มีความสนใจอยู่ลึกๆครับ ตอนนั้นเด็กยังไม่รู้ พอผมได้บวชทดแทนคุณพ่อแม่แล้ว ผมจึงรู้ว่าลึกๆในใจตนนั้น อยากที่จะเป็นพระพุทธเจ้า ซึ่งเกิดจากเราเองชอบตั้งแต่เด็กและศรัทธา ในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผมเชื่อว่าเราคงเคยปราถนาไว้ตั้งแต่อดีตชาติมาแล้วมั้งครับ ผมนั้นเกิดการปราถนาพุทธภูมิเพราะเหตุที่ศรัทธาอย่างมาก
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐนันท์ ที่ พฤษภาคม 28, 2016, 05:33:17 PM
สวัสดีค่ะ ชื่อพิ้งค์นะคะ อายุ 17 ปี     พอดีเป็นคนชอบหาความรู้เกี่ยวกับธรรมมะอ่านค่ะ รู้สึกว่าสนุกดี อ่านไปอ่านมา มาเจอเรื่องพุทธภูมิค่ะ และก็ได้ศึกษาไปเรื่อยๆจนถึงสาวกภูมิ ได้ข้อสรุปที่ไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกหรือเปล่าค่ะ รบกวนช่วยให้ความรู้กับหนูด้วยนะคะ คือประมาณว่า จิตของเราเกิดขึ้น แล้วพอกาลเวลาผ่านไปเรื่อยๆเราก็จะเริ่มรู้จักวัฏสงสาร ตัวหนูเองเข้าใจว่าทางหลุดพ้นจากวัฏสงสารนี้เกิดขึ้นได้สามทาง คือต้องเป็นพุทธภูมิ ปัจเจกภูมิ หรือไม่ก็สาวกภูมิอย่างใดอย่างหนึ่ง ถึงจะสามารถหลุดพ้นได้ หนูเข้าใจถูกหรือเปล่าคะ และถ้าหนูเข้าใจถูกหนูยังไม่รู้เป้าหมายตัวเองเลยว่าจะเป็นแบบไหน หนูไปหาความรู้ของปัจเจกภูมิมา เค้าบอกว่าปัจเจกภูมิจะมีลักษณะอยากเอาชนะ อยากเป็นผู้นำคน และก็ก่อกรรมทำเข็ญมากมาย  จะทำเรื่องต่างๆแข่งกับพุทธภูมิ ต้องชดใช้กรรมอย่างแสนสาหัส และก็ไม่มีเมตตาหรือปราถนาที่จะสอนธรรมใครจนเมื่อเบื่อหน่ายที่จะต้องรับผลของกรรม ก็จะหาทาง
พ้นทุกข์  ตัวหนูเองเป็นคนมีลักษณะอยากเอาชนะ อย่างเป็นผู้นำคนอื่นๆ อยากอยู่ในตำแหน่งสูงสุด เช่นเป็น นร. ก็
อยากจะเป็นประธานนักเรียน แล้วเวลาหนูสวดมนต์
ก็สงสัยว่าทำไมทุกคนต้องสรรเสริญพระพุทธเจ้าขนาดนี้ (แต่ไม่ได้อิจฉาหรือมีจิตคิดไม่ดีต่อท่านนะคะ แค่สงสัยว่า
ทำไมต้องสรรเสริญท่านขนาดนั้น แม้จะรู้อยู่แล้วว่า "ก็ท่านเป็นผู้ชี้ทางหลุดพ้น") หนูกลัวว่าหนูจะเป็นปัจเจกภูมิค่ะ
 แม้จุดจบจะดี แต่ระหว่างทางต้องได้รับความทุกข์อย่างมาก หนูไม่อยากเป็นอย่างนั้นเลยค่ะ แต่หนูก็ไม่ใช่คนที่ไม่มีเมตตานะคะ หนูฟุ้งซ่านเกินไปหรือเปล่าคะ จะตำหนิก็ได้ค่ะ แต่เพราะความไม่ทราบจริงๆค่ะ อีกคำถามนึงนะคะแล้ว
แล้วสาวกภูมินี่ถ้าไม่ได้เกิดในสมัยพุทธกาล แต่ว่าบรรลุมรรคผลนิพพานเป็นพระอรหันต์ในสมัยถัดมา ยังเรียกว่า
สาวกภูมิไหมคะ คำถามสุดท้ายและท้ายสุดจริงๆนะคะหนูสามารถบรรลุธรรมได้ โดยไม่ต้องไปเกิดเป็นทั้งสามภูมินี้ได้ไม๊คะ ขอบพระคุณสำหรับทุกๆคำตอบ คำติเตียน และคำแนะนำนะคะ

