เว็บพุทธภูมิ



ผู้เขียน หัวข้อ: น่าแปลกที่คนในปัจุบันมองนรกสวรรค์เป็นเรื่องงมงาย  (อ่าน 1602 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Webmaster

  • Administrator
  • สมาชิก
  • *****
  • กระทู้: 403
    • ดูรายละเอียด


นับว่าเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ทุกวันนี้มักมีกลุ่มคนที่มาพิมพ์ข้อความด่าทอหรือดูหมิ่นพระสงฆ์องค์เจ้าที่ท่านกล่าวถึงนรกภูมิต่างๆ หรือสวรรค์ภูมิต่างๆ ทั้งๆที่เรื่องเหล่านี้พระพุทธเจ้าได้อธิบายไว้อย่างละเอียดในพระไตรปิฎก ว่านรกแต่ละภูมิมีสภาวะเช่นใด สวรรค์และพรหมโลกแต่ละชั้นมีสภาวะเช่นใด รวมถึงระยะเวลาในภูมินั้นๆ ตลอดจนถึงภูมิต่างๆที่ซ้อนอยู่กับโลกมนุษย์

เป็นเรื่องจริงที่ว่าชาวพุทธไม่สมควรที่จะไปหลงงมงายทำบุญเพื่อหวังไปถึงชีวิตหลังความตาย หากแต่ควรที่จะสนใจในการทำให้ธรรมะเกิดแก่จิตในทุกปัจจุบันขณะมากกว่า แต่ต้องไม่ประมาทโดยควรสร้างเสบียงไว้เลี้ยงตัวด้วยเพื่อการเดินทางต่อไปในวัฐฐะสงสาร โดย ทาน ศีล ภาวนา และก็เป็นเรื่องที่เถียงไม่ได้ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านกล่าวถึงความเป็นสัมมาทิฐิว่ามีกี่ประการด้วยกัน และหนึ่งในนั้นคือการเห็นชอบเห็นถูก ซึ่งการที่เราจะปฎิเสธว่า นรกไม่มี สวรรค์ไม่มี นั้นก็ถือได้ว่าเป็นความเห็นที่สุดโต่งเกินไป ในแง่ที่ว่าพระพุทธองค์เองเป็นคนตรัส มีหลักฐานในพระไตรปิฎก การเวียนว่ายตายเกิดนั้นมีอยู่จริง และทำกรรมอะไร ถึงเคลื่อนจุติไปภพภูมิใดๆหลังความตาย สิ่งเหล่านี้ล้วนมีหลักฐานอยู่ทั้งสิ้นในพระไตรปิฐก และพระพุทธเจ้าให้แม้กระทั้งเครื่องมือในการพิสูจน์สิ่งเหล่านี้ นั้นก็คือการปฎิบัติ ซึ่งเมื่อทำแล้วการที่จะรู้เห็นสิ่งเหล่านี้ได้ก็ควรถือว่าเป็นผลพลอยได้ ไม่ควรมุ่งหวังโดยตรง แต่ก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้จริง

