เว็บพุทธภูมิ



ผู้เขียน หัวข้อ: อย่างไรจึงจะเรียกได้ว่า “พระโพธิสัตว์”  (อ่าน 2504 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 4 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ mahapo

  • สมาชิก
  • *
  • กระทู้: 10
    • ดูรายละเอียด
อย่างไรจึงจะเรียกได้ว่า “พระโพธิสัตว์”
เป็นชื่อเรียกของผู้ที่กำลัง บำเพ็ญบารมี เพื่อจะมาตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต พระโพธิ สัตว์เป็นผู้ที่ยังมีกิเลสอยู่ ยังต้องเวียนเกิดเวียนตาย ในสังสารวัฏฏ์อยู่ บางครั้งท่านก็กระทำ อกุศลส่งผลให้ไป บังเกิดในนรกเป็นเวลานานแสนนาน เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานผจญความทุกข์นานับประการ เปรียบเสมือน การเดินฝ่าลุยไฟนรกเป็นเวลาที่ยาวนาน โดยไม่เห็นจุดหมายที่ไกลออกไปเลย ว่าเมื่อไรที่จะถึงจุดหมาย จนกว่าจะได้รับการพยากรณ์จาก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่งก่อน ถึงจะรู้ได้ว่าเป้าหมายที่ตั้งความปรารถนาไว้ใกล้ที่จะถึงหรือยัง หลังจากพระพุทธเจ้าทรงพุทธพยากรณ์ให้แล้ว พระโพธิสัตว์ยังมิได้ตรัสรู้ได้ในระยะเวลาอันใกล้เลย พระโพธิสัตว์ยังต้องบำเพ็ญบารมี ต่อไปอีกอย่างยาวนาน แต่เป็นการบำเพ็ญบารมี อย่างที่มีความหวังได้ว่า พระองค์ต้องได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าอย่างแน่นอน เหตุที่ท่านกระทำไว้สมควรแก่ผลที่จะได้รับในอนาคตข้างหน้า ด้วยน้ำพระทัยที่เด็ดเดียว และด้วยจิตที่เป็นมหากุศล ท่านจึงประกอบความเพียร ตั้งใจบำเพ็ญบารมีเพื่อ พระโพธิญาณ เพื่อนำพระธรรมคำสอนมาโปรด เวไนยสัตว์ทั้งหลายที่จมอยู่ในความทุกข์ให้หลุดพ้นจากทุกข์ได้
พระโพธิสัตว์แบ่งได้2 ประเภทคือ
๑.อนิยตะโพธิสัตว์ คือพระโพธิสัตว์ที่ยังมิได้รับการพยากรณ์ จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านจะต้องบำเพ็ญบารมีต่อไป และยังไม่แน่ว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าหรือไม่
๒.นิยตะโพธิสัตว์ คือพระโพธิสัตว์ที่ได้รับการ พยากรณ์จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ว่าในกาลต่อไปภายหน้า ท่านจะได้ตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้าองค์หนึ่งในโลกอย่างแน่นอน
ระยะเวลาในการบำเพ็ญบารมี
ปัญญาบารมี ใช้ปัญญาในการบำเพ็ญบารมี ใช้เวลา 20 อสงไขย 100,000 กัปป์
ศรัทธาบารมี ใช้ศรัทธาในการบำเพ็ญบารมี ใช้เวลา 40 อสงไขย100,000 กัปป์
วิริยะบารมี ใช้วิริยะในการบำเพ็ญบารมี ใช้เวลา 80 อสงไขย 100,000 กัปป์

บารมีที่ต้องบำเพ็ญ
1.ทานบารมี
2.ศีลบารมี
3.เนกขัมมบารมี
4.ปัญญาบารมี
5.วิริยบารมี
6.ขันติบารมี
7.สัจจบารมี
8.อธิษฐานบารมี
9.เมตตาบารมี
10.อุเบกขาบารมี