ไม่พุทธภูมิ ปัจเจกภูมิ ก็สาวกภูมิครับ ทางรอดทางใดทางหนึ่ง

ส่วนเรื่องคิดว่าตัวเองจะเป็นปัจเจกภูมิหรือไม่นี่ เสียเวลาคิดครับปฏิบัติดีกว่าครับ  เอาตามสายหลวงตาม้าเลยครับแนะนำเลยครับง่ายสบายๆปลอดภัยไม่หนักนักเรื่อยๆได้

คนที่บรรลุอรหันต์สมัยหลังพุทธกาลก็ยังเป็นสาวกภูมิอยู่ครับ สาวกภูมิ คือ ผู้ที่ทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจนตัวเองบรรลุอรหันตผลครับ ไม่เกี่ยวกับยุคสมัย

ส่วนคำถามสุดท้าย  แบบนี้เคยมีคนถามหลวงปู่ดู่แบบนี้ว่า

คำสอนหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
เกี่ยวกับเรื่องปฏิบัติธรรมแล้ว
จะได้สำเร็จมรรคผลนิพพานหรือไม่
 
เคยมีพระภิกษุท่านหนึ่งได้มากราบนมัสการ
และเรียนถามหลวงปู่ว่า
“หลวงปู่ครับ กระผมจะได้สำเร็จหรือไม่
หลวงปู่ช่วยพยากรณ์ทีครับ”

หลวงปู่นิ่งสักครู่หนึ่งก่อนตอบว่า
“พยากรณ์ไม่ได้”

พระภิกษุรูปนั้นได้เรียนถามต่อว่า
“เพราะเหตุไรหรือครับ”

หลวงปู่จึงตอบว่า
“ถ้าผมบอกว่าท่านจะได้สำเร็จ
แล้วท่านเกิดประมาทไม่ปฏิบัติต่อ
มันจะสำเร็จได้อย่างไร

และถ้าผมบอกว่าท่านจะไม่สำเร็จ
ท่านก็คงจะขี้เกียจและละทิ้งการปฏิบัติไป ..
..... นิมนต์ท่านทำต่อเถอะครับ ”

จากหนังสือ ตามรอยธรรมย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ....

สรุปคือ ทำไปเหอะครับ  อย่าถามใครเลย  ถ้าวันนึงพร้อมเมื่อไหร่ก็ถึงเองแหละครับไม่ว่าใคร หลักการเดียวกัน
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Rama Bodhisattva ที่ พฤศจิกายน 04, 2016, 07:05:41 AM
สาธุ ครับ ผมขออนุโมทนากับทุกท่าน ที่ปรารถนาพระโพธิญาณคือความรู้อันยิ่งใหญ่ เพื่อขนหมู่สัตว์เหล่านี้ออกจากสังสารวัฏนี้
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Arthamaat ที่ ธันวาคม 10, 2016, 08:38:54 PM
สู้ครับ ๆ ครับทุกท่าน ิ อย่าพึ่งท้อถอยน่ะครับ
หัวข้อ: Re: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ
เริ่มหัวข้อโดย: LOMTALAY ที่ เมษายน 12, 2017, 11:42:56 AM
ขอโมทนา สาธุ กับทุกๆท่านด้วยครับ.
สวัสดีครับ  ยินดีที่ได้รู้จักทุกๆท่าน ครับ.