เว็บพุทธภูมิ



ผู้เขียน หัวข้อ: พุทธภูมิทั้งหลายมาแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนการบำเพ็ญบารมีได้ที่นี้ครับ  (อ่าน 57587 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 8 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ถ้ายังไม่ทราบว่า เป็นพุทธภูมิ สาวกภูมิ ปัจเจกภูมิ ปฏิบัติไปก่อน เมื่อถึงเวลาเราจะรู้เอง ถ้าพุทธภูมิบารมีอ่อนทำอะไรก็สำเร็จอยาก
ผมเองบารมีก็อ่อน ต้องลองทำซ้ำแล้ว ซ้ำอีก กว่าจะผ่านยากอยู่ แต่ตั้งใจไปเรื่อย สร้างบารมี สวดมนต์ ไหว้พระ เดี๋ยวมันก็เต็มเอง บารมี แปลว่า กำลังใจ
ขอทุกท่านเจริญในธรรม

ออฟไลน์ Arthamaat

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 29
  • "พุทโธ โพเธยยัง มุตโต โมเจยยัง ติณโณ ตาเรยยัง"
    • ดูรายละเอียด
โมทนากับทุกท่านด้วยครับ

ออฟไลน์ Sukhon Pholngam

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 1
  • ญาติธรรม
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีค่ะดิฉันชื่อ สุคนธ์  ผลงาม
     อายุ 54 ปี จำความได้ก็เหมือนจะถือศีลกินเจความรู้สึกกินไม่เหมือนพี่น้องเขาเป็นคนกินยากบางครั้งก็โดนพ่อแม่ตีเอาเพราะความกินยาก ไม่กินปลาไหล ปลาที่เหมือนงู สัตว์ที่แปลกๆเพราะพ่อแม่กินหมดเพราะความยากจน เนื้อ วัว ควาย ก็ไม่กิน พ่อแม่เป็ดเลี้ยงเป็ดก็ไปเก็บไข่มาต้มกิน ต่อมาโตเป็นสาว ก็ตั้งสัจจะว่า
1.ไม่อยากได้สามีหลายคน
2.ไม่อยากให้ลูกกำพร้า (มี 2 คน)
3.ไม่อยากเป็นแม่น้อยใคร
     เจอมาหมด ทุกข์ใจมากๆตอนที่เป็นเมียน้อยเขา(ตอนนี้เริ่มถือศีลกินเจแล้วเข้าพรรษาก็วัดทุกวันพระสวดบทชินปัญชร และสวดบทพระแม่กวนอิม 84 ภาค พระแม่กวนอิมพันมือพันตา)ก็เลยหักดิบเข้าบวชชีพราพณ์ (มูลนิธิอัมรีรักษ์ ดอยสะเก็ด 1) ตั้งสัจจะ บวช 12 วัน (พระคุณแม่)สวดขมากรรม 109 จบทุกวันขอให้ชีวิตดีขึ้นจากการผิดศีลข้อกาเมและตั้งสัจจะกิน มังสาวิรัตตลอดชีวิต ชีวิตเริ่มดีขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือ
เริ่มทำบุญมากขึ้นสร้างหนังสวดมนต์แจกสมทบปัจจัยสร้างพระธาตุวัดที่ อ.แม่ริม สมทบปัจจัยสร้างสถานปฏิบัติธรรม ที่วัดเวียงแหงฯลฯประมาณปี2550 ได้ตั้งสัจจะเดินสายทำบุญจริงๆ(รถไฟฟรี) บริจาคสร้างห้องน้ำให้พระใช้ สร้างประตูวิหาร สร้างกุฏิให้เจ้าอาวาทวัดสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพราะเป็นสถานที่เกิด สร้างบริวารพระแม่กวนอิม ที่วัด จ.พิษณุโลก(ตอนนั้นบวชชีพรามณ์กินเจ)ได้ตั้งสัจจะอธิษฐานขอขมา กษัตรทุกๆพระองค์ (ในยุคพระนเรศวรด้วย)ที่สู้รบกับพม่า และก็ได้ฝันเห็นแสงเข้าหน้าผาก มัน ปิดติมากๆบอกไม่ถูกตกเช้าพระอาจารย์ก็ได้ให้เม็ดมุกเท่าแสงที่เข้าหน้าผาก และได้เอ่ยว่า แสงใครเอ่ย ทำให้เราสดุ้งตกใจ พระอาจารย์รู้ได้ไงว่าเราฝัน เม็ดมุกที่เราได้มาถ้าเอาไปใส่ในแก้วน้ำเอาไปตั้งที่มีแสงพระอาทิตย์ก็จะเห็นเป็นรูปแป๊ะยิ้มก็คือพระศรีนั้นเองเราเอาไปทำ ล๊อกเก็ตห้อยคอจนถึงทุกวันนี้ ทำบุญต่อไป จ.