ทุกวันนี้ชาวพุทธจำนวนมากที่มีความเข้าใจและรู้ถึงเรื่องนรกสวรรค์ตามหลักศาสนาพุทธไม่ใช่แค่การเป็นนรกสวรรค์ในสภาวะจิตเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงนรกสวรรค์ที่เป็นสภาวะทิพย์ด้วย กลับต้องพูดถึงเรื่องเหล่านี้เฉพาะกลุ่ม เฉพาะบุคคล และหากพูดเปิดเผยออกไปคนทั่วไปอาจจะมองว่าสติไม่สมประกอบ ทั้งๆที่สิ่งเหล่านี้เป็นความจริงในหลักพุทธศาสและเป็นเรื่องที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้เข้าใจความเป็นมาของโลกมากยิ่งขึ้น เข้าใจเรื่องกรรมมากยิ่งขึ้น และสุดท้ายก็จะเข้าใจตนเองมากยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้จึงขอฝากไว้ว่า การที่ครูบาอาจารย์ท่านจะกล่าวถึงภพภูมิต่างๆ ตามหลักศาสนาพุทธ กล่าวถึงการกระทำกรรมและจุดหมายเป็นอย่างไร ทำอย่างไรเราจะหลีกหนีภูมิซึ่งเป็นอบายภูมิได้ หากครูบาอาจารย์ท่านไม่ได้กล่าวในเชิงที่เป็นการอวดอุตริแล้วไซร่ ก็ควรจะถามถึงท่านที่กล่าวปรามาสจาบจ้วงด่าทอท่าน ว่าสอนให้คนงมงาย หรือเอามาหลอกหากินกับญาติโยมนั้น ท่านเหล่านั้นได้ศึกษาศาสนาที่ท่านเองนับถือดีแล้วหรือ และเป็นความจริงที่ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ควรเอามาเป็นหลัก แต่การปฎิเสธการมีอยู่ถึงสิ่งเหล่านี้เลยก็ถือว่าเราไม่มีความเห็นที่เป็นสัมมา จะกลายเป็นว่าเราสุดโต่งเกินไป แน่ละตัวอย่างในอดีตมีอยู่ที่มีการนำเอาเรื่องนรกสวรรค์มาเป็นเครื่องมือในการทำให้สาธุชนเคารพศรัทธา แต่สำหรับครูบาอาจารย์ที่ท่านกล่าวถึงสิ่งเหล่านี้ไปตามหลักธรรม หลักแห่งสภาวะความจริง อานิสงค์ของบุญและบาป เราก็ควรจะฟังและพิจารณาตาม และสามารถไปค้นคว้าดูได้ว่าสิ่งเหล่านี้พระพุทธเจ้าท่านได้เคยตรัสพูดถึงไว้บ้างหรือเปล่า หากเราออกตัวไปก่อนเพราะมานะทิฐิของเรา สุดท้ายแล้วเราอาจจะปรามาสพระที่ปฎิบัติดีปฎิบัติชอบไปโดยไม่รู้ตัว จะเป็นบาปเป็นกรรมไปเปล่าๆ

เปรียบเสมือนเราๆท่านๆเป็นปลาอยู่ในน้ำ และครูบาอาจารย์ท่านเป็นเต่า การที่เต่าอธิบายสภาวะบนบกให้ปลาฟัง แล้วปลาไม่เข้าใจเลยกล่าวตู่ว่าไม่มี ก็ไม่ได้แปลว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่...

ข้อทิ้งท้ายบทความโดยอาราธนาพุทธพจน์มาเป็น
คติธรรมเตือนใจให้เราตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

ดูกรเธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสารทั้งหลาย! สัตว์ที่จุติจากมนุษย์ไปแล้วจะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากมนุษย์ไปแล้ว ย่อมกลับไปเกิดในนรก มีประมาณมากกว่า

ดูกรเธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสารทั้งหลาย! สัตว์ที่จุติจากนรกไปแล้วจะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากนรกไปแล้ว ย่อมกลับไปเกิดในนรก ในกำเนิดสัตว์เดียรัจฉาน ในเปรตวิสัย มีประมาณมากกว่า

ดูกรเธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสารทั้งหลาย! สัตว์ที่จุติจากนรกไปแล้วจะกลับมาเกิดเป็นเทพยดามีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากนรกไปแล้ว ย่อมกลับไปเกิดในนรก ในกำเนิดสัตว์เดียรัจฉาน ในเปรตวิสัย มีประมาณมากกว่า


บทความโดย
ธรรมรักษา

ออฟไลน์ Mobilmiland

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 2
  • ญาติธรรม
    • ดูรายละเอียด
ก็มีความเชื่อได้ส่วนหนึ่งนะคะ

