เว็บพุทธภูมิ: พุทธภูมิ พระโพธิสัตว์ การบำเพ็ญบารมี



ผู้เขียน หัวข้อ: พระมหากัจจายนะ โดย พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง  (อ่าน 1327 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ศรีโคมคำ

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 35
  • ญาติธรรม
    • ดูรายละเอียด


พระมหากัจจายนะ

โดย พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

แหม...ฉันเห็นเขาปั้นรูปพระมหากัจจายนะ ฉันรู้สึกสลดใจ ความจริง พระสังขจาย หรือ พระมหากัจจายนะ ท่านเป็นพระที่มีบุญญาธิการมาก เคยปรารถนาพุทธภูมิมาในกาลก่อน และก็มีบารมีจวนจะเต็มอยู่แล้ว อาศัยที่มาพบองค์สมเด็จพระประทีปแก้ว ท่านก็มานึกในใจว่า ท่านจะรอเป็นพระพุทธเจ้าก็ต้องบำเพ็ญบารมีต่อไปอีก แต่ละชาติสภาวะมันเป็นทุกข์ เพราะเราต้องเกิดในกองทุกข์ คือขันธ์ ๕ ขณะใดที่เราอาศัยร่างกายอยู่ขณะนั้นเราก็เป็นทุกข์ จะเกิดอยู่ในโลกก็เป็นสังคมของความทุกข์ มันหาความสุขจริงๆ ไม่ได้ ดังนั้น ท่านจึงตัดสินใจขอลาพุทธภูมิกลับมาเป็นสาวกภูมิ การบำเพ็ญบารมีเป็นพุทธภูมิปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าใกล้ความจริง บารมีท่านเกินความเป็นอรหันต์ แต่ว่าการบำเพ็ญบารมีเป็นพระอรหันต์และสาวกปกติต้องบำเพ็ญบารมี ๑ อสงไขย กับแสนกัป ถ้าปรารถนาเป็นอัครสาวกหรือว่าปัจเจกพุทธเจ้า ๒ อย่าง บำเพ็ญบารมีจริง ๒ อสงไขยกับแสนกัป ถ้าต้องการบำเพ็ญบารมีเป็นพระพุทธเจ้าขั้นปัญญาธิกะ ก็ต้องใช้เวลาบำเพ็ญบารมี ๔ อสงไขยกับแสนกัป ถ้าเป็นศรัทธาธิกะก็ต้องใช้เวลาบำเพ็ญบารมี ๘ อสงไขยกับแสนกัป ถ้าเป็นวิริยาธิกะก็ต้องใช้เวลาบำเพ็ญบารมี ๑๖ อสงไขยกับแสนกัป สำหรับพระมหากัจจายนะนี่ไม่ทราบ พระพุทธเจ้าไม่ได้บอกว่าท่านปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าประเภทไหน คำว่าใกล้เป็นพระพุทธเจ้า อย่างน้อยบำเพ็ญบารมีเกินกว่า ๓ อสงไขยกับแสนกัปเลยกำลังของพระสาวกถือว่าสูงมาก ฉะนั้น ในชาติหลังที่ท่านจะเป็นพระพุทธเจ้า ในชาตินั้นมีลักษณะพิเศษ คือ มีอาการครบถ้วน ๓๒ และมีลักษณะพิเศษอีก ๘๐ สมบูรณ์ทุกแบบ



พระพุทธเจ้าท่านสวยจริงๆ เมื่อเกิดมาแล้วจะมีอาการ ๓๒ ไม่บกพร่องสมบูรณ์แบบทุกอย่าง ลักษณะทุกส่วนของร่างกายได้สัดส่วนได้ส่วนกันหมด และมีลักษณะเล็กๆ อีก ๘๐ จุด จึงแก้ความบกพร่องของร่างกาย จะมองตรงไหนที่น่าตำหนิไม่มี การบำเพ็ญบารมีของพระพุทธเจ้าชาติเดิมจริงๆ จะมีลักษณะอย่างนี้ ดังนั้น พระมหากัจจายนะท่านบำเพ็ญบารมีมามาก ใกล้จะเป็นพระพุทธเจ้า ท่านจึงมีรูปร่างหน้าตาสวยมาก ไม่สวยเท่าพระพุทธเจ้า แต่ก็ใกล้ ลักษณะผิวพรรณเหลือง เป็นคนเนื้อขาวเหลือง หน้าตาสวย ทรวดทรงดีมาก เมื่อท่านเห็นองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตั้งมโนปณิธานปรารถนาใหม่ว่า ต้องการเป็นสาวก ฉะนั้น เมื่อฟังเทศน์จากพระพุทธเจ้าเพียงจบเดียว จึงบรรลุ พระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณ และก็เป็นพระที่มีความฉลาดในการอธิบายธรรมมะมาก อย่างที่พระพุทธเจ้าเทศน์มาอย่างย่อๆ สั้นๆ แล้ว ถ้าไม่เข้าใจถามพระมหากัจจายนะ ท่านก็อธิบายอย่างละเอียด คนที่ได้รับฟังแล้ว ก็กลับมาถามพระพุทธเจ้าใหม่ว่า พบพระมหากัจจายนะท่านอธิบายแบบนี้ ที่พระองค์ทรงเทศน์ย่อถูกหรือผิด พระพุทธเจ้าก็จะทรงรับรองว่า “ถ้าให้ตถาคตอธิบายก็พูดเหมือนพระมหากัจจายนะนั่นแหละ” เป็นอันว่า พระมหากัจจายนะเป็นพระอรหันต์มาจากพุทธภูมิและก็มีความฉลาดมาก มีระเบียบวินัย