สุพรรณ บริจาคสมทบสร้างเมนที่เผาคนตาย คิดว่าทุกคนก็ต้องตายเราก็ต้องตายเพื่อในอนาคตเราก็เผาเหมือนกัน และดีใจมากที่ได้ไปสร้างพระให้พ่อ แม่ สามี ลูก 2คน กับวัดหลวงพ่อสดวัดปากน้ำกับคุณยายรัตนะอุกาสิกาจันท์ (ได้ฝันเห็นแสงนิธิเม็ดมุกมาต่อไขสันหลังเราในฝันแสงที่ต่อไขสันหลังมันบอกไม่ถูกมันเกิด ปิติมากๆเลย นี่คือ ปิดติที่ 2 ของเรา ต่อจากนั้นมาได้ไปบริจาคร่างกายถ้าเราตายก็ได้เป็นประโยชน์ ที่ ร.ร.ประชานุเคราะห์ จ.เชียงใหม่ ต่อมาชีวิตเราก็ดีขึ้นตามลำดับขึ้นมาเรื่อยๆไม่ทิ้งการสวดมนต์ภาวนาและได้แต่งงานกับสามีต่างประเทศอยู่กันจนทุกวันนี้ ชีวิตต่างแดนก็ลุ่มๆดอนๆเพราะภาษาและวัฒนธรรมต่างกัน ก็มีท้อบ้างเป็นธรรมดาแต่ก็ไม่ถอยศึกษาธรรมเรื่อยมาความหมายแปลว่าอะไร เพราะไม่มีครู ครูดีๆท่านก็มรณภาพไปหมดเกิดไม่ทัน ก็ยังมานั่งคิดนอนคิดว่าจะทำยังไงจะไปทางไหนเดินไม่ถูก อยู่มาวันหนึ่งได้ไปออกกำลังกายเช่นเคยและได้ตั้งสัจจะอธิษฐาน ตั้ง นะโม 3 จบ ว่าข้าพเจ้าขอเอาพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์มาเป็นครูบาอาจารย์ เชื่อไม๊ อยู่ดีๆก็มีลมเข้ามาที่ใบหน้าและเสียงใบไม้ที่ต้นไม้ดังกริ่งๆทั้งๆที่ก่อนหน้าไม่มีเค้าว่าจะมีลมเลยมันทำให้เรามีปิติมากๆเลย นี่คือ ปิติที่ 3 และมันทำให้เรามีกำลังใจสู้ต่อไป  เสาะหาดูประวัติครูบาอาจารย์ อยู่มาวันหนึ่งก็มาเจอหลวงตาม้าบนอินเตอร์เน็ต ชื่อก็แปลกสอนก็ไม่เหมือนใครมันน่าสนใจมากการสอนธรรมมะก็ไม่เหมือนใครมันง่ายๆ สบายๆธรรมชาติก็ติดตามดูเรื่อยมาท่านก็เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ทวดซึ่งเราก็สวดท่านมาอยู่แล้วเราเริ่มสวดบทไตรสรณคมน์ก่อนตามแนวทางของหลวงปู่
ทวด หลวงปู่ ดู่ หลวงตาม้า เดือนพ.ค. 2557 เพราะมันง่ายดี ก็ฝันแต่เรื่่อง ร้ายเกี่ยวกับเรามาตลอดก็ตั้งสัจจะว่าเรื่องร้ายๆก็ขอให้ออกมาให้หมดๆเพราะหลวงตาม้าท่านบอกว่าเราใช้กรรมในฝัน ต่อมาก็ฝันแต่ไปแผ่บุญให้คนตาย ดีใจมากๆฝันได้ไปทำบุญกับหลวงตาม้าในวันคล้ายวันเกิดของท่านและ ปิติสุดๆฝันได้ไปกราบหลวงปู่ ดู่และสถานที่ท่านปฏิบัติธรรมของท่าน ท่านยังให้หินงอกมาในฝัน ท่านยังบอกอีกว่า หินนี้สามารถงอกได้ด้วย ปิติที่สุดๆ (ปิติ ที่ 4) ข้าพเจ้าก็ได้ตั้งสัจจะอธิษฐานและได้ปฏิบัติมา
1.บวชในเป็นจักรพรรดิ(เหมือนหลวงตาม้าท่านสอน ท่านเป็นอะไรเราก็เป็นอันนั้น)
2.กราบพระก่อนนอนและตื่นนอน สวดบทจักรพรรดิ 21 จบ สวดบทไตรสรณคมน์ 21 จบ สัพเพ 21 จบ ภาวนา แผ่เมตตา โมทนาบุญ ตามแนวทางของหลวงปู่ทวด หลวงปู่ ดู่ หลวงตาม้า ตามแนวทางพระพุทธศาสนาด้วยอาการ ยืน เดิน นั่ง นอน และที่นึกได้ตลอดทั้งวันจนกว่าข้าพเจ้าจะเข้าสู่นิพพาน
3.ขอเป็นหน่อพุทธภูมิ เป็นโพธิญาณ
4.ขอเป็นผู้ที่มีประโยชน์ต่อ โอปาติกะ มนุษย์และสัตว์ ผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวพันกันต่อผู้ที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันจากอดีตปัจจุบันอนาคตในการเวียนว่ายตายเกิดจนกว่าจะสำเร็จเข้าสู่พระนิพพาน สาธุ สาธุ สาธุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2015, 04:06:12 AM โดย Sukhon Pholngam »