ออฟไลน์ tantan

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 1
  • ญาติธรรม
    • ดูรายละเอียด
เวปพันทิป ห้องศาสนา เคยอ่านคนที่บวชอยู่ในผ้าเหลือง ตั้งกระทู้ว่า "พระพุทธเจ้าไม่มีจริง ไม่ใช่เรื่องจริง" จะสึกออกจากผ้าเหลืองอีกสองสามวัน ไม่สะดวกในการวิเคราะห์ ไม่รู้ว่ากลับมาเขียนต่อหรือเปล่า ไม่ได้ติดตาม

เรายังคิดว่า "คนนี้เอาความคิดอย่างนี้มาจากไหน คิดไปได้"

ออฟไลน์ phangmarphangpai

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
ปล่อยเขาเหอะ...

เขาจะคิดยังไงก้อแล้วแต่เขา
เราห้ามหรือเปลี่ยนแปลงความคิดใครไม่ได้

ออฟไลน์ vanwisad

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 2
  • ญาติธรรม
    • ดูรายละเอียด
Re: น่าแปลกที่คนในปัจุบันมองนรกสวรรค์เป็นเรื่องงมงาย
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2014, 05:04:26 PM »
ตายไปเค้าคงเป็นเปรตลิ้นดาบเองแหละครับ

ออฟไลน์ a5g1aeka

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 3
  • ญาติธรรม
    • ดูรายละเอียด
Re: น่าแปลกที่คนในปัจุบันมองนรกสวรรค์เป็นเรื่องงมงาย
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2014, 02:16:16 PM »
 :)เคยมีหลวงพี่รูปหนึ่งบอกว่า หลวงปู่จันทา ที่มรณภาพไปแล้วในจ.พิจิตร ได้เคยบอกกับลูกศิษย์ว่า ศาสนาคริสต์ เป็นเรื่องหลอกลวง ผมบอกคงไม่ดอกเพราะหากหลอกก็คงหลอกมาถึง ๒,๐๐๐ กว่าปีเขาต้องมีดีแน่ๆ และหากหลวงปู่เคยพูดจริง อาจมีคนเรียกเป็นหลวงปู่จันทาล ก็ได้นะที่ไปดูแคลนศาสนาเขา กรณีเช่นนี้เป็นการปรามาสหรือไม่ เพราะไม่เคยอ่านพบว่าพระพุทธเจ้าท่าน ท่านดูแคลนลัทธิหรือศาสนาอื่นๆเลย ใครมีความเห็นเช่นไร ช่วยชี้แนะทีครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับหลายๆๆ ;D ;D ;D

ออฟไลน์ DHAMMASAMEE

  • สมาชิก
  • ***
  • กระทู้: 222
    • ดูรายละเอียด
Re: น่าแปลกที่คนในปัจุบันมองนรกสวรรค์เป็นเรื่องงมงาย
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2014, 09:02:14 PM »
... เป็นความจริงแท้แน่นอนครับ สัตว์ทั้งหลายผู้ยังมีกิเลส ย่อมเวียนเกิดเวียนตายว่ายวนในวัฏฏะสงสาร เกิดในมนุสสโลกบ้าง เทวโลกบ้าง พรหมโลกบ้าง เกิดในอบายภูมิบ้าง แต่ส่วนมากจะเกิดในฝ่ายอบายภูมิเสียโดยมาก

... นรก สวรรค์มีจริง พรหมและพระนิพพานมีจริง ใครไม่เชื่อก็ตามใจครับ ส่วนผมเชื่อ ๑๐๐% ว่ามีจริง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 04, 2014, 09:14:10 PM โดย DHAMMASAMEE »
หัวใจพระเวสสันดรชาดก
๑. ทานัง เทติ พระเวสสันดรท่านทรงให้ทาน
๒. สีลัง รักขะติ พระเวสสันดรท่านทรงรักษาศีล
๓. ภาวะนาวัง ภาเวตฺวา พระเวสสันดรท่านทรงเจริญภาวนา