ต่อมาอาศัยความสวยของท่านเป็นภัยกับคน คือมีลูกมหาเศรษฐีคนหนึ่ง ท่านมีภรรยาแล้ว มีลูก ๒ คน วันหนึ่งพบพระมหากัจจายนะเข้า เห็นความสวยของพระมหากัจจายนะ ท่านก็ปรารภว่า “ถ้าเมียเราสวยอย่างนี้เราจะรักมาก หรือว่าพระองค์นี้เป็นเมียเรา เราจะรักมากจริงๆ เพราะสวยมาก” อาศัยที่มีอธิษฐานบารมีดีมาก แกก็เลยกลายเป็นผู้หญิงไป อีตาคนนั้นน่ะ แกอาย เลยต้องไปอยู่ที่อื่น ผลที่สุดแกก็ไปแต่งงาน เป็นผู้หญิงทั้งตัวไม่ใช่ผู้หญิงปลอม เมื่อแต่งงานแล้ว แต่งกับผู้ชายคนใดคนหนึ่ง ท่านไม่บอกชื่อ หรือท่านบอกแล้วก็ลืมไม่ทราบ ท่านมีบุตร ๒ คน วันหนึ่งเพื่อนเก่าของท่านไปพบเข้า ถามว่า “มันเป็นอย่างไรกันนี่พ่อคุณ เป็นผู้ชายดันเสือกเป็นผู้หญิงและก็มีลูก ๒ คน” ก็เลยเล่าให้ฟังว่า “ไปเจอะพระมหากัจจายนะเข้า ไปนึกเข้า ไปปรารถนาเข้า ก็เลยกลายเป็นผู้หญิง” ท่านผู้นั้นก็เลยบอกว่า “สาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นพระอรหันต์ ท่านทำอย่างนั้นเป็นการปรามาส ไปขอขมาเสีย” พอขอขมาโทษเสร็จ ก็กลับมาเป็นผู้ชายตามเดิม เหมือนเล่นลิเก เหมือนเล่นละคร ก็แปลกดีเหมือนกัน พอกลับเป็นผู้ชายตามเดิม เพื่อนก็ถาม “เดิมทีที่ท่านเป็นผู้ชายก่อนแต่งงานกับภรรยา ท่านมีลูก ๒ คน และตอนท่านเป็นผู้หญิงท่านแต่งงาน และท่านมีลูก ๒ คน อยากจะถามว่า ความรักที่มีอยู่ในลูกทั้ง ๒ คนเป็นอย่างไร รักลูกที่เกิดจากภรรยามาก หรือที่เกิดกับตนเองมาก” ชายคนนั้นก็บอกว่า “รักลูกที่เกิดกับตนเองมากกว่า” ที่พูดตามนี้เพราะว่าพระมหากัจจายนะท่านสวย มีระเบียบ เพราะท่านเป็นอรหันต์



ต่อมาเมื่อข่าวนี้ปรากฏขึ้น เห็นว่าความสวยของร่างกายนี้ มันเป็นโทษกับคน ก็เพราะพระอรหันต์ไม่ได้ปรารภถึงความสวยสดงดงาม ท่านไม่คำนึงถึงเรื่องร่างกาย ร่างกายมันเป็นอย่างไรมันเป็นเรื่องของร่างกาย ร่างกายมันก็เป็นโทษทำให้คนเกิดเป็นทุกข์ ชายกลายเป็นผู้หญิง หญิงเป็นผู้ชายมันก็ยุ่ง ท่านก็เลยจะตัดเรื่องนี้ให้มันหมดไป
เพราะอำนาจของพระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณก็ดี หรือพระอรหันต์ฉฬภิญโญก็ดี อภิญญา ๖ ก็ดี สามารถทำได้ ท่านจึงอธิษฐานตัวของท่านให้อ้วนเตี้ยคลายความสวยงามลงไปเสีย เอาแค่อ้วนกับเตี้ย และอย่าลืมพระอรหันต์ต้องมีระเบียบ เคารพในระเบียบพระวินัย แค่อ้วนเตี้ยลงมาช่วงอกขึ้นไปหน่อย เรียกว่า คนอ้วนเนื้อเต็มพุงพลุ้ยนิดๆ แต่เตี้ยกว่าเดิม ดูทรวดทรงไม่สวยกว่าเก่า ก็เหมือนคนธรรมดาที่มีลักษณะดี แต่ว่าสมัยนี้การปั้นรูปพระมหากัจจายนะสะดือจุ่น ไม่รู้เอาแบบมาจากไหน ฉันเห็นเข้าก็สลดใจจริงๆ ไม่รู้ว่าพระอรหันต์องค์ไหนเขาทำกันแบบนั้น ใช่ไหม? สวัสดี. 

ที่มา : นิตยสารธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ ๓๑๖ ประจำเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๐
หน้า ๓๕-๓๗.  ถอดความโดย ศรีโคมคำ.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 01, 2014, 02:09:58 PM โดย ศรีโคมคำ »