ออฟไลน์ วัชราพรหมมุนี

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 1
  • ญาติธรรม
    • ดูรายละเอียด
 สวัสดีครับ
 ผมชื่อ เดชสิทธิ์ ศรินทุ ครับ เรียกเอ้ ก็ได้ครับ กันเองดี ฝากใจไว้กับพี่ๆเพื่อนๆด้วยครับ
ผมปรารถนาพระศรัทธาธิกะ ครับ คำว่าพุทธเจ้า นั้นระลึกพูดออกมาจากปาก ให้ครูและเพื่อนในห้องเรียนชั้นป.1 ฟังและอึ้งทีหน้าชั้นเรียนมาแล้ว แม้ไม่รู้อะไรมากมายนัก แต่พูดออกมาประสาเด็กเองตอนนั้น  ก่อนเข้าโรงเรียน ป้ากับคุณตา ต้องมาปลุกออกจากนั่งละเมอทำสมาธิตอนตีสี่ บ่อยๆ
นั่งหลังตรงแหน่วเอง ขาซ้ายทับขวา นิ้วโแ้งจรดกัน แบบมาตรฐาน โดยที่ไม่มีใครเคยสอนให้ แต่คงละเมอ เพราะปลุกแล้วกลับมานอนต่อยังไม่รู้ตัว  เอาแค่นี้แหละครับ สวัสดีครับ

ออฟไลน์ tummasawaddee

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 2
  • ญาติธรรม
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีครับทุกท่าน ก่อนอื่นขอ อโมทนาบุญกับทุกๆท่านในความปราถนาซึ้งพระนิพพาน จะเป็น พุทธภูมิ สาวกภูมิ ปัจเจกภูมิ ครับขอให้สำเร็จทุกท่านตามตั้งใจน่ะครับผม สาธุ
ผมชื่อ เก่ง ปราถนา พุทธภูมิแบบวิริยะธิกะครับ ตอนนี้ก็อาศัยลองผิดลองถูกสอบถามครูบาอาจารย์หาอ่านธรรมมะของครูบาอาจารย์ สวดคาถามหาจักรพรรดิ์
และตั้งความปราถนาในทุกๆวันครับผม

พุทธธังอธิฐานมิ ธัมมังอธิฐานมิ สังฆังอธิฐานมิ
ขอทุกบุญกุศลทุกการกระทำทุกความดีน้อมนำส่งให้ข้าพเจ้าสำเร็จโพธิญาณเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าวิริยะธิกะในอนาคตกาล เถอญ