ระดับของบารมี

๑.บารมี ๑๐ การบำเพ็ญบารมีเบื้องต้น อุทิศด้วยทรัพย์สมบัติและบริวารทั้งหลายที่มี เพื่อพระโพธิญาณ
๒.อุปบารมี ๑๐ การบำเพ็ญบารมีขั้นกลาง อุทิศอวัยวะน้อยใหญ่ในร่างกายของตน เพื่อพระโพธิญาณ
๓.ปรมัตถปารมี ๑๐ การบำเพ็ญบารมีขั้นสูง อุทิศด้วยชีวิตของตนเอง เพื่อพระโพธิญาณ
ท่านทั้งหลาย เห็นพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้าไหม ตัวของพระองค์จะต้อง อุทิศพระองค์อย่างไร ใช้เวลายาวนานเพียงใด เสียสละสิ่งต่างมากมาย มหาศาลเท่าไร กว่าจะได้ตรัสรู้เป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านทั้งหลายเห็น มหากุศลของตัวท่านไหม? ท่านใช้โอกาสที่ยิ่งใหญ่นี้อย่างไร ท่านเคยพิจารณาไหมว่า โอกาสที่จะได้พบพระพุทธศาสนามีอีกกี่ชาติ
ถ้าท่านเกิดมาในชาติที่ไม่มีพระพุทธศาสนา ท่านเคยคิดไหมว่า ท่านจะกระทำกุศลหรืออกุศลมากกว่ากัน ถ้าท่านกระทำแต่อกุศลโดยไม่รู้ว่าเป็นอกุศล ท่านคิดว่า ท่านจะเสวยทุกข์หรือสุข ถ้าเสวยแต่ทุกข์ด้วยอกุศลที่ทำไว้ ท่านจะพ้นจากความทุกข์ในอบายภูมินั้นเมื่อไหร่ แล้วใครจะเป็นผู้ช่วยท่านให้พ้นเสียจากความทุกข์ ถ้าท่านพ้นมาจากอบายภูมิได้ ท่านจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ท่านจะไม่กลับลงไปอีก
ถ้าท่านทั้งหลาย เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ท่านกำลังทำกุศลหรืออกุศลมากกว่ากัน ถ้าทำกุศลมากกว่า กุศลนั้นมีกำลังมากพอที่จะ ส่งผลให้ไปเกิดในสุคติภูมิไหม ในปัจจุบันชาตินี้ที่มีพระสัทธรรมคำสอนอยู่ ท่านใช้โอกาสนี้อย่างไร ท่านมีความศรัทธาในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เชื่อมั่นในคำสอน หรือเชื่อมั่นในอาจารย์ท่านอื่น มีการให้ทานมากเพียงไร มีการรักษาศีลหรือไม่ รักษาได้อีกข้อ รักษาได้นานกี่วัน รักษาศีลด้วยความเห็นคุณค่าหรือไม่ มีการเจริญสมาธิหรือไม่ เจริญวันละกี่นาที สมาธิที่เจริญเป็น สัมมาสมาธิหรือ มิจฉาทิฏฐิ ท่านมีการศึกษาพระอภิธรรมไหม ศึกษาอย่างมีศรัทธาหรือเปล่า ศึกษาแล้วน้อมมาพิจารณาวิปัสสนาหรือไม่ หรือเรียนเพื่อรู้ บารมี10ประการที่ควรเจริญ ท่านมีการเจริญมากน้อยเพียงไร มากพอสำหรับสุคติภูมิหรือยัง มากพอที่จะพ้นไปจากสังสารวัฏฏ์แล้วหรือ ยังท่านจะมั่นใจได้อย่างไร สำหรับ พุทธบริษัทเหล่าที่มี พระรัตนตรัยเป็นสรณะ มีการเจริญบารมี10 ที่สมบูรณ์ ขอนุโมทนา สาธุ   

ออฟไลน์ DHAMMASAMEE

  • สมาชิก
  • ***
  • กระทู้: 222
    • ดูรายละเอียด
Re: อย่างไรจึงจะเรียกได้ว่า “พระโพธิสัตว์”
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มกราคม 26, 2014, 12:12:54 PM »
... ได้ยินว่า การแบ่งบารมี เป็นบารมีต้น บารมีกลาง บารมียอดยิ่ง มีอีกอย่าง คือ

... ๑. บารมีต้น พระโพธิสัตว์จะมีอัธยาศัยชอบให้ทานกับรักษาศีล คือ มีความมั่นคงในทานกับศีล

... ๒. บารมีกลาง พระโพธิสัตว์จะมีอัธยาศัยพอใจในการภาวนา คือ มีความมั่นคงในการเจริญฌานสมาบัติ จนได้อภิญญา ๕  สมาบัติ ๘ เรียกกันว่า มีฤทธิ์กันแทบทุกชาติ

... ๓. บารมีปรมัตถ พระโพธิสัตว์จะสามารถทรงกัมมัฏฐาน ๔๐ กองเป็นฌาน ๘ ทุกกอง ทรงสติปัฏฐาน ๔ ได้คล่องแคล่ว และมีวิปัสสนาญาณแจ่มใส มีใจรักในพระนิพพานยิ่งนัก

หัวใจพระเวสสันดรชาดก
๑. ทานัง เทติ พระเวสสันดรท่านทรงให้ทาน
๒. สีลัง รักขะติ พระเวสสันดรท่านทรงรักษาศีล
๓. ภาวะนาวัง ภาเวตฺวา พระเวสสันดรท่านทรงเจริญภาวนา

. . .


ออฟไลน์ DHAMMASAMEE

  • สมาชิก
  • ***
  • กระทู้: 222
    • ดูรายละเอียด
Re: อย่างไรจึงจะเรียกได้ว่า “พระโพธิสัตว์”
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มกราคม 28, 2014, 01:06:19 AM »
... อีกอย่างหนึ่ง การแบ่งขั้นบารมี อันนี้รู้สึกว่า ถ้าจำไม่ผิดเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช คือ

... บารมีต้น คือ การเสียสละ

... บารมีกลาง คือ การสละ

... บารมีปรมัตถ์ คือ การละ

หัวใจพระเวสสันดรชาดก
๑. ทานัง เทติ พระเวสสันดรท่านทรงให้ทาน
๒. สีลัง รักขะติ พระเวสสันดรท่านทรงรักษาศีล
๓. ภาวะนาวัง ภาเวตฺวา พระเวสสันดรท่านทรงเจริญภาวนา

. . .