เว็บพุทธภูมิ



ผู้เขียน หัวข้อ: ปฏิปทาพระโพธิสัตว์  (อ่าน 1496 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

tutong

  • บุคคลทั่วไป
ปฏิปทาพระโพธิสัตว์
« เมื่อ: กันยายน 27, 2012, 06:27:58 PM »
                                      ;Dปฏิปทาพระโพธิสัตว์
สำหรับผู้ที่บำเพ็ญตนเป็นพระโพธิสัตว์ปรารถนาพุทธภูมิต้องสร้างกำลังใจให้ถูกต้อง มิฉะนั้นการก้าวเข้าสู่ฐานะพุทธภูมิจะไม่มีผล การปรารถนาพุทธภูมิเป็นของดีแต่จะต้องทำความรู้สึกอยู่เสมอว่าเราปฏิบัตินี้เพื่อประโยชน์แก่ชาวโลกเราต้องการรื้อสัตว์ขนสัตว์ที่มีความทุกข์ให้มีความสุข ฉะนั้นขณะใดที่กำลังใจปรารถนาพุทธภูมิจิตจะต้องคิดอยู่เสมอว่าทุกข์ของตนไม่มีความหมาย แต่ว่าทุกข์ของชาวประชาทั้งหลายเป็นภาระของเรา เขาทำกำลังใจกันแบบนี้หมายความว่าเราจะทุกข์แค่ไหนมันเป็นเรื่องของเราไม่มีความสำคัญ จิตใจของเรานั้นคิดว่าเราจะพ้นทุกข์ได้ก็เพราะว่าเราช่วยเหลือให้ความสุขแก่บรรดาประชาชนที่มีความทุกข์ถ้าเราเปลื้องทุกข์ของเขาได้เราก็เป็นคนหมดทุกข์ เราสร้างให้เขาเป็นคนมีความสุขได้เราก็เป็นคนมีความสุขจิตของพระโพธิสัตว์มีอารมณ์อย่างนี้ แต่ทว่าให้เป็นไปตามบารมีเพราะว่าบารมีของพระโพธิสัตว์นั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นการเริ่มต้นแห่งการปรารถนาพุทธภูมิกำลังใจที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาปรานีก็จะมีบริษัทมาก จะมีพวกมาก มีบริวารมาก การมีพวกมาก มีลูกน้องมาก มีบริวารมาก
เป็นการฝึกกำลังใจของนักปฏิบัติเพื่อพุทธภูมิ เพื่อจะได้ซ้อมกำลังใจของเราว่าเรามีความหนักแน่นเพียงใด ถ้าจิตใจของเรามีความท้อถอยนั่นหมายความว่ากำลังใจการจะก้าวเข้าไปหาพุทธภูมิมีกำลังอ่อนมาก
นักปรารถนาพุทธภูมิจะต้องมีทั้งขันติและก็โสรัจจะ
ขันติ...มีความอดทนต่อความยากลำบากทุกประการเพื่อความสุขของปวงชน
โสรัจจะ...ถึงแม้จะกระทบกระทั่งที่ทำให้ใจตนไม่สบายเพียงใดก็ตามก็ทำหน้าแช่มชื่นไว้เสมอ
นี่เป็นก้าวแรกสำหรับพุทธภูมิท่านผู้ปรารถนาพระโพธิญาณแต่ทว่า
กำลังใจอีกส่วนหนึ่งจะละเว้นไม่ได้นั่นคือ พระนิพพาน จงอย่าคิดว่าถ้าจิตเราเกาะพระนิพพานแล้วใช่ว่าความเป็นพุทธภูมิจะหายไปถ้ามีอารมณ์อย่างนี้ต้องถือว่าเป็นผู้มีกำลังใจต่ำก้าวไม่ถึงก้าวสำคัญของพุทธภูมิ พุทธภูมิจะต้องมีความรู้สึกอยู่เสมอว่าเราเป็นผู้ต้องการพระนิพพานอารมณ์ใดที่องค์สมเด็จพระพิชิตมารทรงแนะนำในด้านวิปัสสนาญาณต้องเกาะให้ติดและมีกำลังจิตใช้ปัญญาพิจารณาไว้เสมอเพื่อความสุขของจิตเพื่อปัญญาเลิศนอกจากนั้นแล้วก็มีจิตตั้งไว้เสมอว่าถ้าหากจิตของเราบริสุทธิ์ผุดผ่องเมื่อไรเมื่อนั้นบารมีของเรานี้ไซร้จะเข้าเต็มเปี่ยมในขั้นพุทธวิสัยชื่อว่าการปรารถนาพระโพธิญาณของเรานี้เข้าถึงแน่ แต่ว่าการที่เราจะเข้าพระนิพพานคนเดียวเราไม่เข้า
มองใจเข้าไว้ว่าบุคคลใดที่มีความทุกข์ในโลกที่ยังมีฉลาดไม่พอบุคคลนั้นเราเองจะเป็นผู้อุ้มเขาไปสู่แดนเอกัณตบรมสุขคือพระนิพพาน
อันนี้เป็นกำลังใจของท่านที่ปรารถนาพระโพธิญาณ
-:พระมหาวีระ ถาวโร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 27, 2012, 06:33:41 PM โดย tutong »