ออฟไลน์ พัชระ สอง

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 1
  • ญาติธรรม
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีครับ ผมเองก็เป็นอีกคนที่ปราถนาพุทธภูมิ (ผมขื่อพัชระ) เหมือนกันครับ เมื่อตอนเด็กผมก็แปลกใจอยู่ว่าทำไม ตนเองถึงชอบเรื่องราวพระพุทธเจ้า ชอบฟัง มีความสนใจอยู่ลึกๆครับ ตอนนั้นเด็กยังไม่รู้ พอผมได้บวชทดแทนคุณพ่อแม่แล้ว ผมจึงรู้ว่าลึกๆในใจตนนั้น อยากที่จะเป็นพระพุทธเจ้า ซึ่งเกิดจากเราเองชอบตั้งแต่เด็กและศรัทธา ในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผมเชื่อว่าเราคงเคยปราถนาไว้ตั้งแต่อดีตชาติมาแล้วมั้งครับ ผมนั้นเกิดการปราถนาพุทธภูมิเพราะเหตุที่ศรัทธาอย่างมาก

ออฟไลน์ ณัฐนันท์

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 2
  • ญาติธรรม
    • ดูรายละเอียด
สวัสดีค่ะ ชื่อพิ้งค์นะคะ อายุ 17 ปี     พอดีเป็นคนชอบหาความรู้เกี่ยวกับธรรมมะอ่านค่ะ รู้สึกว่าสนุกดี อ่านไปอ่านมา มาเจอเรื่องพุทธภูมิค่ะ และก็ได้ศึกษาไปเรื่อยๆจนถึงสาวกภูมิ ได้ข้อสรุปที่ไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกหรือเปล่าค่ะ รบกวนช่วยให้ความรู้กับหนูด้วยนะคะ คือประมาณว่า จิตของเราเกิดขึ้น แล้วพอกาลเวลาผ่านไปเรื่อยๆเราก็จะเริ่มรู้จักวัฏสงสาร ตัวหนูเองเข้าใจว่าทางหลุดพ้นจากวัฏสงสารนี้เกิดขึ้นได้สามทาง คือต้องเป็นพุทธภูมิ ปัจเจกภูมิ หรือไม่ก็สาวกภูมิอย่างใดอย่างหนึ่ง ถึงจะสามารถหลุดพ้นได้ หนูเข้าใจถูกหรือเปล่าคะ และถ้าหนูเข้าใจถูกหนูยังไม่รู้เป้าหมายตัวเองเลยว่าจะเป็นแบบไหน หนูไปหาความรู้ของปัจเจกภูมิมา เค้าบอกว่าปัจเจกภูมิจะมีลักษณะอยากเอาชนะ อยากเป็นผู้นำคน และก็ก่อกรรมทำเข็ญมากมาย  จะทำเรื่องต่างๆแข่งกับพุทธภูมิ ต้องชดใช้กรรมอย่างแสนสาหัส และก็ไม่มีเมตตาหรือปราถนาที่จะสอนธรรมใครจนเมื่อเบื่อหน่ายที่จะต้องรับผลของกรรม ก็จะหาทาง
พ้นทุกข์  ตัวหนูเองเป็นคนมีลักษณะอยากเอาชนะ อย่างเป็นผู้นำคนอื่นๆ อยากอยู่ในตำแหน่งสูงสุด เช่นเป็น นร. ก็
อยากจะเป็นประธานนักเรียน แล้วเวลาหนูสวดมนต์
ก็สงสัยว่าทำไมทุกคนต้องสรรเสริญพระพุทธเจ้าขนาดนี้ (แต่ไม่ได้อิจฉาหรือมีจิตคิดไม่ดีต่อท่านนะคะ แค่สงสัยว่า
ทำไมต้องสรรเสริญท่านขนาดนั้น แม้จะรู้อยู่แล้วว่า "ก็ท่านเป็นผู้ชี้ทางหลุดพ้น") หนูกลัวว่าหนูจะเป็นปัจเจกภูมิค่ะ
 แม้จุดจบจะดี แต่ระหว่างทางต้องได้รับความทุกข์อย่างมาก หนูไม่อยากเป็นอย่างนั้นเลยค่ะ แต่หนูก็ไม่ใช่คนที่ไม่มีเมตตานะคะ หนูฟุ้งซ่านเกินไปหรือเปล่าคะ จะตำหนิก็ได้ค่ะ แต่เพราะความไม่ทราบจริงๆค่ะ อีกคำถามนึงนะคะแล้ว
แล้วสาวกภูมินี่ถ้าไม่ได้เกิดในสมัยพุทธกาล แต่ว่าบรรลุมรรคผลนิพพานเป็นพระอรหันต์ในสมัยถัดมา ยังเรียกว่า
สาวกภูมิไหมคะ คำถามสุดท้ายและท้ายสุดจริงๆนะคะหนูสามารถบรรลุธรรมได้ โดยไม่ต้องไปเกิดเป็นทั้งสามภูมินี้ได้ไม๊คะ ขอบพระคุณสำหรับทุกๆคำตอบ คำติเตียน และคำแนะนำนะคะ

ไม่พุทธภูมิ ปัจเจกภูมิ ก็สาวกภูมิครับ ทางรอดทางใดทางหนึ่ง

ส่วนเรื่องคิดว่าตัวเองจะเป็นปัจเจกภูมิหรือไม่นี่ เสียเวลาคิดครับปฏิบัติดีกว่าครับ  เอาตามสายหลวงตาม้าเลยครับแนะนำเลยครับง่ายสบายๆปลอดภัยไม่หนักนักเรื่อยๆได้

คนที่บรรลุอรหันต์สมัยหลังพุทธกาลก็ยังเป็นสาวกภูมิอยู่ครับ สาวกภูมิ คือ ผู้ที่ทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจนตัวเองบรรลุอรหันตผลครับ ไม่เกี่ยวกับยุคสมัย

ส่วนคำถามสุดท้าย  แบบนี้เคยมีคนถามหลวงปู่ดู่แบบนี้ว่า

คำสอนหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
เกี่ยวกับเรื่องปฏิบัติธรรมแล้ว
จะได้สำเร็จมรรคผลนิพพานหรือไม่
 
เคยมีพระภิกษุท่านหนึ่งได้มากราบนมัสการ
และเรียนถามหลวงปู่ว่า
“หลวงปู่ครับ กระผมจะได้สำเร็จหรือไม่
หลวงปู่ช่วยพยากรณ์ทีครับ”

หลวงปู่นิ่งสักครู่หนึ่งก่อนตอบว่า
“พยากรณ์ไม่ได้”

พระภิกษุรูปนั้นได้เรียนถามต่อว่า
“เพราะเหตุไรหรือครับ”

หลวงปู่จึงตอบว่า
“ถ้าผมบอกว่าท่านจะได้สำเร็จ
แล้วท่านเกิดประมาทไม่ปฏิบัติต่อ
มันจะสำเร็จได้อย่างไร

และถ้าผมบอกว่าท่านจะไม่สำเร็จ
ท่านก็คงจะขี้เกียจและละทิ้งการปฏิบัติไป ..
..... นิมนต์ท่านทำต่อเถอะครับ ”

จากหนังสือ ตามรอยธรรมย้ำรอยครู หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ....

สรุปคือ ทำไปเหอะครับ  อย่าถามใครเลย  ถ้าวันนึงพร้อมเมื่อไหร่ก็ถึงเองแหละครับไม่ว่าใคร หลักการเดียวกัน

ออฟไลน์ Rama Bodhisattva

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 4
  • ญาติธรรม
    • ดูรายละเอียด
สาธุ ครับ ผมขออนุโมทนากับทุกท่าน ที่ปรารถนาพระโพธิญาณคือความรู้อันยิ่งใหญ่ เพื่อขนหมู่สัตว์เหล่านี้ออกจากสังสารวัฏนี้

ออฟไลน์ Arthamaat

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 29
  • "พุทโธ โพเธยยัง มุตโต โมเจยยัง ติณโณ ตาเรยยัง"
    • ดูรายละเอียด
สู้ครับ ๆ ครับทุกท่าน ิ อย่าพึ่งท้อถอยน่ะครับ

ออฟไลน์ LOMTALAY

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 1
  • ญาติธรรม
    • ดูรายละเอียด
ขอโมทนา สาธุ กับทุกๆท่านด้วยครับ.
สวัสดีครับ  ยินดีที่ได้รู้จักทุกๆท่าน ครับ.
'ลมทะเล'พัดจากทะเลเข้าสู่ฝั่ง

ออนไลน์ as9888

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 3
  • ญาติธรรม
    • ดูรายละเอียด
ชีวิตผมค่อนข้างลำบากมาก ครับ  แต่เกิดมาอายุได้สองเดือน  ก็มีเหตุให้ตาย เป็นโรคปอดบวมเพราะเกิดทางภาคเหนืออากาศปีนั้นหนาวมาก พ่อเล่าว่า ตอนนั้นแม่ติดการพนัน พ่อก็ไปทำงานนอนบ้าน แม่ทิ้งผมไว้ในบ้าน ผมคงนอนดิ้นตกลงมาจากเตียง นอนอยู่บนพื้นซีเม็นเย็นๆ พ่อผมปกติจะไม่กลับบ้าน แต่วันนั้นพ่อเล่าว่า ทำงานไม่ได้อยากกลับบ้าน ก็เลยลางานรีบเดินทางกลับบ้าน มาถึงบ้านมืดหมดไม่มีใครอยู่ พ่อเดินมาเหยียบผม พ่อก็ตกใจ รีบเอามือคลำๆอุ้มผมขึ้นมา รีบเปิดไฟ ตอนนั้นผมตัวเขียวเย็นเฉียบ ก็รีบพาไปคลีนิค พอไปถึง คุณหมอเห็นผมแล้ว ก็รีบบอกให้ ปิดคลีนิคทันที รีบเอาผมส่งโรงพยาบาลใหญ่ทันที พ่อเล่าว่า หมอบอกว่ายังงัยก็ไม่รอดแล้ว เพราะ เด็กไม่หายใจแล้วมาหลาย ชั่วโมงและ ตกลงมาจากที่สูง กลับ อากาศที่หนาวเย็นมาก ไม่มีเสื้อผ้าไส่ หมอก็เลย บอกให้พ่อทำใจ เอาเครื่องช่วยหายใจออก แต่ มันเกิดอัศจรรย์พอร่างกายผมปรับอุณภูมิได้ ก็กลับมาหายใจเริ่มมีการขยับ ดื่มนมได้ หายเป็นปกติ ชีวิตก็ดำเนินเรื่อยมา ไม่ถึงกลับลำบากอดอยาก พ่อผมค่อยข้างมีฐานะ ประสปการณ์ตอนเด็ก เด็กอื่นอาจจะชอบ ของเล่น แต่ผม ชอบแอบเข้าไปในห้องพระ ท่องบทสวดมนต์คาถาอาคม ชอบเอาพระเครื่องของขลังมาห้อยคอติดตัว จำได้ว่า ท่องคาถาชินบัญชรได้ครบหมด ตอนเจ็ดขวบ ชอบเล่นสักยันตืลงยันต์ ในห้องเรียน สมัยนั้นแถวบ้านผมมี พวก ทรงเจ้าเข้าผี เวลาพวกทรงเจ้าเห็นผม ก็ชอบลงกราบเอาผมไปนั่งบูชา พ่อผมยิ่งไม่พอใจใหญ่เลย เวลาวันเกิดพ่อผมถามอยากได้อะไร ผมก็ชอบขอพระพุทธรูปเป็นของขวัญ แต่ ว่าตัวพ่อผมเอง ไม่ชอบพระเอาซะเลย จนปัจจุบัน ชอบด่าพระ ลบหลู่พระ ผมเตือนท่านไม่ฟัง ในใจก็คิดสังเวช อยู่ว่า พ่อเราตายไป จะพ้นอเวจได้อย่างไรน้อ  สมัยเด็กผมจึงต้องแอบ เข้าห้องพระไม่ให้พ่อเห็น จะโดนพ่อตีตลอดเวลา ชีวิตผมก็ พลิกผัน ลำบากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องออกจากบ้าน ตอนอายุ 13 ปี เพราะผมเองเป็นคน ดื้อรั้นเองด้วย ทุกครั้งที่มีเหตุก็จะแคล้วคลาด เหมือนมีอะไรคอยช่วย จนชีวิตหันเห ได้เข้ามาบวช เณรตอน 13 ได้ถูกนิมนต์เข้าไปรับบาตรในโรงพยาบาล ได้เห็นคนเจ็บ ป่วย ตาย บางครั้งก็ตายกันคาบาตรพระ หมายถึงคนที่กำลังจะตาย พยามเอากำลังสุดท้ายไส่บาตร แล้ว ก็สิ้นใจไปมือยังไม่ทันออกจากบาตรผมเลย ผมก็เกิดสังเวชใจ เกิดอารมณ์พิณา เราจะทำอย่างไรให้ คนทั้งหลาย พ้นจาก ทุกขเวทนา เกิดความสงสารคนทั้งหลาย ก็พยามหาทางหลุดพ้นทางพระพุทธศาสนา ตอนนั้น ความปราถนายังไม่เด่นชัดมาก แค่มีใจเมตาสงสาร จะทำอย่างไรให้คนหลุดพ้น จาก เวียนไหว้ตายเกิด ก็หลงเข้าไปทางไสยศาตร์ คาถาอาคม เพราะ ว่าผมได้ ปรนิบัติ พระอาจารย์อ้าย ท่านใช้คาถาอาคมช่วยคน ทั้งรักษาโรค ไสยศาตร์ ทั้งทำให้คนแคล้วคลาดปลอดภัย คงกระพันชาตรี จนอาจารย์อ้ายเมตา สอนให้ผม จนจบหมด ท่านก็แนะนำผมให้กลับ อาจารย์คมซึ่งเป็น ครูของอาจารย์อ้ายอีกที ผมก็เรียนวิชาจากอาจารย์คม จนจบตรบตำรา และ ก็ได้ภพเจอกลับ อาจารย์อีกหลายท่าน ทั้งเรียนรุ้ และ แลกเปลี่ยน จนมีชื่อเสียงอยุ่บ้าง เป็นที่รู้จัก แต่ผมกลับมองว่า มันไม่มีอะไรจีรัง เลขยันต์คาถาอาคมที่เรียนมามากมาย สุดท้ายมันก็ไม่พ้นกฎของกรรม ไม่ทำให้พ้นอเวจีมหานรก ไม่สามรถทำให้พ้นความเกิดแก่เจ็บตายได้ ทุกวันนี้ เรื่องคาถาอาคมจึงคลายตัวลง เน้นไปทางกรรมฐานอย่างเดียว ย้อนไปตอน อาคมเข้าตัว ปวดหน้าผาก กินไม่ได้ นอนไม่ได้ อยู่สามวัน จึงทำการจุดธูปกลางแจ้ง หากจะตายก็ขอให้ตาย หากยังไม่ถึงตายก็ขอให้หาย วันนั้นมีอาจารย์คนหนึ่ง ขี่มอไซเข้ามาในวัด บอกว่าจะมาหาคนแต่ผม ปวดหน้าผากมากไมไ่ด้สนใจ พอเข้าอีกวัน อาจารย์ท่านนี้ก็เอารถยนต์ ก็ตรงมาหาผมเลยแล้วบอกว่า เณรๆ แต่งตัวเดี๋ยวจะพาไปหาพระอาจารย์ เมื่อวานมาหาแล้วแต่ไม่รู้ว่าคนไหน เมื่อคืนเลยนั่งกรรมฐานถาม พระอาจารย์ ท่านเลยนิมิตรให้เห็นรูปเณรบอกว่า ให้พาเณรคนนี้ มาพระอาจารย์จะช่วยสงเคราะห์ ต่อบุญให้เขา เขาเป็นคนสำคัญมากต่อไปจะช่วยคนหมู่มาก ผมไม่ได้สนใจอะไรมาก รู้ว่าปวดหน้าผากมาก เขาบอกจะช่วยก็เลยตามไป อาจารย์ท่านนี้ชื่อ สหัสนัย ตอนเดินทางก็ก็พูด ทำนองว่า ท่านดูอดีตได้เจ็ดชาติ มีญาณแบบนั้น แบบนี้ สำเร็จกรรมฐานกองนั้นนี้ ผมก็ฟังแล้ว นิ่งเฉยๆไม่ค่อยเชื่อ ท่านก็บอกว่า ที่จะพาไปหา ท่านเป็นพระอรหันต์ ท่านมีรัศมีรอบกายเป็นรูปใข่สีทอง เวลากรรมฐานนิมิตรหาท่าน แสงรอบกายท่านสวยมาก ท่านก็จะคอยสอนธรรมะ สอนเรื่องพระนิพพาน สอนกรรมฐาน ผมก็ฟังแล้ว รู้สึกเจือนๆ ไม่เชื่อเท่าไหร่ เพราะเราไม่เห็นแบบเขา เลยไม่เข้าใจเขาพูดไม่รุ้เรื่องกับเขา ทางเข้าไปนี่ ทุระกันดารมาก อยู่บนเขา ดินแดง พอใกล้ๆไปถึง ผมเห็น รถเปิดประทุน รถตู้ รถคนรวย จอดเต็มไปหมด วันน้นเป็นวันพระ ที่นั่น มีพระธาตุ1เจดีย์ แล้ว กุฎิไม้ ด้านหน้าเป็นศาลาใหญ่ๆ ผมก็คิดในใจ ถ้าพระที่นี่ไม่เก่งจริง คนคงไม่บุกน้ำลุยเขาเดินทางยากลำบากมาหาท่านมั้ง พอเข้าไปถึง เห็นแต่ คนสวยหล่อดูดี ดูแล้วเป็นคนรวย มีชาติตะกูล สะอาดดูเป็นคนชั้นสูง มหาเศษฐี อะไรทำนองนั้น นั่งเต็มไปหมด ด้านในมองเข้าไปเห็นพระรูปหนึ่ง นั่งอยุ่บนเก้าอี้ไม้ คงนั่งเทศนา พอผมเดินเข้าไป พระก็บอกให้โยมๆ หลีกทาง ให้ลูกเณรเข้ามา ผมก็เข้าไป กราบท่านสามที ผมแทบไม่ได้พูดอะไรเลย ท่านก็บอกว่า คาถาอาคมให้เลิกก่อนแต่ไม่ใช่เอาไปทิ้งนะ เก็บขึ้นหิ้งไว้ก่อน อนาคตจะได้ใช้ ให้ลูกเณรมาศึกษาธรรมวินัย พระเกจิี่ท่านเก่งๆ ท่านกรรมฐานกันนะ ถึงจะเก่ง ท่านก็บอกว่า อาการที่เป็นอยู่ ท่านจะช่วย ท่านก็เทศนาสอน ธรรมวินัย สอนกรรมฐาน แล้วท่านก็บอกว่า กลับไปแล้วหมดธุระแล้ว ผมก็กราบท่านลากลับ ท่านก็เอ่ยขึ้นมาด้านหลังว่า ลูกเณรอนาคตชาตินี้ เราจะเด่นกว่าคนอื่น อย่าทิ้งกรรมฐาน เมื่อถึงเวลานั้น ลูกเณรต้องกลับมาช่วยหลวงพ่อสร้างที่นี่ต่อนะ มาช่วยสร้างที่นี้ให้เป็นวัด บูรณะ ผมก้รับคำท่าน ว่า ครับ ผมก็เดินผ่าน ญาติโยม ญาติโยมก็ ยกมือสาธุที่ผมเดินผ่าน ทุกวันนี้ผมยังไม่ได้กลับไปทำตามสัญญาเลย อาการปวดหน้าผากก็หาย หายไปอนไหนไม่ทราบ รู้ตัวอีกทีก็ไม่มีแล้ว หลังจากนั้นผมก็ มีหลงทางบ้าง ไปศึกษา คาถาอาคม แต่ไม่เคยทิ้งกรรมฐาน แต่ผมมีคำอธิฐานในใจเสมอๆว่า ธรรมใดที่พระพุทธเจ้าเห็นแล้ว ข้าพเจ้าขอเห็นด้วย จะนำธรรมนั้นไปช่วยคนทั้งหลายให้ พ้นจากเกิดแก่เจ็บตาย จนตอนนี้ คำปราถนาพุทธภูมิ วิริยะธิกะ ก็เด่นชัดขึ้นในใจ เวลาไมไ่ด้นั่งกรรมฐานก็อยากไปพระนิพพาน ดูว่าการเกิดมันเป็นทุกขเวทนา ยิ่งอ่านธรรมะต่างๆ จาก หลวงพ่อฤษีลิงดำ เราอยากไปพระนิพพานแล้ว เห็นการเกิดมันเป็นทุก แต่พอกลับไปนั่งกรรมฐานมันไม่เป็นแบบนั้น คำปราถนาพุทธภูมิมันยิ่งเด่นชัดขึ้นมา พอไม่นั่งกรรมฐานกำลังใจยากไปพระนิพพานมันหนักแน่ กลับกัน พอนั่งกรรมฐานกำลังใจอยากเป็นพระพุทธเจ้ายิ่งหนักแน่นขึ้น แต่อยากไปพระนิพพานยังอยู่นะ เคยกล่าวลาพุทธภูมิแล้วหลายหน  แต่ก็ทำไมไ่ด้ เพราะ ผมเป็นคนเสพติดกรรมฐานมาก ยิ่งกรรมฐานมาก กำลังใจตรงอยากเป็นพระพุทธเจ้ายิงแน่นหนักเข้าทุกวันๆ.... ครับ

ออฟไลน์ มหาอสงไขย

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 27
    • ดูรายละเอียด
สาธุครับสาธุ กับหน่อพุทธางกูร ทุกท่านครับ ทั้งท่านปัญญาบารมี ท่านศธัทธาบารมี ท่านวิริยะบารมี และท่านแบบพิเศษ สาธุครับสาธุ